ข่าว

 'พท.'โวยสื่อจับผิดจงใจถ่ายอิริยาบถ

'พท.'โวยสื่อจับผิดจงใจถ่ายอิริยาบถ

24 เม.ย. 2555

"เพื่อไทย" โวยสื่อจับผิด จงใจถ่ายอิริยาบถ วอนประธานฯตรวจสอบ "สมศักดิ์" เตือนสมาชิกระวังตัว "มาร์ค" ติงจะเขียนกม.สูงสุดแต่กลับอิงกับกม.ที่ต่ำกว่า

              24เม.ย.2555 ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมร่วมรัฐสภา มีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา  เป็นประธานเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ต่อเป็นวันที่ 7 ในมาตรา 291/5 เกี่ยวกับการให้อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จัดการเลือกตั้ง สสร. ว่าสมาชิกได้อภิปรายตามที่ได้สงวนคำแปรญัตติไว้แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วยที่จะให้กฎหมายเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น มาใช้ในการเลือกตั้งสสร. โดยเห็นว่าควรมีกฎหมายเลือกตั้งสสร.โดยเฉพาะ หรือใช้กฎหมายเลือกตั้งของส.ว.ปี 40 มาใช้แทน อย่างไรก็ตามแม้ที่ประชุมวิป 4 ฝ่าย มีมติออกมาว่าให้ใช้กฎหมายเลือกตั้งส.ว.ปี 2540 มาใช้เลือกตั้งส.ส.ร. แต่สมาชิกยังคงอภิปรายเหมือนเดิมเพื่อรอมติอย่างเป็นทางการ

              ช่วงเย็น นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการฯ ได้หารือต่อที่ประชุมว่า ขณะนี้มีสื่อบางสื่อไม่ได้ถ่ายบรรยากาการประชุม แต่เจาะจงถ่ายภาพอิริยาบถต่างๆของสมาชิกลักษณะจับผิด ซึ่งมีบางภาพไม่เหมาะสม เช่น สมาชิกหลับ แล้วเอาไปเผยแพร่ จึงขอให้ประธานตรวจสอบสื่อบางสื่อด้วย

              ขณะนี้นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ตนขอสนับสนุนการทำงานของสื่อเพราะถือเป็นสิทธิ์ในการทำหน้าที่ และเราไม่ควรไปจำกัดสิทธิ์ของสื่อ  ทำให้นายสมศักดิ์ได้ตัดบทว่า ให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไปช่วยดูเรื่องนี้ด้วย และขอให้สมาชิกระมัดระวัง อย่าไปทำตามอำเภอใจหรือไม่เหมาะในห้องประชุม ซึ่งเราก็ประชุมกันมาเป็นวันที่ 7 แล้ว การที่สมาชิกเผลอหลับก็เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ แต่ก็ขอความร่วมมือจากสื่อด้วย


"มาร์ค"ติงจะเขียนกม.สูงสุดแต่กลับอิงกับกม.ที่ต่ำกว่า


               นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายว่า สำหรับมาตรา 291/5 นั้น ไม่ว่าจะเขียนให้ใช้กฎหมายฉบับใดก็ตาม แต่อยากจะให้คงแบบที่ถูกต้องเอาไว้ เพราะการเขียนกฎหมายสูงสุดแต่ไปอ้างอิงกฎหมายที่ต่ำกว่านั้นตนคิดว่ามันเป็นเรื่องที่แปลก อะไรจะเป็นตัวป้องกันไม่ให้นักการเมืองเข้าไปข้องเกี่ยวกับการเลือกตั้งสสร.ได้หากมีการนำกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นมาใช้ เพราะไม่มีข้อห้ามเกี่ยวกับพรรคการเมืองต่อการเลือกตั้งสสร.ในกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น แต่กฎหมายที่ตรงและไม่ให้อิงกับพรรคการเมืองได้มากที่สุดคือกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งวุฒิสภา และคนที่จะสมัครเป็นสสร.นั้นก็ไม่ควรที่จะไปตัดสิทธิคนที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองด้วย 

               ทั้งนี้ สิ่งที่ไม่เคยคาดคิดคือ นอกจากการกำหนดให้มีการไปอิงกับศาลอุทธรณ์แล้ว ยังบังคับให้พิจารณาให้เสร็จภายในเงื่อนเวลาที่กำหนดอีกด้วย ซึ่งจะเป็นความพยายามออกแบบกติกาใหม่เพื่อก้าวล่วงอำนาจตุลาการได้ สิ่งเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้น และจะยิ่งตอกย้ำความคลางแคลงใจของประชาชนต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เข้าไปอีกว่า เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มบุคคลหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือไม่ ดังนั้นอยากให้กรรมาธิการฯ ทบทวนในประเด็นเหล่านี้ด้วย


ที่ประชุม4ฝ่ายใช้กม.เลือกตั้งส.ว.50เลือกสสร.


               จนกระทั่งเวลา 17.30 น. ตัวแทนที่เข้าร่วมประชุม 4 ฝ่าย อาทิ นายนิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ที่ประชุม 4 ฝ่าย เห็นตรงกันว่าให้ใช้กฎหมายเลือกตั้ง ส.ว.เมื่อปี 2550 เพราะไม่ต้องการให้พรรคการเมืองเข้าไปแทรกแซงการเลือกตั้ง สสร. ขณะที่นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานวิปรัฐบาล ยืนยันว่าตรงตามนั้น แต่ขอให้พักประชุมเพื่อไปหารือในการปรับแก้ถ้อยคำในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป
       
               ขณะที่นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการฯ ขอให้ประธานฯสั่งพักประชุม แล้วเชิญตัวแทน 4 ฝ่ายมาหารือที่ห้องประชุมงบประมาณ เพื่อหาข้อสรุปเรื่องนี้ให้ถูกต้องตามขั้นตอนการพิจารณา ซึ่งนายสมศักดิ์ได้สั่งพักการประชุม 20 นาที

               ต่อมาเวลา 18.00 น.คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ได้ประชุมเพื่อสรุปผลการพิจารณาข้อกฎหมายที่ใช้ในการเลือกตั้ง สสร.อีกครั้งภายหลังที่ประชุมวิปฯ 4 ฝ่าย มีมติให้ใช้กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.-ส.ว.ในหมวดการเลือกตั้ง ส.ว.มาปรับใช้เลือกตั้ง

               ทั้งนี้นายสามารถได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า แม้กมธ.จะมีความเห็นให้ใช้พรบ.เลือกตั้งสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นในการเลือกตั้ง สสร. แต่เมื่อมีการอภิปรายในวาระ 2 มีความเห็นให้นำพรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตังส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว.พ.ศ.2550 มาใช้ในการเลือกตั้ง สสร.แทน โดยตัวแทนจากกฤษฏีกาได้ร่วมกับปรับปรุงถ้อยคำ

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเนื้อหาที่ได้รับการปรับปรุงนั้น กมธ.มีมติเสียงข้างมากให้นำพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ฯ ในส่วนเกี่ยวกับการเลือกตั้งส.ว.มาใช้ เว้นแต่บทบัญญัติที่เกี่ยวกับการเสียสิทธิจากการไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง การแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และบทบัญญัติในส่วนที่ 9 ซึ่งว่าด้วยการลงคะแนนเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง ขณะที่ถ้ามีบทกำหนดโทษสำหรับความผิดนั้น ให้นำมาใช้บังคับการกระทำใดๆ ที่เกี่ยวกับการเลือกตัง สสร.โดยให้ถืออัตราโทษอย่างเดียวกัน

               ส่วนคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สสร.นั้นให้เป็นไปตามมาตรา 99(1) และ(2) และมาตรา 100 (1)(3) และ(4) โดยต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตจังหวัดมาแล้วไม่น้อยกว่า 90 วันนับถึงวันเลือกตั้ง ในกรณีที่มีการย้ายทะเบียนบ้านออกจากเขตจังหวัดหนึ่งไปยังอีกเขตจังหวัด อันทำให้บุคคลที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตจังหวัดเป็นเวลาติดต่อกันน้อยกว่า 90 วันถึงวันเลือกตั้ง ให้บุคคลนั้นมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งในเขตจังหวัดที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านครั้งสุดท้ายเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน

               นอกจากนี้เมื่อได้มีการเลือกตั้ง สสร.เสร็จแล้ว ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง โดยให้ผู้สมัครที่ได้รับคะแนนสูงสุดในแต่ละจังหวัดเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ร.ของจังหวัดนั้น ก่อนประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ให้กกต.มีอำนาจสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่หากมีหลักฐานอันควรเชื่อว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย เว้นแต่การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งให้ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฏีกาแผนกคดีเลือกตั้งเพื่อวินิจฉัย กรณีการยื่นคำร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งให้ยื่นต่อกกต.ภายใน 15 วัน เมื่อกกต.ได้รับคำร้อง หากเป็นคำร้องที่ได้รับก่อนการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งให้กกต.สืบสวนหาข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับตั้งแต่ได้รับคำร้องนั้น

               รวมไปถึงให้กกต.มีอำนาจในการกำหนดระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการเลือกตั้ง วิธีการสืบสวนสอบสวนวิธีการยื่นคำร้องคัดค้าน และการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดตลอดจนการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา การพิจารณาของศาลฎีกามีอำนาจออกข้อกำหนดเพื่อให้การพิจารณาเป็นไปโดยเร็วและเที่ยงธรรม แต่หากระยะเวลาในการจัดทำรัฐธรรมนูญเหลือกไม่ถึง 90 วัน และศาลฏีกายังไม่มีคำวินิจฉัยให้การพิจารณาของศาลฏีกาเป็นอันยุติ กรณีศาลฏีกาสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งสสร.ของผู้ใดให้สมาชิกภาพของสสร.ผู้นั้นสิ้นสุดลง

               ผู้สื่อข่าวรายงานจากนั้นกรรมาธิการฯ ได้นำข้อสรุปไปรายงานต่อที่ประชุมรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบจากที่ประชุมต่อไป

 

............

(หมายเหตุ : คลิปโดย http://www.youtube.com/watch?v=MH2jZ_fK3_M)