ข่าว

เล็งรื้อบอร์ดกคช.แก้ปัญหาบ้านเอื้อเร่งลดภาระหนี้สิน

เล็งรื้อบอร์ดกคช.แก้ปัญหาบ้านเอื้อเร่งลดภาระหนี้สิน

14 พ.ค. 2552

พม. เตรียมรื้อบอร์ด กคช. วงในชี้การเมืองดึงคนนอกนั่งเก้าอี้ผู้ว่าการ พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาหนี้สินเล็งขอเงินอุดหนุนจากรัฐปีละ 2 พันล้านหวั่นสิ้นปีงบ 52 หากไม่ได้รับการแก้ไขเข้าข่ายเป็นหนี้สาธารณะ

นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะกำกับดูแลการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยว่า ตนมีแนวคิดจะปรับเปลี่ยนคณะกรรมการ การเคหะแห่งชาติชุดเก่าทั้งหมด เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน รวมถึงการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของโครงการบ้านเอื้ออาทร ขณะที่ก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ กำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยมีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เป็นประธานซึ่งมีการหารือถึงแนวทางการแก้ปัญหาแล้วเบื้องต้น คาดว่าจะนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ได้ภายใน 2 สัปดาห์

 สำหรับปัญหาเฉพาะหน้าที่จะต้องแก้ไข คือ ปัญหาเรื่องเงิน ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเสนอขอเงินอุดหนุนจากรัฐบาลกว่า 6,000 ล้านบาท แต่ขณะนี้รัฐบาลไม่มีเงินจึงต้องทำแผนเสนอใหม่แบ่งเป็นขออุดหนุนรายปี ปีละ 2,000 ล้านบาท เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาหนี้ดอกเบี้ยเฉพาะหน้า

 แหล่งข่าววงในจาก กคช.เผยว่า การเปลี่ยนบอร์ดครั้งนี้ นอกจากเปลี่ยนตามมารยาทแล้ว ยังมีนัยที่จะล้างบอร์ดชุดเก่า ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นตัวแทนของรัฐบาลจากอดีตพรรคไทยรักไทยด้วย และสิ่งที่น่าจับตาคือการเปลี่ยนตัวผู้ว่าการ กคช. จากลูกหม้อสู่การเปิดทางให้คนนอกเข้ามานั่งตำแหน่งด้วยวิธีการจัดสรร ซึ่งล็อกสเปกหรือส่งคนของนักการเมืองเข้ามาได้

 นายศิริโรจน์ ชาวปากน้ำ ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะฯ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาขาดทุนซึ่งสิ้นปีงบ 2552 นี้ มีภาระรวม 2,000 ล้านบาท หากไม่ได้รับแก้ไขก็จะเข้าข่าย พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ ที่ระบุว่า หากรัฐวิสาหกิจขาดทุนต่อเนื่อง 3 ปี จะไม่สามารถระดมทุนได้ และกระทรวงการคลังจะไม่ค้ำประกันเงินกู้ให้ ดังนั้น กคช.ต้องเร่งขายบ้านเอื้ออาทร ขายทรัพย์สินที่ล่าสุดจะนำที่ดิน 3-4 แปลงออกขายและลดรายจ่ายในองค์กรลง 20% เช่น ลดเงินประจำตำแหน่งผู้บริหาร 20% ลดค่าทำงานล่วงเวลาเหลือวันละ 300 บาท ฯลฯ