
'ทักษิณ'จ่อฟ้อง'วัชระ'ใส่ร้ายป้ายสี
'ทักษิณ' จ่อฟ้อง 'วัชระ 'ทำโปสเตอร์โยงมีเอี่ยวรธน.รัฐไทยใหม่ ด้าน 'วัชระ' ทนไม่ได้ ถูกชายที่ 'เขมร' ร้องเพลงด่าแม่'ปชป.' ตัดสินใจปั๊มโปสเตอร์เขมือบรธน. 1 แสนแผน
24 เม.ย.55 ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ นายวัชระ เพชรทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จัดทำภาพที่มีลักษณะคล้าย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กำลังใช้ช้อนตักพานรัฐธรรมนูญ พร้อมข้อความว่า รัฐธรรมนูญรัฐไทยใหม่เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนว่า ขณะนี้ทีมกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับ นายวัชระ เนื่องจากสร้างเรื่องเท็จ ใส่ร้ายป้ายสี พ.ต.ท.ทักษิณ โดยจัดทำภาพและนำ พ.ต.ท.ทักษิณ ไปโยงกับรัฐธรรมนูญของรัฐไทยใหม่ ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับความเสียหาย เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ มีความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมทั้งยึดมั่นในระบอบนิติรัฐ นิติธรรม ไม่ได้มีแนวคิดที่จะสนับสนุนการตั้งรัฐไทยใหม่แต่อย่างใด
ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวต่อว่า สำหรับการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ร้องเพลง let it be นั้นก็ไม่ได้ต้องการสบประมาทบุพการีของ สส.พรรคประชาธิปัตย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปด่าว่า บิดามารดาของพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นขอให้ นายวัชระ รอรับหมายศาลที่บ้านได้เลย ทั้งนี้ สังคมรับรู้ข่าวว่า นายวัชระ เป็น ส.ส.ที่ไม่ได้อยู่ในสายตาของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่ที่ได้เป็น สส.ระบบบัญชีรายชื่อนั้นเพราะได้รับการผลักดันจากนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ใช่หรือไม่ ซึ่งถ้าหากใช่นายวัชระก็ควรจะเอาเวลาไปให้คำปรึกษาเพื่อช่วยนายณัฎฐ์ บรรทัดฐาน สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ให้ผ่านพ้นมรสุมเรื่องดูภาพโป๊ในสภาจะดีกว่าการสร้างข่าวใส่ร้าย พ.ต.ท.ทักษิณ
“อยากทราบว่า สาเหตุที่คุณวัชระสร้างเรื่องใส่ร้าย พ.ต.ท.ทักษิณ ครั้งนี้ เพื่อให้ตนเอaงถูกฟ้องจะได้กลบข่าว สส. ณัฎฐ์ดูภาพโป๊ในสภาใช่หรือไม่ ถ้าคุณวัชระคิดได้แค่นั้นก็น่าสงสารคุณอภิสิทธิ์ที่ลูกพรรคประชาธิปัตย์คนแล้วคนเล่ารักษามาตรฐานทางการเมืองได้อย่างสม่ำเสมอ แต่เป็นมาตรฐานแบบคนไม่มีระดับ เพราะทำทุกอย่างได้แม้แต่การใส่ร้ายผู้อื่นเพียงเพื่อให้ตัวเองมีความโดดเด่นในหน้าหนังสือพิมพ์”รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าว
“วัชระ”ปั๊มโปสเตอร์เขมือบรธน.1แสนแผน
เมื่อเวลา 11.15 น. นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำโปสเตอร์ ที่ถูกระงับให้แสดงในระหว่างประชุมสภา มาแสดงต่อผู้สื่อข่าวในห้องแถลงข่าว โดยภาพในโปสเตอร์ มีภาพชาย หน้าคล้าย พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้ช้อนตักพานรัฐธรรมนูญ ซึ่งด้านหน้าเป็นอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดย
นายวัชระ กล่าวว่า ตนได้พิมพ์โปสเตอร์ดังกล่าว จำนวน 1 แสนแผ่น เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนทั่วประเทศ และพร้อมที่จะรับผิดชอบ โดยได้พิมพ์ชื่อของตนไว้ในตอนท้ายสุดของแผนโปสเตอร์ โดยระบุว่ากล้ารับผิดชอบ พร้อมทั้งลงชื่อ และเบอร์โทรศัพท์ของตน เพื่อแสดงความรับผิดชอบ เพราะตนรู้สึกรับไม่ได้กับพฤติกรรมของชายคนดังกล่าว ที่ร้องเพลง Let it be อยู่ที่ประเทศกัมพูชา โดยมีการกล่าวถึงคนที่ขัดขวางการปรองดองและผู้ที่ขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งถือเป็นการด่าแม่พรรคฝ่ายค้าน และแม่ ส.ว. ที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และหากต้องการให้ประเทศปรองดองจริง จะต้องยกเลิกกองกำลังติดอาวุธ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ไม่เคยยอมรับว่าตัวเองทำอะไรผิด ซึ่งตนยอมไม่ได้ที่จะให้ใครทำให้ประเทศต้องล้มสลายสิ้นชาติ
"ก่อแก้ว"ยันเสื้อแดงกับ"เพื่อไทย"แยกกันไม่ได้
นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยและแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยแพ้การเลือกตั้งทั้งสองระดับที่ จ.ปทุมธานี ว่าไม่เชื่อที่มีผู้ระบุว่าเป็นเพราะคนเสื้อแดงไม่ให้การสนับสนุน เพราะพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงไม่มีทางแยกจากกันได้ ถ้าแยกเมื่อไหรก็แพ้ทั้งคู่ ทั้งนี้คนเสื้อแดงใช้พรรคขับเคลื่อนในรัฐสภา ขณะที่พรรคก็ใช้คนเสื้อแดงเป็นกำแพงป้องกัน และนายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ได้รับเลือกตั้งจากประชาชน เนื่องจากประชาชนซาบซึ้งที่นายเกียรติศักดิ์ช่วยชาวบ้านช่วงน้ำท่วม จึงได้รับเลือกมาเป็น ส.ส. เหมือนครั้งหนึ่งที่นายกฤษ ศรีฟ้า ชนะการเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้เพราะไปปักหลักอยู่ที่จ.พังงา เพื่อช่วยเหลือประชาชนหลังจากเกิดเหตุการณ์สึนามิ ก็ได้รับเลือกตั้งจากชาวบ้านเป็นการตอบแทนโดยเลือกมาเป็น ส.ส. นี่คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ส.ส.ปทุมธานี ชนะการเลือกตั้งและอีกสาเหตุเกิดจากการลาออกจาก ส.ส.ไปสมัครรับเลือกตั้ง นายกฯอบจ. ทั้งนี้ ยืนยันว่าพรรคและคนเสื้อแดง ไม่ได้แตกแยกกัน
ชี้ “ทักษิณ” ซัด “สุเมธ” เหตุทำพรรคเสียหาย
ส่วนกระแสข่าวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินมายังการประชุมพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยตำหนิว่าที่ร.ต.สุเมธ ฤทธาคนี อดีตส.ส.ปทุมธานี อย่างรุนแรงพร้อมขับไล่ให้ไปหาพรรคอื่นอยู่ว่า ส่วนตัวไม่ได้เข้าประชุมพรรค แต่ก็พอทราบเรื่องนี้และเข้าใจว่าเหตุผลที่พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่พอใจคงเป็นผลมาจากการที่ลาออกจาก ส.ส.แล้วไปลงนายกอบจ.เมื่อให้คนอื่นลงเลือกตั้ง ส.ส. แทนแล้ว แต่ผลออกมากลับไม่ได้ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับพรรคและยังส่งผลต่อจำนวนเสียงในสภาฯอีกด้วย ประกอบกับมีข่าวออกมาทำให้พรรคกับคนเสื้อแดงออกมาอีก จึงทำให้ท่านไม่ค่อยพอใจ ส่วนปัญหาของ ว่าที่รต.สุเมธ คงเข้าใจความรู้สึกผู้ใหญ่และคงหาทางไปพูดคุยทำความเข้าใจกับผู้ใหญ่ในพรรคต่อไป
วอน ฝ่ายค้าน เลิกเล่นเกมการเมือง
ทั้งนี้สำหรับกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตนมีความห่วงใยในเรื่องดังกล่าว เพราะฝ่ายค้านยื้อเวลาเล่นเกม อย่างไรก็ตาม คาดว่าเรื่องดังกล่าวจะเสร็จสิ้นคงใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์ ซึ่งขณะนี้มีการตกลงกันแล้วว่าจะใช้กฎหมายเลือกตั้งแบบการเลือกตั้งส.ส.-ส.ว. และการได้มาซึ่งสว. เข้ามาปรับในส่วนของการเลือกตั้ง เพราะเวลานี้รัฐบาลไม่สามารถรับข้อเรียกร้องจากฝ่ายค้านได้ และหากปล่อยให้มีการอภิปรายยืดยาว จะทำให้กรรมาธิการ (กมธ.) ชุดต่างๆ ที่ต้องเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศในเดือนพฤษภาคม ก็ต้องยุติลงทั้งหมด
ชี้ "ป๋าเปรม" ไม่ชอบ "พี่ชาย" แต่อาจชอบ "น้องสาว"
นายก่อแก้ว กล่าวต่อถึงกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะนำรองนายกฯทั้ง 3 ท่าน เข้ารดน้ำดำหัวพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ จนทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงไม่พอใจ ว่า เรื่องดังกล่าวมีความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งประเทศไทยต้องเดินหน้าหาความปรองดองให้ได้ นายกฯเป็นผู้น้อย สมควรที่จะเดินเข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่ ซึ่งตนในฐานะคนเสื้อแดง พร้อมยอมรับฟังความเห็นจากคนเสื้อแดงทุกกลุ่ม และการรดน้ำครั้งนี้ อาจทำให้พล.อ.เปรม เอ็นดูมากขึ้น เพราะท่านไม่ชอบพี่ชาย แต่อาจจะชอบน้องสาวมากกว่า ซึ่งอาจเป็นกาวใจที่ดี
เมื่อถามว่าการเข้าพบครั้งนี้เพื่อหวังพาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับประเทศหรือไม่ นายก่อแก้ว กล่าวว่า การพูดจาอาจไม่ใช่เรื่องนั้น แต่อาจเป็นการพูดคุยทั่วไปโดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง ทั้ง 2 ท่าน ถือว่าไม่ใช่คู่ขัดแย้งกัน หากมีการพูดคุยกัน เชื่อว่าสังคมไทยน่าจะดีขึ้น
เมื่อถามว่ากรณีที่ไม่พานายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เข้าพบพล.อ.เปรม นายก่อแก้ว กล่าวว่า การเข้าพบครั้งนี้มีเพียงนายกฯและรองนายกฯเท่านั้น หากบอกให้พารัฐมนตรีไปเหมือนเป็นการบีบบังคับ เนื่องจากรัฐมนตรีหลายท่านก็มีภารกิจ และอาจถูกต่อว่าได้ว่าละทิ้งงาน
แจงไม่ได้พุ่งเป้าที่ "ป๋าเปรม" แต่มุ่งที่ "ระบบอำมาตย์"
ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุใดไม่มีการประสานให้คนเสื้อแดงเข้าขอขมาพล.อ.เปรม นายก่อแก้ว กล่าวว่า เรายินดี และพร้อมพูดคุยกับทุกฝ่าย และยืนยันว่าไม่ได้มุ่งไปที่พล.อ.เปรม แต่มุ่งไปที่ระบอบอำมาตย์ เมื่อถามว่าการเข้าพบครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการปรองดองหรือไม่ นายก่อแก้ว กล่าวว่า เราต้องพยายามทำให้เห็นว่าเริ่มมีการปรองดอง เมื่อมีการเริ่มต้น ทุกอย่างก็จะเข้าไปในจิตใจ และแก้ปัญหาได้ง่าย ปัญหาของประเทศวันนี้กำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่ดีขึ้น แม้มีหลายเรื่องต้องคุยกัน แต่ที่น่าห่วงคือรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ที่ไม่มีการลดราวาศอก แต่ทุกอย่างก็ให้จบในรัฐสภา อย่าให้ความขัดแย้งออกไปสู่ข้างนอก



