ข่าว

'อภิสิทธิ์'ไฟเขียวสอบ'ณัฏฐ์'

'อภิสิทธิ์'ไฟเขียวสอบ'ณัฏฐ์'

23 เม.ย. 2555

'อภิสิทธิ์' ไฟเขียวสอบ 'ณัฏฐ์' รับกระทบภาพลักษณ์พรรค ชี้ ปชป.ชนะลต.ปทุมฯ เหตุพท.เมินช่วยน้ำท่วม-แดงแตก ระบุครม.รดน้ำดำหัว 'ป๋าเปรม' เป็นประเพณี แนะ 'ณัฐวุฒิ-จตุพร' เข้าไปขอขมาเพื่อการปรองดอง

                    23 เม.ย.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฏร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรคเพื่อไทยพยายามกดดันให้ นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกว่า เรื่องนี้ต้องขอให้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง พรรคประชาธิปัตย์ไม่เพิกเฉยในเรื่องนี้และตนสนับสนุนคณะกรรมาธิการหรือกลไกอื่นมาตรวจสอบ พร้อมกันนี้ก็ได้บอกนายณัฏฐ์ให้ความร่วมมือ ยืนยันว่า เรายอมรับการกระบวนการตรวจสอบทุกอย่าง

                    ทั้งนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและนายณัฏฐ์ก็ต้องรับผิดชอบกับการกระทำของต่อเอง แม้นายณัฏฐ์จะชี้แจงแล้วซึ่งคนบางส่วนก็เข้าใจ โดยเฉพาะคนที่เล่นเครื่องมือสื่อสาร ส่วนจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยพยายามทวงมาตรฐานจากพรรคประชาธิปัตย์นั้น ยืนยันว่า พรรคยอมรับการตรวจสอบและไม่มีการไปขัดขวางกระบวนการตรวจสอบ ถ้ามีความผิดไม่เหมาะสมก็จะมีการดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคและภาพลักษณ์ของสภา

                    อย่างไรก็ตามตนแปลกใจว่า นายไพจิต ศรีวรขาน ประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฏร ที่ประสานให้ดีเอสไอเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีใครพยายามโยงเรื่องนี้กับภาพที่ปรากฏบนจอภาพของสภา ทั้งที่ความจริงแล้วภาพที่เกิดขึ้นคนละเวลาที่นายณัฏฐ์เปิดดู และเทคโนโลยีที่จะส่งภาพไปปรากฏบนจอก็คนละระบบ เนื่องจากนายณัฏฐ์ใช้ไอโฟน แต่กลับมีความพยามที่จะสร้างความสับสนและสร้างกระแส

 

ชี้ปชป.ชนะเลือกตั้งปทุมฯเหตุพท.เมินช่วยน้ำท่วม

                    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel กล่าวถึงกรณีการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.ปทุมธานี และการเลือกตั้งนายกฯ อบจ. ที่ปทุมธานี ว่า ตนต้องขอบคุณพี่น้องชาวปทุมธานีที่ไว้วางใจคนของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งตัวผู้สมัครเอง ก็ลงพื้นที่มาอย่างสม่ำเสมอ แม้ในช่วงที่ยังไม่ได้มีการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ว่างเว้นจากการเป็นส.ส.ในพื้นที่ดังกล่าวมานานพอสมควร และการเลือกตั้งซ่อมและผลที่ออกมาก็คงสะท้อนหลายอย่าง สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นคิดว่ามีหลายปัจจัย ซึ่งปัจจัยแรกคือ นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)มีความขยัน แม้ในช่วงสอบตกก็ไม่ได้หยุดลงพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงน้ำท่วมก็ลุยในพื้นที่แล้วก็ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างแข็งขัน และเมื่อครั้งที่ตนลงช่วยหาเสียงก็ได้รับเสียงสะท้อนในทางบวกค่อนข้างมาก

                    ส่วนปัจจัยที่ 2 คือ การเลือกตั้งซ่อมแต่ละครั้ง เป็นตัวสะท้อนความนิยมของพรรคแต่ละพรรค ซึ่งตัวเลขของผู้ไปใช้สิทธิ์น้อยก็สรุปได้ว่า คนไม่พอใจการเมืองโดยทั่วไป แต่พรรคประชาธิปัตย์ได้รับความนิยมในสัดส่วนที่สูงขึ้นมาก ส่วนพรรคเพื่อไทยนั้นคะแนนที่หายไปก็คงต้องไปวิเคราะห์กัน เพราะมันมีหลายปัจจัย ส่วนหนึ่งก็เป็นการสะท้อนปัญหาที่ประชาชน ยังไม่พอใจกับการทำงานโดยเฉพาะก็ปัญหาปากท้อง รวมทั้งความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับคนเสื้อแดง ปัจจัยสุดท้ายคือ ส.ส.พรรคเพื่อไทยลาออกเพื่อไปลงสมัครนายกฯอบจ. ซึ่งตรงนี้สำคัญ เพราะประชาชนมองว่า มันไม่เหมาะสม เพราะเพิ่งได้รับเลือกตั้งไม่ถึงปี ถ้าตั้งใจจะลงเป็นนายกฯ อบจ. ตั้งแต่แรก ทำไมมาสมัคร สส. แล้วก็มาลาออกไปเลือกตั้งซ่อม ซึ่งต้องเสียงบประมาณจำนวนมาก ส่วนการเลือกตั้งซ่อมที่จ.เชียงใหม่นั้น ขณะนี้ทางพรรคกำลังพิจารณาบุคคลที่จะลงสมัครแล้ว

 

'อภิสิทธิ์'ระบุครม.รดน้ำดำหัว'ป๋าเปรม'เป็นประเพณี

                    ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฏร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯจะนำครม.ไปรดน้ำดำหัวพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษในวันที่ 26 เม.ย.เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ว่า การที่ครม.จะไปรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่สามารถทำได้ เพราะเป็นเรื่องของประเพณีปฏิบัติ ไม่เกี่ยวกับการปรองดอง แต่ถ้าอยากจะทำให้เกิดความปรองดองก็ให้แกนนำเสื้อแดงไปขอขมา พล.อ.เปรม ทั้งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยว่า สิ่งที่กล่าวหาไปก่อนหน้านี้ไม่จริง ซึ่งตรงนี้ก็น่าจะเป็นการปรองดอง

                    เมื่อถามว่า หากนายณัฐวุฒิ ไม่เข้าไปร่วมรดน้ำพล.อ.เปรม แสดงนัยยะเรื่องการไม่ปรองดองหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยิ่งชัดเข้าไป

                    เมื่อถามย้ำว่า นายณัฐวุฒิ อ้างเรื่องของตารางเวลา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ครม.ว่างทุกคน แต่นายณัฐวุฒิไม่ว่างคนเดียว ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นว่าอะไรเป็นอะไร

 

'มาร์ค'ชี้ถกรธน.เร็ว-ช้าอยู่ที่การตกลงวิป 4 ฝ่าย

                    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจาณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้ขั้นตอนอยู่ในวาระที่ 2 ทางพรรคยืนยันในการทำหน้าที่ที่จะเปลี่ยนแปลงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสียหายน้อยที่สุด ไม่ให้นำไปเป็นเครื่องมือในการนำไปสู่การเอื้อประโยชน์ให้กับบุคคล บางเรื่องก็ชัดเจนแล้วว่า เราคงไม่สามารถให้กรรมาธิการเสียงข้างมากเปลี่ยนแปลงไปได้ ซึ่งการพิจารณาช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ 4 ฝ่ายที่จะมีการหารือกันนอกรอบในวันที่ 24 เม.ย.นี้ อย่างไรก็ตามการพิจารณาคงจะจบยากหากไม่มีการแก้ไขปรับปรุง ซึ่งก็ต้องอภิปรายยืดเยื้อกันต่อไป ส่วนหลังจากนั้นก็ลงมติในวาระ 3 แม้ว่า กรอบเวลาการลงมติในวาระ 3 จะต้องลงกันในวันที่ 8 พ.ค.ก็ตาม หากพิจารณากันไม่เสร็จก็ต้องเลื่อนกันออกไป

                    ผู้สื่อข่าวถามว่า นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เห็นว่า ควรใช้กม.เลือกตั้งท้องถิ่นมาใช้ในการเลือกตั้ง สสร. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยากให้ฝ่ายค้านเข้าหารือกับกกต.ในเรื่องนี้เพราะประเด็นที่เป็นห่วงคือพรรคการเมือง ซึ่งตนไม่ทราบว่า นางสดศรีทราบหรือไม่ว่า ในกรณีที่ใช้กม.เลือกตั้งท้องถิ่นจะวางบทบาทพรรคการเมืองอย่างไร ส่วนที่ห่วงว่า หากใช้กม.เลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว.นั้นจะต้องมีการจัดเลือกตั้งล่วงหน้าและเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรนั้นตรงนี้ก็สามารถยกเว้นได้ ซึ่งไม่ใช่ประเด็นนี้

                    นอกจากนี้การตัดอำนาจการให้ใบเหลือง ใบแดง โดยโยนให้ศาลอุทธรณ์เป็นคนวินิจฉัย ทางพรรคเห็นว่า เป็นเรื่องที่แปลก เพราะมีองค์กรที่ทำหน้าที่ในเรื่องการดูแลการสุจริตเที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง แต่กลับไม่ใช้ อีกทั้งการไปบังคับให้ศาลตัดสินคดีภายใน 30 วัน ซึ่งไม่เคยมี แม้แต่คดีท้องถิ่นต่างๆส่วนใหญ่ก็ตัดสินคดีเกิน 30 วัน ซึ่งอย่าคิดแต่เรื่องของความสะดวกของตัวเองในการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งฝ่ายค้านจะคัดค้านเรื่องนี้ต่อไป

                    เมื่อถามว่า ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯไม่เคยมาร่วมรับฟังการอภิปรายแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นไปตามบทบาทที่วางไว้ ความจริงเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะเรื่องนี้เป็นนโยบายของรัฐบาล อยากแห็นครม.ไปร่วมประชุมบ้าง อย่างไรก็ตามตนไปบังคับนายกฯไม่ได้ แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องรับผิดชอบต่อบ้านเมืองหากมีอะไรเกิดขึ้น