
หมอยันเด็กแปดริ้วไม่ป่วย'โรคเวียดนาม'
อาการเด็กหญิง 6 ขวบ ป่วยคล้ายโรคผิวหนังลึกลับเวียดนามทุเลาลงแล้ว ขณะที่ รพ.เมืองแปดริ้วตั้งโต๊ะแถลงแจงเป็นโรคที่เกิดจากภูมิต้านทานเป็นพิษ พบได้ในไทยอัตรา 20 คน ต่อประชากรแสนคน ยันสามารถรักษาให้หายได้
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 24 เม.ย. ที่ห้องทำงาน นพ.ประชา ชยาภัย ผอ.โรงพยาบาลพุทธโสธร พร้อมด้วย นพ.จารุฉัตร วิบูลย์กุลพันธ์ แพทย์เจ้าของไข้ แถลงความคืบหน้าในการรักษาอาการ ด.ญ.นัด (ขอสงวนนาม) วัย 6 ขวบ 4 เดือน ที่ป่วยเป็นโรคผิวหนังลึกลับคล้ายกับที่ประเทศเวียดนามกำลังระบาดอยู่ขณะนี้ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต
นพ.ประชา กล่าวว่า คณะแพทย์ได้ทำการตรวจวินิจฉัยโรคแล้วพบว่า ด.ญ.นัด (ขอสงวนนาม) เป็นเพียงโรคหลอดเลือดอักเสบ ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีผื่นขึ้นตามร่างกาย (Henoch-Schonlein pupura)โดยสาเหตุเกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกาย ที่ไม่มีผลต่อเส้นเลือดขนาดเล็ก จึงทำให้เกิดอาการอักเสบของเส้นเลือดขนาดเล็ก มักเกิดขึ้นหลังการติดเชื้อของทางเดินหายใจ (โรคหวัด) โดยจะมีผื่นเป็นลักษณะแดงนูน ที่บริเวณ ขา เท้า แขน และก้น หากนอนมากอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ข้อบวมอักเสบโดยเฉพาะที่ข้อเท้า หัวเข่า ปวดท้อง เลือดออกในทางเดินอาหาร หรือภาวะลำไส้กลืนกัน รวมถึงไตอักเสบ ส่วนการรักษาอาการนั้นจะรักษาตามอาการ และให้ยาลดการอักเสบของหลอดเลือด ประมาณ 5-7 วัน อาการจะดีขึ้น สำหรับโรคดังกล่าวนี้สามารถพบได้ในประเทศไทย ในอัตราการพบประมาณ 20 คน ต่อประชากร 1 แสนคน และเป็นโรคที่ไม่ติดต่อ ซึ่งจะเกิดกับเด็กอายุประมาณ 6 - 20 ปี
นพ.จารุฉัตร แพทย์เจ้าของไข้ กล่าวว่า ขณะนี้เด็กมีอาการดีขึ้นมากแล้ว และถือว่ากลับเข้าสู่ภาวะร่าเริง เริ่มเล่นซนตามวัยของเด็กในวัยเดียวกันทั่วไป และคาดว่าในอีก 2-3 วัน อาการจะดีขึ้นมากกว่านี้ โดยคณะแพทย์จะขอตรวจดูอาการของเด็กไปอีก 2 สัปดาห์ ดังนั้นจึงยืนยันว่าอาการหรือโรคที่เกิดขึ้นกับเด็กไม่เกี่ยวกันกับโรคที่ระบาดในประเทศเวียดนาม
"โรคที่เกิดกับเด็กหญิงคนนี้พบค่อนข้างน้อยมาก แต่ถ้าพบหรือเกิดขึ้นมีลักษณะคล้ายกันควรรีบไปปรึกษาแพทย์ เพราะโรคที่เกิดขึ้นจะพบทีละอย่าง ๆ ค่อยตามมา อย่างเช่นที่ประเทศเวียดนามก็เช่นกันลักษณะของผื่นก็มีหลายประเภทที่มีลักษณะเฉพาะ แต่ถ้าเป็นหวัดแล้วจะเกิดโรคนี้ตามมาหรือไม่ก็ไม่ทุกคนเกิดขึ้นน้อยมาก ขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันของร่างกายที่จะมีผลต่อหลอดเลือดหรือเส้นเลือด เส้นเลือดมีภาวการณ์ทำงานปกติ ถ้าไม่มีเชื้อโรคอะไรเข้าไปทำลาย"นพ.จารุฉัตร กล่าว
ทั้งนี้ ด.ญ.นัด (ขอสงวนนาม) ยังคงนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลพุทธโสธร ตามคำสั่งของแพทย์โดยมีมารดาดูแลอาการอย่างใกล้ชิด โดย ด.ญ.นัด (ขอสงวนนาม) มีอาการดีขึ้นมาก สามารถรับประทานอาหารได้เอง รวมทั้งพูดคุยได้ตามปกติ แต่แพทย์ยังต้องให้น้ำเกลือตลอดเวลา ส่วนผื่นคันตามร่างกายขณะนี้ลดลงมากแล้ว ยังมีเพียงผื่นคันที่ขึ้นบริเวณน่องถึงปลายเท้าทั้งสองข้าง รวมทั้งใต้รักแร้เท่านั้น
มารดา ด.ญ.นัด กล่าวว่า ตอนแรกรู้สึกไม่สบายใจเพราะเกรงว่าลูกสาวจะเป็นโรคผื่นคันที่ระบาดหนักในประเทศเวียดนาม จนทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย จึงรีบพามารักษา โดยแพทย์โรงพยาบาลพุทธโสธรได้รักษาจนขณะนี้ลูกสาวมีอาการดีขึ้นมาก และได้รับคำยืนยันว่า ลูกสาวเป็นเพียงโรคหลอดเลือดอักเสบธรรมดาเท่านั้น ก็รู้สึกสบายใจขึ้น



