
ส่งออกอาหารลุ้นยอดซื้อครึ่งปีหลังพุ่ง
ส่งออกอาหารแนวโน้มดี คาดครึ่งปีหลังยอดคำสั่งซื้อพุ่งกว่า 4 หมื่นล้านบาท พาณิชย์ชี้ค่าเงินบาทแข็งยังไม่เป็นอุปสรรค หวังงานไทยเฟ็กซ์เงินสะพัด 87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเปิดงานแสดงสินค้าอาหาร 2552 หรือ ไทยเฟ็กซ์-เวิลด์ ออฟ ฟู้ด เอเชีย 2009 ว่า อุตสาหกรรมอาหารยังคงมีแนวโน้มขยายตัวดี คาดว่าปีนี้ไทยน่าจะส่งออกอาหารได้ราว 2.2 หมื่น ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7.8 แสนล้านบาท จากปีก่อนส่งออกมูลค่า 7.7 แสนล้านบาท แม้ว่าในไตรมาส 1 และ 2 จะมีแนวโน้มชะลอตัวลง แต่ความต้องการของผู้บริโภคยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้การส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังปรับตัวดีขึ้น
ส่วนค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจนมาอยู่ที่ระดับ 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐนั้น เท่าที่ประเมินในขณะนี้ ยังไม่เป็นที่น่าวิตก ภาคเอกชนยังแข่งขันได้ โดยการจัดงานไทยเฟ็กซ์ครั้งนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าชมตลอดการจัดงาน 1 แสนคน และมีเงินสะพัดทั้งในงานและภายหลังการจัดงานกว่า 87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นายอนุรัตน์ โค้วคาสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาดและฝ่ายปฏิบัติการ บริษัทพรานทะเล มาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวว่า การส่งออกกลุ่มอาหารแช่แข็งของไทยยังแข็งแกร่ง เนื่องจากตลาดยังมีความต้องการ และลูกค้าทั่วโลกให้ความเชื่อมั่น คุณภาพและมาตรฐานการผลิตของไทย อีกทั้งพบว่าในช่วงไตรมาสที่ 3-4 ปีนี้ มีสัญญาณดีที่สนับสนุนอุตสาหกรรมให้ขยายตัว ขณะที่ผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ ที่มีฐานการผลิตอาหารเพื่อการส่งออกจากจีน มีแผนจะย้ายฐานการผลิตมายังไทยด้วย เนื่องจากไทยมีมาตรฐานการผลิตระดับโลก ในทุกหมวดอาหาร
"เชื่อว่าปัจจัยนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตัวเลขการส่งออกของไทยในภาคอาหารขยายตัวเพิ่มขึ้น และคาดว่าไตรมาส 3-4 จะมีการออเดอร์รวมกว่า 4 หมื่นล้านบาท คิดเป็นอัตราการขยายตัวไม่ต่ำกว่า 20%" นายอนุรัตน์กล่าวและว่า ส่วนเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นนั้น เชื่อว่าสถานการณ์จะเป็นช่วงสั้น และไม่กระทบต่อภาคการส่งออก
นายผณิศวร ชำนาญเวช นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า สถานการณ์การส่งออกอาหารของไทยโดยภาพรวมในปีนี้ถือว่ายังดี แม้ว่าไตรมาส 1 ที่ผ่านมาจะปรับลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2551 เนื่องจากปีก่อนมีหลายปัจจัยที่เอื้อต่อการส่งออกอาหารให้ขยายตัว ส่วนเงินบาทที่แข็งค่าในขณะนี้ จะส่งผลกระทบให้ผู้ส่งออกขายสินค้าได้น้อยลง



