ข่าว

'อกหักซ้ำสอง'พท.แพ้ทั้งสนามเล็ก-ใหญ่

'อกหักซ้ำสอง'พท.แพ้ทั้งสนามเล็ก-ใหญ่

23 เม.ย. 2555

"อกหักซ้ำสอง"พรรคเพื่อไทยแพ้ทั้งสนามเล็ก-ใหญ่ : ขยายปมร้อย โดย พนอ ชมภูศรี,สมถวิล เทพสวัสดิ์

              ชัยชนะของ "เกียรติศักดิ์ ส่องแสง" ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี เขต 5 พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีชัยเหนือกว่า "สมชาย รังสิวัฒนศักดิ์" ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย กว่า 3,000  คะแนน ถือว่ามีนัยทางการเมือง
   
               เพราะผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ปทุมธานี เขต 5 หากวิเคราะห์จากพื้นที่ในเขตนี้ประกอบด้วย ต.บึงคำพร้อย ต.ลาดสวาย และ ต.คูคต อ.ลำลูกกา มี 183 หน่วยเลือกตั้ง ประชาชนมีสิทธิเลือกตั้งได้ทั้งหมด 140,351 คน
   
               โดย "สมชาย รังสิวัฒนศักดิ์" จากพรรคเพื่อไทยได้ 24,119 คะแนน ขณะที่ "เกียรติศักดิ์ ส่องแสง" จากพรรคประชาธิปัตย์ได้ 27,981 คะแนน ส่วน "ณรงค์ชัย ปัญญานนทชัย" จากพรรคไทยมหารัฐพัฒนาได้ 347 คะแนน
   
               แม้ว่าจะมีผู้ไปใช้สิทธิบางตาเพียงร้อยละ 30 แต่ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ย่อมชี้ให้เห็นถึงคะแนนนิยมของ "พรรคเพื่อไทย" ในพื้นที่ "ปทุมธานี" ได้เป็นอย่างดี เพราะจังหวัดนี้ "พรรคเพื่อไทย" ได้ ส.ส.ยกจังหวัด รวม 6 เขต
   
               ต่อมา "ว่าที่ ร.ต.สุเมธ ฤทธาคนี" ส.ส.เขต 5 พรรคเพื่อไทย ได้ลาออกไปลงสมัครเลือกตั้ง "นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี" ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงต้องจัดให้มีการเลือกตั้งซ่อม เมื่อวันเสาร์ที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมา
   
               มีคนมองว่าชัยชนะของ "เกียรติศักดิ์" เมื่อเทียบกับประชาชนที่มาใช้สิทธิเพียงร้อยละ 30 จากจำนวนประชาชนที่มีสิทธิลงคะแนน 140,351 คน ถือว่าน้อย
   
               พร้อมกับยกผลคะแนนเลือกตั้งเขต 5 ปทุมธานี เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 มาเปรียบเทียบ โดยครั้งนั้น "ว่าที่ ร.ต. สุเมธ ฤทธาคนี" ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยได้ 49,242 คะแนน ขณะที่ "เกียรติศักดิ์ ส่องแสง" จากพรรคประชาธิปัตย์ได้ 34,402 คะแนน คะแนนทิ้งห่างกัน 14,840 คะแนน แต่ครั้งนี้มีคะแนนห่างกัน 3,862 คะแนน
   
               อย่าลืมว่ากระแส "พรรคเพื่อไทย" ในพื้นที่ จ.ปทุมธานีถือว่า "พุ่งขีดสุด" เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกมองว่าเป็นพื้นที่ "คนเสื้อแดง" จึงได้ ส.ส.มายกจังหวัดทั้ง 6 เขต
   
               แต่ครั้งนี้พื้นที่เขต 5 ก็ดูมองว่าเป็นที่ "คนเสื้อแดง" แต่จากการบริหารงานของรัฐบาลตามนโยบายหาเสียงการประกาศ "กระชากค่าครองชีพ" เพิ่มค่าแรง 300 บาททั่วประเทศ นโยบาย 1.5 หมื่นบาท สำหรับผู้ที่จบปริญญาตรี จนบัดนี้ไม่สามารถทำได้ทันที
   
               แถมราคาสินค้า อัตราก๊าซหุงต้ม น้ำมัน ที่มีราคาสูงขึ้น บวกกับปัญหาน้ำท่วมที่คนปทุมธานีรับไปเต็มๆ ทำให้ "คะแนนนิยม" ของพรรคเพื่อไทย และตัวผู้สมัครของพรรคถูก "กระชาก" ลงมาให้เห็นจากการเลือกตั้งในครั้งนี้
   
               นั่นเพราะความชะล่าใจ และมั่นใจ โดยลืมไปว่า "เขต 5 ปทุมธานี" คนส่วนใหญ่เป็นคนบ้านจัดสรร เป็นชนชั้นระดับกลาง มีความใกล้ชิดข้อมูลข่าวสารการตัดสินใจจึงอยู่ภายใต้ข้อเท็จจริงและความเป็นจริงที่เกิดขึ้น
   
               แม้ว่า "แกนนำพรรคเพื่อไทย" อย่าง "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี และ "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้ไปลงพื้นที่เปิดเวทีปราศรัยก็ไม่ได้ทำให้คะแนนเสียงของ "สมชาย รังสิวัฒนศักดิ์" ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยดีขึ้นมากนัก
   
               นั่นเพราะ "สมชาย" ซึ่งเป็นสามีของ "ก้อย" พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี เขต 4 พรรคเพื่อไทย ไม่ใช่คนในพื้นที่ และขณะที่น้ำท่วมการลงพื้นที่ให้ชาวบ้านเห็นหน้าค่าตาจึงน้อยกว่า "เกียรติศักดิ์ ส่องแสง" ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ที่ลงสมัครในพื้นที่มาแล้วถึง 2 ครั้ง ความใกล้ชิดกับชาวบ้านในพื้นที่จึงมีมากกว่าตั้งแต่น้ำเริ่มท่วมจนกระทั่งน้ำลด
   
               นอกจากสาเหตุเรื่องการบริหารงานของรัฐบาลที่ถูกมองว่าไม่ได้ช่วยเร่งแก้ปัญหาปากท้องเป็นหลักแล้ว นำคนนอกพื้นที่มาลงสมัคร หลังจาก ส.ส.เพื่อไทย ประกาศลาออกจนต้องเลือกตั้งซ่อมทำให้สูญเสียงบประมาณ
   
               ท่ามกลางกระแสข่าวพรรคเพื่อไทย จะ "เหมา" ทั้ง ส.ส.เขต และระดับท้องถิ่น เพื่อให้การบริหารงานในพื้นที่มีความคล่องตัวมากขึ้น โดย ส.ส.ทั้ง 5 เขต จะช่วย "ว่าที่ ร.ต.สุเมธ ฤทธาคนี" ที่ลาออกจาก ส.ส.มาลงสมัคร "นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี" หวังได้รับชัยชนะในครั้งนี้ เชื่อมั่นใน "กระแส" และความนิยม
   
               แม้ว่าจะพ่ายแพ้เลือกตั้งซ่อม ส.ส.ปทุมธานี เขต  5 ให้แก่ "พรรคประชาธิปัตย์" ไปแล้ว ดูเหมือนพรรคเพื่อไทยยังมั่นใจในชัยชนะ
   
               จนกระทั่งการเลือกตั้ง  "นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี" เมื่อวันที่ 22 เมษายน ถัดจากการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.มาเพียงวันเดียว
   
               ปรากฏว่าผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเมื่อเวลาเกือบ 19.00 น. หมายเลข 1 "ชาญ พวงเพ็ชร" อดีตนายก อบจ. มีคะแนนนำ 214,429 คะแนน ขณะที่หมายเลข 2 "ว่าที่ ร.ต.สุเมธ ฤทธาคนี" อดีต ส.ส.ปทุมธานี เขต 5 พรรคเพื่อไทย มี 110,974 คะแนน
   
               สุดท้ายคงพอจะคาดเดาได้ว่า "ชัยชนะ" ครั้งนี้คงไม่พลิกความคาดหมาย
   
               พรรคเพื่อไทยพลาดทั้ง 2 เก้าอี้ ทั้งสนามเล็กและสนามใหญ่ โดย "ส.ส.ปทุมธานี เขต 5" ก็ยกให้ "พรรคประชาธิปัตย์" ขณะที่เก้าอี้ "นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี" ก็ยกให้ "ชาญ พวงเพ็ชร" อดีตนายก อบจ. ที่มองกันว่าเป็นคนของ "พรรคภูมิใจไทย"
   
               งานนี้ไม่เรียกว่า "อกหักซ้ำสอง" เพราะความประมาทก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไร

........

(หมายเหตุ  :  "อกหักซ้ำสอง"พรรคเพื่อไทยแพ้ทั้งสนามเล็ก-ใหญ่ : ขยายปมร้อย โดย พนอ ชมภูศรี,สมถวิล เทพสวัสดิ์ )