
'ปธ.วิปค้าน'ห่วงที่มาสสร.หวั่นถูกบล็อกโหวต
'ปธ.วิปค้าน'ห่วงที่มา สสร.นักวิชาการ หวั่น กมธ.เสียงข้างมากบล็อกโหวต อ้างจะกลายเป็น สสร.ร่างทรง แนะแก้วิธีเลือก สสร. ใช้วิธีวันแมน วันโหวต
24 เม.ย.55 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ วาระ 2 ว่า ต้องมีการเจรจา 4 ฝ่าย ซึ่งประเด็นสำคัญที่ฝ่ายค้านและวุฒิสมาชิกเป็นห่วงและคิดว่าสำคัญที่สุดคือเรื่องที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.)โดยเฉพาะ สสร.วิชาการ 22 คน เนื่องจากเราเป็นห่วงว่าถ้าใช้กฎเกณฑ์ตามที่กรรมาธิการเสียงข้างมากกำหนดก็สามารถบล็อกโหวตได้ เพราะเสียงข้างมากของรัฐสภา คือ รัฐบาลเป็นผู้เลือกก็จะชี้ได้ได้เลยว่า 22 เสียง จะให้ใครได้เป็น สสร.บ้าง ก็จะกลายเป็น สสร.ล็อกสเป็ก หรือเป็นร่างทรงของรัฐบาล เรื่องนี้จึงสำคัญและต้องหารือเจรจากันว่าจะปรับปรุงวิธีการเลือก สสร.โดยไม่บล็อกโหวตได้อย่างไร เช่น ให้สมาชิกรัฐสภาสามารถลงคะแนนได้คนละ 1 คะแนนเท่านั้น ป้องกันไม่ให้ลงคนละ 22 คะแนน เป็นต้น นอกนั้นจะเป็นประเด็นรายละเอียดเรื่องกฎหมายเลือกตั้งที่เราเห็นว่า ควรเป็นกฎหมายเลือกตั้ง สว.ดีกว่ากฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นที่พรรคการเมืองสามารถส่งผู้สมัครได้เอง ทำเกิดความไม่เป็นกลางเกิดขึ้น ดังนั้นทางที่ดีควรจะมีกฏหมายเฉพาะ แต่ถ้ารัฐบาลไม่ยอม ให้ใช้กฎหมายเลือกตั้ง สว.ยังดีกว่า นอกจากนั้นควรจะกำหนดให้มีการให้ใบเหลือง ใบแดง เพราะคนที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญควรจะโปร่งใส และองค์กรที่จะส่ง สสร. 22 คน ไม่ควรจะมีองค์กรใดที่ประธานรัฐสภาเป็นผู้กำหนด เพราะจะชี้เอาได้เองว่าจะส่งใครมาเป็น สสร.ได้ จึงควรให้เป็นเรื่องของมหาวิทยาลัยต่างๆเป็นผู้ดำเนินการ
นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของประเด็นก่อนการลงประชามตินั้น ควรให้กลับมาที่ประชุมรัฐสภา และผู้ที่จะวินิจฉัยว่าร่างรัฐธรรมนูญขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น ควรเป็นศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ประธานรัฐสภา และถ้า 4 ฝ่าย คุยกันได้ข้อยุติแล้ว คิดว่าการอภิปรายจะสั้นและผู้สงวนคำแปรญัตติไว้ก็คงจะถอนการสงวนคำแปรญัตติ ไป แต่ถ้ากรรมาธิการเสียงข่างมากยังยืนยันเสียงข้างมาก ฝ่ายค้านก็ต้องทำหน้าที่ต่อไปด้วยการอภิปราย เพื่อสะท้อนเหตุผลของเราให้กรรมาธิการเสียงข้างมากได้เปลี่ยนใจ ก็จะทำให้เวลายืดเยื้อออกไปอีก และไม่สามารถกำหนดลงมติในวาระ 3 ได้ ทั้งนี้ตนตอบไม่ได้ว่าหากมีหารลดจำนวนผู้อภิปรายลงจะมีโอกาสลงมติในวันที่ 11 พ.ค.นี้เลยหรือไม่ แต่คงลดเวลาลงมาได้มาก ทั้งนี้ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของฝ่ายค้านหรือคนใดคนหนึ่งแต่จะช่วยให้การร่างรัฐธรรมนูญไม่ถูกล็อกสเป็กโดยรัฐบาลหรือเสียงข้างมาก เพื่อประโยชน์ของรัฐธรรมนูญที่ออกมาดีกว่ามีการล็อกสเป็ก



