
ขนหัวลุก!ชาวบ้านคัดค้านสร้างป่าช้า
ชาวบ้านในพื้นที่ บ้านถ้ำ ม.2 ต.กะโสม อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ออกอาการขนหัวลุก รวมตัวกันคัดค้าน การสร้างป่าช้าเก็บศพในหมู่บ้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 23 เม.ย. 55 ชาวบ้านในพื้นที่บ้านถ้ำ ม.2 ต.กะโสม อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ประมาณ 150 คน ได้นำผู้สื่อข่าวไปดูพื้นที่ที่ทางมูลนิธิกุศลธรรมจังหวัดภูเก็ต จะใช้เป็นสถานที่สร้างป่าช้า เพื่อเก็บศพ ซึ่งเป็นงานของมูลนิธิ จนชาวบ้านในพื้นที่หวาดผวา เพราะต้องออกมากรีดยางพาราในตอนกลางคืน จึงได้ชักชวนกันออกมาคัดค้านการสร้างป่าช้าดังกล่าว เพราะไม่อยากให้หมู่บ้านเปลี่ยนจากสภาพของหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงเกษตร มาเป็นสถานที่เก็บศพ
นายปราโมทย์ สวัสดิ์รักษา อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6/2 ม.2 ต.กะโสม อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา กล่าวว่า ชาวบ้านมีความหวาดกลัวและได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจ หากต้องมีป่าช้าเก็บศพที่นี่ เพราะชาวบ้านในพื้นที่มีอาชีพทำสวนยางพารา และต้องออกจากบ้านมากรีดยางพาราในเวลาค่ำคืน และปกติของคนเราก็มีความหวาดกลัวเรื่องภูตผีและวิญญาณอยู่แล้ว หากมีป่าช้าเกิดขึ้นในหมู่บ้านจริงๆ ก็จะยิ่งสร้างความกลัวให้กับชาวบ้านมากขึ้น เพราะฉะนั้นชาวบ้านที่นี่ จึงไม่ต้องการให้มีป่าช้าดังกล่าวขึ้นมา
นายปราโมท์ กล่าวอีกว่า หมู่บ้านถ้ำแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลก คือ วัดถ้ำสุวรรณคูหา ที่มีประวัติศาสตร์เป็นมาอย่างยาวนาน แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาไม่ต่ำกว่าวันละ 1,000 คน และทางหมู่บ้านมีแผนที่จะปรับปรุงให้เป็นหมู่บ้านเชิงเกษตรอีกทางหนึ่งด้วย หากมีการมาสร้างป่าช้าที่นี่บรรยากาศดีๆของหมู่บ้านก็จะกลับกลายเป็นความวังเวงมาแทนที่ทันที ชาวบ้านจึงต้องออกมาต่อต้าน
นายปราโมทย์ กล่าวด้วยว่า ไม่มีชาวบ้านคนไหนทราบมาก่อนว่า จะมีป่าช้าเกิดขึ้นในหมู่บ้าน เพราะข้อมูลถูกปกปิดมาตลอดจากผู้นำหมู่บ้านหลายระดับที่เห็นดี เห็นงาม ในการสร้างป่าช้าครั้งนี้ แต่เมื่อช่วง 10 กว่าวันที่ผ่านมา มีการนำพระจีนมาทำพิธีอะไรสักอย่างหนึ่งในพื้นที่แห่งนี้ ทำให้ข่าวการเตรียมสร้างป่าช้านี้ถูกเปิดเผยขึ้นมา และชาวบ้านไม่เห็นด้วยกับการกระทำนี้
นางสุมล อาจวิชัย อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23/2 ม.2 ต.กะโสม อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา เป็นชาวบ้านอีกคนหนึ่งที่คัดค้านในเรื่องดังกล่าวนี้ ให้เหตุผลว่า หวาดกลัวภูตผีและวิญญาณผีตายโหงจะเข้ามาในหมู่บ้าน ที่ผ่านมาก็เคยมีเรื่องทำให้ขวัญเสียกันอยู่แล้ว เพราะมีการมาสร้างโรงบรรจุก๊าซ โดยที่ชาวบ้านไม่เคยรู้มาก่อน มารู้อีกที ก็เมื่อตอนที่เขาสร้างเสร็จแล้ว ทุกวันนี้ชาวบ้านก็ยังหวาดกลัวภัยที่อาจเกิดขึ้นจากโรงบรรจุก๊าซ และกรณีนี้ก็เช่นกัน หากปล่อยให้มีการสร้างป่าช้าขึ้นภายในหมู่บ้านอีก ความสุขของชาวบ้านที่เคยมีอยู่ ก็คงจะหมดไป
ผู้สื่อข่าวสอบถามเรื่องดังกล่าวไปยัง นายสุวิทย์ ทองยวญ ผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ในพื้นที่แห่งนี้ เพื่อขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว แต่ทางนายสุวิทย์ ได้ชี้แจงว่า เป็นการกระทำที่ถูกต้องครบถ้วนทุกขั้นตอนแล้ว เพราะได้ผ่านการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน ซึ่งตนจะได้ส่งรายละเอียดที่จะทำขึ้นให้กับทางอำเภอตะกั่วทุ่ง ส่วนที่ชาวบ้านออกมาคัดค้านนั้น น่าจะเป็นฝ่ายที่ไม่ชอบตนต่างหาก
ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังนายสุวัชร์ ศรีเพชรกูล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกะโสม เพื่อขอทราบเรื่องดังกล่าว แต่ไม่สามารถติดต่อได้
ขณะที่ น.ส เบญจวรรณ ตัมพานุวัตร ประธานมูลนิธิกุศลธรรมจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า หากสิ่งไหนที่ชาวบ้านไม่สบายใจ ทางมูลนิธิฯก็ควรจะพิจารณาทบทวน เพราะภารกิจของมูลนิธิ ก็ทำเพื่อการกุศล รับใช้ประชาชน การที่มาใช้พื้นที่ดังกล่าวนี้ ก็เพื่อจะสร้างเป็นจุดพักศพเพื่อรอญาติมารับไปบำเพ็ญกุศลในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้
ทั้งนี้เป็นเพราะมูลนิธิต้องการขยายงานมาบริการประชาชนใน จ.พังงา เพื่อความสะดวก จึงได้จัดหาพื้นที่ใน จ.พังงา ซึ่งที่ดังกล่าวมีจำนวน 8 ไร่เศษ ใช้เงินของมูลนิธิซื้อมา 8 ล้านบาทเศษ และได้ทำการปรับพื้นที่มาประมาณ 1 เดือนแล้วในระยะที่มาซื้อที่ดินก็มีคนในพื้นที่ที่แนะนำให้ซื้อที่ดินผืนดังกล่าวเป็นผู้รับรองว่าจะเคลียร์ปัญหาให้ทุกอย่างซึ่งทางมูลนิธิก็เชื่อ โดยที่ไม่นึกว่าจะมามีปัญหาอย่างที่เกิดขึ้นแบบนี้
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนายบัญชา ธนูอินทร์ ปลัดอาวุโสอำเภอตะกั่วทุ่ง รักษาราชการแทนนายอำเภอ ที่ตำแหน่งว่างแต่ไม่สามรถติดต่อได้ นายวิศาล กองโชค ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงกล่าวในเรื่องนี้ว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างไรก็ตามตนจะเร่งรายงานให้นายบัญชาทราบและเข้าไปแก้ปัญหาโดยเร็ว



