
'ปู'สั่งไอซีทีแก้โทร.ล่มป้องแจ้งภัยพิบัติช้า
"ยิ่งลักษณ์" สั่งไอซีทีแก้ปัญหาสัญญาณโทรศัพท์ล่ม ป้องกันเหตุฉุกเฉินจากภัยพิบัติ ครม.เห็นชอบกรอบให้กพร.เตรียมรับมือสภาวะวิกฤติ "ภัยธรรมชาติ-ภัยชุมนุมทางการเมือง" ควัก งบ 20ล้านบาทแก้ปัญหาไฟป่าภาคเหนือ เปิดทางจ้างเพิ่ม1,000 อัตราช่วยดูแล
24เม.ย.2555 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้ฝากในเรื่องของการบริหารจัดการความเสี่ยงต่าง ๆ โดยเฉพาะปัญหาอุทกภัยซึ่งมีงบประมาณ 350,000 ล้านบาทนั้นให้สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นแกนกลางในการที่จะให้ทุกหน่วยงานส่งข้อมูลโครงการที่จะดำเนินการโดยละเอียดเข้ามา โดยให้สำนักนายกรัฐมนตรีทำงานร่วมกับคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (ก.บ.อ.) ซึ่งทุกหน่วยงานที่ได้รับอนุมัติโครงการนั้นจะต้องส่งรายละเอียดโครงการเข้ามาพร้อมแนบพิกัด GPS บันทึกแผนที่โดยละเอียด เพื่อให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบ และนายกรัฐมนตรีจะเป็นศูนย์กลางในการที่จะดูแลโครงการต่าง ๆ ด้วย
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรี ได้ฝากให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ไปดูในเรื่องของระบบโครงข่ายโทรคมนาคมซึ่งช่วงหลังนี้มักจะเกิดปัญหาสัญญาโทรศัพท์ล่มอันเกิดจากข้อขัดข้องทางเทคนิคหรือสัญญาณโทรศัพท์อันเกิดจากธรณีพิบัติภัยหรือภัยธรรมชาติต่าง ๆ โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า แม้จะเกิดเหตุภัยธรรมชาติใด ๆ ก็ตาม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ต้องไปทำงานเชื่อมโยงกับข่ายโทรศัพท์มือถือทุกค่าย เมื่อมีภัยธรรมชาติโทรศัพท์มือถือทุกค่ายอย่างน้อยต้องสามารถติดต่อเบอร์ฉุกเฉินได้ เพื่อจะได้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที ดังนั้นโทรศัพท์ต้องสามารถใช้เบอร์ฉุกเฉินได้ทุกกรณี
นายอนุสรณ์กล่าวว่า ส่วนภาวะภัยแล้ง นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นศูนย์กลางในการดำเนินการในกรณีเกิดภัยแล้ง โดยจะต้องเข้าไปดูแลให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และสามารถผลิตพืชผลทางการเกษตร โดยมอบหมายให้นายยงยุทธไปหารือกับทุกกระทรวงเรื่องการบริหารจัดการน้ำ เช่น อาจจะนำน้ำจากแก้มลิงมาใช้ในการบริโภคหรือทางการเกษตรได้
ครม.เห็นชอบกรอบรับมือวิกฤติ"ภัยธรรมชาติ-ภัยชุมนุมทางการเมือง"
นายอนุสรณ์ แถลงหลังการประชุมของคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยมีมติเห็นชอบตามสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอกรอบแนวทางการดำเนินการเตรียมความพร้อมต่อสภาวะวิกฤติ และให้สำนักงานก.พ.ร.รายงานคววามก้าวหน้าในการดำเนินการการบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤติของส่วนราชการต่างๆให้ครม.รับทราบเป็นระยะ
นายอนุสรณ์ กล่าวอีว่า ทั้งนี้จากกรณีการเกิดอุทกภัยที่เกิดขึ้นในปี2554 ที่ผ่านมา ได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาและระบบกลไกของรัฐหลายประการ ที่ไม่สามารถดำเนินงานในสภาวะวิกฤตได้นั้น ครม.จึงมีความเห็นชอบต่อข้อเสนอของสำนักงานก.พ.ร.ที่เสนอกรอบแนวทางฯ ที่เป็น2ระยะ คือระยะเบื้องต้น และระยะยาว มีทั้งสิ้น 4 ขั้นตอน คือ 1.มีการสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ส่วนราชการ 2.มีการเตรียมความพร้อมให้ส่วนราชการ 3.มีการซักซ้อมแผนและนำไปปฏิบัติจริง 4.มีการส่งเสริมให้มีการบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤตอย่างยั่งยืน
“สภาวะวิกฤตที่จะเกิดขึ้นให้มีการรวมถึงภัยหรือสถานการณ์อื่นๆที่เกี่ยวเนื่องด้วย เช่นภัยจากการชุมนุมทางการเมือง ภัยจากกรณีเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือภัยอื่นๆที่จะเกิดขึ้น และทางครม.มีมติให้นำแผนความพร้อมในการรับมือต่อสภาวะวิกฤตของสำนักงานก.พ.ร.ไปทำการบูรณาการร่วมกับแผนการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) และแผนการทำงานของกองทัพ เพื่อให้เป็นแผนบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤตในระดับชาติต่อไป”นายอนุสรณ์ กล่าว
ควักงบ20ล้านบาทแก้ปัญหาไฟป่าภาคเหนือ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุมครม.ได้มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอการสนับสนุนงบประมาณจำนวน 20,430,000 บาท เพื่อปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติการแก้ไขไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำปาง ลำพูน แพร่และน่าน ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และมอบหมายให้ทางกรมบัญชีกลางเป็นผู้จัดสรรกรอบอัตรากำลังบุคคลภายนอกที่ปฏิบัติงานให้กับทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชในการควบคุมสัตว์ป่าและพันธุ์พืชในงานควบคุมไฟป่า จำนวน 1,000 อัตรา ในอัตราไม่เกิน 7,500 บาท/คน รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 2 เดือน



