
เลี่ยงนิดพิชิต...'ไมเกรน'
เลี่ยงนิดพิชิต...'ไมเกรน'
อากาศที่ร้อนอบอ้าวรวมถึงความเครียดจากการทำงาน พาลให้หนุ่มสาวหลายคนต้องมาเจอกับ "โรคไมเกรน" ซึ่งเป็นอาการปวดศีรษะที่พบได้บ่อยเป็นอับดับ 2 รองจากอาการปวดศีรษะจากกล้ามเนื้อเกร็ง และมักจะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 2-3 เท่า โดยอาการที่แสดงออกชัดเจน คือ จะปวดศีรษะข้างเดียว หรืออาจย้ายข้างได้หรือปวดศรีษะทั้ง 2 ข้าง เป็นอาการปวดตุ้บๆ (คล้ายเส้นเลือดเต้น) หากไม่ได้รับการรักษาอาการปวดจะเป็นอยู่นาน 4-72 ชั่วโมงเลยทีเดียว
ร.อ.ท.นพ.กีรติกร ว่องไววาณิชย์ อายุรแพทย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า ไมเกรนเป็นโรคปวดศีรษะที่มีความรุนแรงมาก ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากความไวของสมองมีมากกว่าปกติ สิ่งกระตุ้นชนิดต่างๆ จากทั้งภายในและภายนอกร่างกาย สามารถทำให้เกิดอาการปวดขึ้นมาได้ การเลี่ยงสิ่งกระตุ้นในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม เป็นการรักษาที่ผู้ป่วยสามารถทำได้เอง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่มีผลแทรกซ้อน
"อาการปวดศีรษะไมเกรน เกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าที่ผิวสมอง ทำให้สมองเกิดการกระตุ้นได้ง่ายและไวกว่าคนปกติ หลังจากสมองถูกกระตุ้นแล้ว จะเกิดกระแสไฟฟ้าวิ่งไปตามผิวของสมองอย่างช้าๆ กระแสไฟฟ้าที่เกิดขึ้นนี้ทำให้การไหลเวียนของเลือดในสมองเปลี่ยนแปลง และไปกระตุ้นเส้นประสาทสมอง ทำให้เกิดการหลั่งสารสื่อประสาทบางชนิด ทำให้หลอดเลือดสมองเกิดการขยายตัวและเกิดการอักเสบขึ้นจนปวดศีรษะ
อาการปวดศีรษะไมเกรนแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ไมเกรนที่ไม่มีอาการเตือน (Migraine without aura) และไมเกรนที่มีอาการเตือน (Migraine with aura) ซึ่งอาการเตือนที่พบบ่อย ได้แก่ การมองเห็นผิดปกติ โดยจะเห็นแสงเป็นเส้นซิกแซ็กคล้ายฟันเลื่อย อาจจะมีหรือไม่มีสี หรือเห็นภาพมืดไปเป็นบางส่วน หรือมองเห็นภาพไม่ชัด หลับตาแล้วยังเห็นได้อยู่ หรือเห็นภาพบิดเบี้ยว ซึ่งอาการผิดปกติของการมองเห็นจะเคลื่อนที่อย่างช้าๆ อาการเตือนอื่นๆ เช่น อาการชาที่มือ-แขน หรือชารอบปาก ไม่สามารถพูดได้ชั่วคราวหรือนึกชื่อไม่ออก หรือมีอาการอ่อนแรงของแขน-ขาซีกหนึ่งของร่างกาย เป็นต้น
ผู้ป่วยบางรายจะพบว่ามีสิ่งกระตุ้น ที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะไมเกรนขึ้นมา เช่น ภาวะเครียด การอดนอน การนอนและตื่นที่ไม่เป็นเวลา ช่วงที่เป็นประจำเดือน กลิ่นหรือควัน การเปลี่ยนแปลงของอากาศ หรือ ความร้อน แสงแดด อาหารบางชนิด (อาหารหมักดอง ชีส ไวน์) ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยควรสังเกตและพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นนั้น การทราบถึงอาหารที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้หลีกเลี่ยงสิ่งเหนี่ยวนำที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ อาหารที่พบว่าเป็นสาเหตุกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะในผู้ป่วยไมเกรน เช่น แอลกอฮอล์ 29-35 เปอร์เซ็นต์ คาเฟอีน 14 เปอร์เซนต์ ชีส 9-18 เปอร์เซ็นต์ ผงชูรส 12 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น" อายุรแพทย์สมองและระบบประสาท กล่าว
อย่างไรเสีย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอาการดังกล่าว ยังบอกด้วยว่า หากอาการปวดศีรษะรุนแรงมากขึ้น หรือมีลักษณะเปลี่ยนแปลงไป ควรปรึกษาแพทย์ทันที เท่านี้ก็สามารถบอกลา...ไมกรนตัวร้ายได้แล้ว



