ข่าว

สานใจไทยสู่ใจใต้

สานใจไทยสู่ใจใต้

24 เม.ย. 2555

สานใจไทยสู่ใจใต้

                       ดำเนินมาจนถึงวันนี้เป็นรุ่นที่ 17 แล้วสำหรับการเชื่อมสัมพันธ์เป็นเครือข่ายครอบครัว อันจะนำไปสู่ความสมานฉันท์ในสังคม อันเป็นการสร้างโอกาสให้เยาวชนได้รับการเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ วิสัยทัศน์ และ ประสบการณ์ชีวิต ตลอดจนการพัฒนาแนวคิดในการปฏิบัติตนในการเป็นผู้นำชุมชนในอนาคต อันเป็นหัวใจสำคัญยิ่งของโครงการสานใจไทย สู่ใจใต้ กับการจัดกิจกรรมนำเยาวชนที่นับถือศาสนาอิสลามจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ยะลา - ปัตตานี - นราธิวาส - สงขลา และสตูล

                       ล่าสุดเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการได้เดินทางไปทัศนศึกษายังสถานที่ต่างๆ อย่าง ร่วมงานเปิดตัวโครงการโดยฯพณฯ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี เยี่ยมคารวะผู้บัญชาการทหารบก อิหม่ามมัสยิดต้นสน ศึกษาประวัติศาสตร์ เข้าเยี่ยมชมเรือจักรีนฤเบศร และศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ณ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง อำเภอสัตหีบจังหวัดชลบุรี และการเข้าค่ายสิ่งแวดล้อมอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพื่อศึกษาชีวิตสัตว์ป่าจากกิจกรรมส่องสัตว์สลับกับ บรรยายโครงการศึกษาวิจัยด้านธรรมชาติ

                       รุสลีน เจมะ เยาวชนที่ได้รับการอบรมในรุ่นที่ 1 กล่าวถึงความรู้สึกว่า ในฐานะที่เป็นรุ่นพี่ ช่วงนี้โรงเรียนปิดเทอมก็อยากมาดูน้องๆ ว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง ตอนที่มาตอนนั้นมีแค่ 30 คน ต่างกับตอนนี้มีถึง 240 คน จำนวนครูพี่เลี้ยงก็มีไม่พอ เลยได้มีโอกาสมาช่วย ดีใจมากที่มีโครงการนี้เพราะว่าเราจะได้ใช้ชีวิตระหว่างคนใต้กับคนภาคกลาง ซึ่งชีวิตความเป็นอยู่ไม่ได้แตกต่างกันมาก  ส่วนตัวเรียน 2 แบบ คือ ด้านวิชาการและศาสนา ศาสนาและวิถีชีวิตของคนไทยเราเข้ากันได้ ศาสนาพุทธสอนให้เป็นคนดี ศาสนาอิสลามก็สอนให้เป็นคนดีเช่นกัน

                       ส่วนเยาวชนที่เข้ารับการอบรมรุ่นที่ 4 อับดุลคอเดย์ พูลา บอกว่า ในฐานะศิษย์เก่าเยาวชนที่เคยเข้าร่วมโครงการยินดีและชื่นชมน้องๆ ในรุ่นที่ 17 น้องๆ มีความสุขมาก โครงการนี้ให้ความรู้ให้ประสบการณ์หลายๆ อย่างกับน้องๆ ที่สำคัญคือโอกาสที่น้องๆใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ขาดคือการได้เข้าไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญซึ่งถ้าเรามาส่วนตัวอาจจะไม่ได้เข้าไปได้ใกล้ชิดผู้ใหญ่ ได้รับความสุขกับการได้อยู่กับครอบครัวมุสลิมที่เรียกว่าครอบครัวอุปถัมภ์ได้เรียนรู้วิถีชีวิตชีวิตของพี่น้องมุสลิมในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่เขาอยู่อย่างมีความสุขและนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันของเราเอง

                       "ประทับใจครอบครัวอุปถัมภ์ที่รับผมตั้งแต่รุ่นที่ 4 ตอนนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ครับ เหมือนเราเป็นลูกของเขาเลย และที่สำคัญเรายังได้มีการรวมตัวกันจากน้องๆ ในรุ่นต่างๆ มาทำกิจกรรมต่อเนื่อง เช่น โครงการค่ายสื่อมวลชน เช่นไปศึกษาดูงานที่สถานีวิทยุ สทท ช่อง 11  ช่อง  3 หรือ ช่อง 9 เพราะเราจะได้รับความรู้ซึ่งมีผู้ใหญ่ในโครงการให้การสนับสนุนถ้าเราจะทำโครงการอะไรก็ทำหนังสือเสนอมาได้เลย ซึ่งผู้ใหญ่ท่านให้ความสนใจและสนับสนุนมาก นอกจากนี้ทางโครงการฯก็ยังมีทุนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้น้องๆ ได้มีโอกาสทางการศึกษาอีกกว่า 100 ทุนอีกด้วยครับ เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการอยากให้ความสงบสุขและความสันติสุขเกิดขึ้นใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้” อับดุลคอเดย์ เล่าอย่างมีความสุข

                       กิจกรรมนี้ยังทำให้เห็นได้ว่าการนับถือศาสนาไม่เป็นอุปสรรคที่จะอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข และยังจะช่วยทำให้เยาวชนตระหนักถึงการที่จะช่วยพัฒนาบ้านเมืองของเราในอนาคตอีกด้วย