
'อธิการฯม.เนชั่น'แนะรับมือ'เออีซี'
อธิการบดี มหาวิทยาลัยเนชั่น แนะผู้ประกอบการ SMEs เตรียมความพร้อมรับมือ สู่อาเซียนประชาคมโลกในปี 2558
ผศ.ดร.พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม อธิการบดี มหาวิทยาลัยเนชั่น ปาฐกถาเรื่อง "พัฒนาคนไทยรับการค้า AEC" ที่โรงแรมอิมพีเรียลแม่ปิง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ถึงความพร้อมของธุรกิจ SMEs สู่อาเซียนประชาคมโลกในปี 2558 ว่า ในอนาคตที่จะถึงนี้จะมีการเปิดเสรีทางการค้ามากขึ้น หลัก ๆ นั้นจะเป็นทางด้านการเงิน การธนาคาร การคลัง ผู้ประกอบการจะต้องมีความรู้ที่แท้จริง และต้องการทำการขยายข้อมูลเหล่านั้นให้ลึกเพียงพอ และมีการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีใน 8 สาขาอาชีพ ซึ่งประกอบด้วย แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี ช่างสำรวจ และผู้ปฏิบัติอาชีพในด้านการท่องเที่ยว
ส่วนความต้องการแรงงานใน 9 สาขาอาชีพที่ที่เร่งรัดเปิดเสรีทางการค้า คือ ผลิตภัณฑ์เกษตร สินค้าประมง ผลิตภัณฑ์ผลไม้ ผลิตภัณฑ์ยาง สิ่งทอ เสื้อผ้า อิเล็กทรอนิกส์ สินค้าสุขภาพ สินค้าไอที ซึ่งมีความต้องการแรงงานเหล่านี้จำนวนถึง 300,000 คน หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจะต้องมีการส่งเสริมการพัฒนา โดยการจัดประชุม สัมมนาเป็นมุ่งสร้างโอกาสต่าง ๆ โดยจะต้องมีการวางแผนลองทำและเสริมความเข้มแข็งจากภาครัฐและเอกชน
ผศ.ดร.พงษ์อินทร์ กล่าวอีกว่า กระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนด 9 แผน มุ่งสู่อาเซียน ได่แก่ 1. การปรับตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนประชาคมโลก 2. การพัฒนาสถานศึกษาและองค์ความรู้ 3. การพัฒนาเทคโนโลยีและเครื่องมืออุปกรณ์ 4. การพัฒนาครูทั้งระบบ 5. การพัฒนาศักยภาพ 6. การวิจัยและถ่ายทอดองค์ความรู้ 7. การเพิ่มโอกาสทางการศึกษา 8. การส่งเสริมการมีงานทำ และ 9. การบริหารจัดการกลยุทธ์ ในด้านการเตรียมความพร้อม SMEs สู่อาเซียนนั้นทางด้านของผู้ประกอบการควรปรับตัวในเรื่อง Social Media , Logistics , Green Market Business สิ่งเหล่านี้ทางผู้ประกอบการต้องมีความเข้าใจ และเข้าถึงและต้องมีการปรับทางด้านของบุคลากรให้มีการฝึกฝนให้มีความรู้ความเข้าใจ
เช่นเดียวกัน ทางด้านอุดมศึกษาจะต้องมีการพัฒนาหลักสูตรและความรู้แปลกใหม่ หลักสูตรในประเทศไทยนั้นมีอยู่ 2 แบบ คือ ดีกรีโปรแกรมและสาขาวิชาชีพ ซึ่งสาขาวิชาชีพนี้น่าจะมีความเหมาะสมสำหรับประเทศไทยมากที่สุด ส่วนตัวของนักศึกษาเองต้องมีการเตรียมความพร้อมทางด้านภาษาและมีการฝึกให้เข้าสู่การทำงานในสาขาวิชาชีพนั้น ๆ ในอนาคตภาษาที่คาดว่ามีอิทธิพลที่สำคัญ ได้แก่ อังกฤษ จีน เกาหลี พม่า บาฮาซา อินโดนีเซีย
ผศ.ดร.พงษ์อินทร์ กล่าวด้วยว่า ต่อไปจะต้องมีการพัฒนาและฝึกฝนในด้านโซเซียลมีเดีย เพราะในปัจจุบันผู้คนเริ่มใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่าโทรทัศน์ เห็นได้จากสถิติแนวโน้มของการใช้โซเซียลมีเดียเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งให้ความสำคัญกับ CSR ซึ่งเป็นรูปแบบของการตลาดยุคใหม่ สามารถประเมินพฤติกรรมของผู้บริโภคได้



