ข่าว

ค้นอีก!คุกเมืองคอนพบมือถือเพิ่มอื้อ

ค้นอีก!คุกเมืองคอนพบมือถือเพิ่มอื้อ

23 เม.ย. 2555

ตร.นครศรีฯ-คอมมานโดราชทัณฑ์ 300 นาย บุกคุกซ้ำพบมือถือเพิ่มอีกอื้อ ตรวจปัสสาวะนักโทษพบฉี่ม่วงเป็นร้อย ผบ.เรือนจำโอดไม่ได้โดนเด้งเพราะค้นเรือนจำ รับจนท.เอี่ยวเพียบแต่คนดียังมี

                     ความคืบหน้ากรณีการเข้าไปตรวจค้นเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช วันที่ 23 เม.ย.55 เมื่อเวลา 17.30 น. พล.ต.ต.รณพงศ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยกำลังชุดคอมมานโดราชทัณฑ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก กก.สส.ภ.นครศรีธรรมราช ตำรวจภูธรอีกหลาย สภ.กว่า 300 นาย ได้เข้าทำการตรวจค้นเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชแบบตลบหลังซ้ำอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายในแดน 6 ซึ่งเป็นแดนความมั่นคงสูงมีนักโทษเด็ดขาด นักโทษคดีอุกฉกรรจ์ นักโทษประหารรอส่งเรือนจำบางขวาง นักโทษคดีความมั่นคงจาก 3 จังหวัดภาคใต้รวม 1,284  ราย ส่วนใหญ่ถูกพันธนาการด้วยตรวนเซ่นเขื่อง โดยวานนี้ 22เม.ย. เป็นแดนที่เจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบโทรศัพท์รวมทั้งยาเสพติดจำนวนมาก

                     โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการจู่โจมในแดน 6 ในขณะที่นักโทษได้ขึ้นเรือนนอนแล้ว หลังจากนั้นได้เข้าทำการตรวจค้นซ้ำพบโทรศัพท์มือถืออีกกว่า 10 เครื่อง สิ่งของต้องห้ามอีกหลายรายการ โดยเจ้าหน้าที่ได้แบ่งเข้าทำการตรวจค้น 2 ชุดคือแดน 6/1 และ 6/2 หลังจากตรวจค้นแล้วได้เรียกชื่อนักโทษชุดละ 10 คนลงมานั่งเข้าแถวด้านล่าง ก่อนที่จะเริ่มตรวจปัสสาวะแบบเรียงตัวต่อหน้าเจ้าหน้าที่แบบ 10 ต่อ 10 โดยนักโทษบางราย อิดออดอ้างว่าไม่ปวดปัสสาวะแต่ในที่สุดยอมปัสสาวะออกมาโดยดีผลปรากฏว่ามีปัสสาวะสีม่วงจำนวนมาก โดยเมื่อเวลา 18.15 การตรวจยังไม่แล้วเสร็จปรากฏว่าพบนักโทษมีปัสสาวะสีม่วงซึ่งบ่งชี้ว่าเสพสารรเสพติดแล้วถึงกว่า 100 ราย และตัวเลขการพบนั้นยังสูงขึ้นเรื่อย

                     พล.ต.ต.รณพงศ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าเรื่องเรือนจำนครศรีธรรมราช เป็นหนังเรื่องยาว มีความซับซ้อน เชื่อมโยงอย่างเหลือเชื่อ ซึ่งขณะนี้ได้ระดมทีมตำรวจมือดีจาก จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นทีมงานเก่าที่เคยทำคดีสะสางเรือนจำรัตนบุรีลงมาถึงนครศรีธรรมราชแล้วเมื่อเย็นที่ผ่านมา จะดำเนินการสืบสวนขยายผลอย่างเต็มสูบต่อไปแล้ว

                     ด้านนายณรงค์ ยงค์ณรงค์เดชกุล ผบ.เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ที่ถูกคำสั่งย้ายวานนี้ซึ่งยอมให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกเปิดเผยว่า กรณีที่โดนย้ายนั้นขอชี้แจงว่าไม่ได้โดนย้ายเพราะการเข้าค้นเรือนจำแล้วพบของต้องห้ามจำนวนมาก แต่เป็นการย้ายก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้น ข่าวที่ออกไปว่าโดนย้ายเพราะการตรวจค้นนั้นค่อนข้างแรงขอชี้แจงว่าไม่ใช่ตามนั้น

                     “ผมขอยืนยันว่าผมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เข้ามาตรวจค้นอย่างเต็มที่ เจ้าหน้าที่เรือนจำทุกคนพร้อมอำนวยความสะดวก แต่อย่างไรก็ตามยอมรับว่ามีเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหลายเนื่องจากเป็นเรือนจำขนาดใหญ่มีเจ้าหน้าที่มาก แต่เจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องและบริสุทธิ์นั้นยังมีอีกมาก” ผบ.เรือนจำนครศรีธรรมราช กล่าว

รมว.ยธ.สั่งผนึกกำลัง4หน่วยเกาะติดผู้คุมร่วมมือนักโทษค้ายา


              พ.ต.อ.สุชาติ  วงศ์อนันต์ชัย  อธิบดีกรมราชทัณฑ์  กล่าวถึงการปราบปรามยาเสพติดภายในเรือนจำว่า กระทรวงยุติธรรมมีนโยบายให้จัดการปัญหาอย่างเด็ดขาด  โดยเฉพาะหากพบพยานหลักฐานชัดเจนว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินคดีทั้งทางวินัยและอาญาทันที  ซึ่งกรณีตรวจค้นเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชที่พบสิ่งของต้องห้ามทั้งโทรศัพท์มือถือ และยาเสพติดจำนวนมากนั้น  ยอมรับว่าช่องโหว่สำคัญที่ทำให้สิ่งของเหล่านี้เข้ามาอยู่ในเรือนจำได้มาจากเจ้าหน้าที่เรือนจำที่ไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ เห็นแก่อามิจสินจ้าง  ซึ่งกรมราชทัณฑ์ต้องพยายามปรับการแก้ไขโดยนำเครื่องมือที่ทันสมัยมาช่วยในการทำงานมากขึ้น แต่การจัดงบประมาณเพื่อดำเนินการก็ไม่สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว

              พ.ต.อ.สุชาติ  ยังกล่าวถึง  การดำเนินการกับเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราชที่พบมีส่วนเกี่ยวข้องกับของกลางว่า ปฎิบัติการของเจ้าหน้าที่ยังไม่จบ โดยตนได้มอบหมายให้ดำเนินการต่ออีก 3-5 วัน  โดยในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่กระทำความผิดได้ประสานตำรวจ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ปปท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ไปดำเนินการต่อ 

              แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรมเปิดเผยว่า  พ.ต.อ.ประชา   พรหมนอก รมว.ยุติธรรม  ได้สั่งการให้สนธิกำลังหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรมทั้ง  ปปท.  ปปง. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ปปส.)  และกรมราชทัณฑ์  ให้ตรวจสอบเครือข่ายยาเสพติดจากในเรือนจำ  โดยวางแนวทางจากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องขังที่เป็นนักค้ายาเสพติดรายสำคัญที่ยังมีพฤติการณ์ลักลอบนำโทรศัพท์มือถือเข้ามาใช้ในการสั่งยาเสพติด ซึ่งผู้ต้องขังกลุ่มดังกล่าวมักไม่เกรงกลัวต่อโทษที่จะได้รับเพิ่ม เพราะโทษที่ได้รับถือว่าสูงสุดแล้วทั้งการจำคุกตลอดชีวิตและประหารชีวิต หากจะได้รับโทษเพิ่มอีก 1-2 คดีก็ไม่มีผล  ดังนั้น จึงจำเป็นต้องประสานขอความร่วมมือ ปปง.เพื่อใช้มาตรการยึดทรัพย์เพื่อตัดวงจรการค้าอย่างเด็ดขาด  โดย ปปง.จะทำหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องขังและเครือญาติหากพบว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติดจะถูกยึดอายัดทั้งหมด

              แหล่งข่าวเปิดเผยว่า นอกจากการสืบสวนหาข้อมูลการข่าวแล้ว  ชุดปฏิบัติการพิเศษยังใช้มาตรการแฝงตัวและติดตั้งเครื่องดักจับสัญญาณโทรศัพท์ว่ามีโทรศัพท์หมายเลขใดติดต่อออกไปจากเรือนจำบ้าง  เพื่อให้ทราบความเคลื่อนไหวและความเชื่อมโยงของผู้ต้องขังและนักค้ายาเสพติดทั้งในและนอกเรือนจำ  โดยมุ่งตรวจสอบไปที่เจ้าหน้าที่เรือนจำที่มีความใกล้ชิดกับผู้ต้องขังและสุ่มเสี่ยงที่จะรับจ้างนำโทรศัพท์มือถือและยาเสพติดไปส่งให้ผู้ต้องขังในเรือนจำ  โดยที่ผ่านมาได้สะกดรอยผู้เกี่ยวข้องจนพบการนัดพบปะกันระหว่างเจ้าหน้าที่เรือนจำกับญาติผู้ต้องขังรายสำคัญ  รวมทั้งเริ่มมีการเข้าตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ เจ้าหน้าที่เรือนจำ และผู้ต้องขัง ซึ่งบางรายมีการบันทึกภาพถ่ายระหว่างการกระทำความผิดไว้ได้อย่างชัดเจนด้วย

              แหล่งข่าวเปิดเผยถึงเบื้องหลังการบุกจู่โจมเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชว่า  ข้อมูลการสืบสวนสอบสวนของชุดปฏิบัติการพิเศษ ที่ลงพื้นทีเกาะติดขบวนการดังกล่าวนานกว่า  2 เดือน กระทั่งทราบว่ามีเจ้าหน้าที่เรือนจำเข้าไปเกี่ยวข้องในขบวนการ  ทำให้ก่อนหน้าที่จะปฏิบัติการจู่โจมมีเจ้าหน้าที่เรือนจำได้รวบรวมโทรศัพท์มือถือออกมาจากเรือนจำ  แต่เมื่อประเมินสถานการณ์แล้วว่าเจ้าหน้าที่จะคลายความเข้มงวดในการตรวจค้นจึงนำกลับไปส่งให้กับผู้ต้องขังตามที่ออเดอร์ที่ได้รับ  สำหรับซิมการ์ดและโทรศัพท์และแท็บเล็ตที่ยึดได้จะมีการส่งตรวจดีเอ็นเอเพื่อหาเจ้าของและแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไป