ข่าว

'ภูเก็ต'สั่นไหว...ไข่มุกสั่นสะเทือน

'ภูเก็ต'สั่นไหว...ไข่มุกสั่นสะเทือน

23 เม.ย. 2555

'ภูเก็ต'สั่นไหว...ไข่มุกสั่นสะเทือน

                 หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่และสึนามิขนาดย่อมเมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่ผ่านมา ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่อาศัยอยู่ในกระบี่ ภูเก็ต และพังงา ต่างจับกลุ่มพูดคุยถึงประสบการณ์ที่วิ่งหนีสึนามิไปบนภูเขา ระหว่างนั้นเกิดอาฟเตอร์ช็อกขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 50 ครั้ง ภายในวันที่ 12-15 เมษายน ดูเหมือนแผ่นดินจะหายพิโรธการเคลื่อนไหวเริ่มสงบลง จนหลายคนเชื่อมั่นว่าไม่น่าจะมีอาฟเตอร์ช็อกอีกแล้ว แต่ดูเหมือนธรรมชาติยังอยากล้อเล่นกับมนุษย์ต่อรอบสอง...
   
               16.44 น. วันที่ 16 เมษายน ผู้คนที่อาศัยอยู่เกาะภูเก็ตหลายพื้นที่เริ่มรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนใต้พื้นดิน หลายคนวิ่งหนีออกมานอกบ้าน เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งมีข้อมูลข่าวรายงานว่า เป็นแผ่นดินไหวบนบกขนาด 4.3 ริกเตอร์ และศูนย์กลางอยู่ใน ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง นั่นเอง มีการแจ้งว่า บ้านเรือนเกือบ 50 หลัง เกิดรอยร้าวจนเห็นได้ชัด ชาวบ้านรู้สึกกังวล เพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน เพราะวันถัดมา 17 เมษายน เกิดแผ่นดินไหวซ้ำที่ อ.ถลาง ระดับ 3.1 ริกเตอร์ และต่อเนื่องทุกวันเป็นเวลาเกือบสัปดาห์ จนถึง 22 เมษายน ตรวจพบพื้นที่ในภูเก็ตเกิดแรงสั่นสะเทือนขนาด 2.2-2.4 ริกเตอร์หลายครั้ง...ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งเร่งด่วนขอให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบความแข็งแรงของอาคารและตึกสูงใน จ.ภูเก็ต เพราะมีตึกเก่าเป็นจำนวนมาก
   
               สาเหตุสำคัญที่ต้องสำรวจอาคารบ้านเรือนของภูเก็ต สืบเนื่องจากเกาะสวรรค์แห่งนี้เปรียบดังไข่มุกแห่งอันดามัน ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศเดินทางมาชื่นชมความงดงามไม่ต่ำกว่า 6 ล้านคน ถือเป็นเมืองอันดับ 3 รองจากกรุงเทพฯ และชลบุรี คนกลุ่มนี้เกือบทั้งหมดอาศัยอยู่ในโรงแรมและรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ทั่วเกาะ ปัจจุบันภูเก็ตมีโรงแรมตั้งอยู่กว่า 700 แห่ง จำนวนห้องพัก 4.3 หมื่นห้อง ดังนั้นหากเกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง หรือรุนแรงมากขึ้น ความปลอดภัยในอาคารเหล่านี้จึงกลายเป็นหัวข้อสำคัญที่สุด
   
               ผศ.ดร.สุทัศน์ ลีลาทวีวัฒน์ ผอ.โครงการเทคโนโลยีวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ผู้เชี่ยวชาญด้านผลกระทบจากแรงลมและแผ่นดินไหว ยอมรับว่า ในพื้นที่ต่างจังหวัดหลายแห่งยังไม่มีความตื่นตัวในการสำรวจอาคารว่า รองรับแผ่นดินไหวได้มากน้อยแค่ไหน มีโครงสร้างได้มาตรฐานหรือไม่ โดยมีปัญหาใหญ่ 2 ส่วน คือ ส่วนของอาคารใหญ่ที่สร้างหลังปี 2550 ซึ่งยังไม่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องออกแบบรองรับแผ่นดินไหว และอีกส่วนหนึ่งคือ การก่อสร้างต่อเติมอาคารผิดรูปแบบหรือผิดกฎหมาย
   
               ผู้เชี่ยวชาญข้างต้นกล่าวว่า แผ่นดินไหวเมื่อ 11 เมษายนนั้น แม้จุดศูนย์กลางอยู่เกาะสุมาตรา ห่างเมืองไทยกว่า 860 กม.แต่คนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ยังรู้สึกได้เลย หากจุดศูนย์กลางห่างไปไม่กี่สิบกิโลเมตร ความรุนแรงต้องมากขึ้น อยากแนะนำให้เมืองท่องเที่ยวที่อยู่ในจุดเสี่ยงภัย มีมาตรการตรวจสอบอาคาร โรงแรม หรือ รีสอร์ททุกแห่งที่สร้างสูงหลายชั้น หรืออาคารที่ชั้นล่างเปิดโล่งไว้ หากพบว่าโครงสร้างไม่แข็งแรงจะได้ทำการเสริมกำลังป้องกันไว้ได้ โดยมีหลายวิธีการด้วยกัน เช่น เสริมกำลังเฉพาะที่ และเสริมกำลังให้อาคารทั้งหมด เช่น วิธีค้ำยันด้วยเหล็ก 2 ชั้น หรือ บีอาร์บี (Buckling-Restrained Brace: BRB) โดยใช้แกนเหล็กช่วยสลายพลังงานจากการสั่นสะเทือน ช่วยสลายพลังงานได้มากกว่า 10 เท่า ควรให้วิศวกรผู้เชี่ยวชาญเข้าไปช่วยตรวจสอบ เพื่อภาพลักษณ์ของโรงแรม
   
               “ไม่ใช่ว่าทุกอาคารจะเสริมได้ทันที อยู่ที่การออกแบบและการใช้งาน แต่อาคารที่ต้องรีบทำคือ โรงพยาบาล สถานีดับเพลิง อาคารศูนย์สื่อสาร ฯลฯ เพราะธุรกิจกลุ่มนี้ไม่สามารถหยุดซ่อมแซมอาคาร จะทำให้เกิดความสูญเสียอย่างมาก ถ้าใครไม่แน่ใจขอคำปรึกษาได้ที่สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ" ดร.สุทัศน์ กล่าวแนะนำ
   
               ขณะที่ ดร.ไพบูลย์ นวลนิล นักแผ่นดินไหววิทยา ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวถึงการรับรู้ความสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวว่า ขึ้นอยู่กับพื้นที่นั้นอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลายแผ่นดินไหวมากน้อยแค่ไหน ตัวอย่างของภูเก็ตเมื่อ 16 เมษายนนั้น แม้จะมีความรุนแรงแค่ 4.3 ริกเตอร์ แต่จุดศูนย์กลางอยู่ที่ อ.ถลาง ทำให้คนรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนและเสียงได้ เบื้องต้นเชื่อว่าเกิดจากการเคลื่อนตัวของ "รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย" ซึ่งได้รับแรงกระตุ้นจากแผ่นดินไหวใหญ่ 2 ครั้ง ที่เกาะสุมาตราขนาด 8.6 ริกเตอร์ โดยรอยเลื่อนคลองมะรุ่ยพาดผ่านจากสุราษฎร์ธานีมาถึงภูเก็ตผ่านไปยังทะเลอันดามัน
   
               "รอยเลื่อนนี้เคยมีบันทึกว่า ทำให้เกิดแผ่นดินไหวสูงสุดประมาณ 4.5 ริกเตอร์เท่านั้น แต่ปกติจะสั่นไหวประมาณ 2-3 ริกเตอร์เท่านั้น และประมาณ 3-4 ครั้งต่อปี ไม่ค่อยเกิน 4 ริกเตอร์ ครั้งนี้เปลือกโลกคงขยับตัวแรงมากพอสมควร ส่วนปัญหาเรื่องบ้านเรือนหรืออาคารที่อยู่อาศัยนั้น คิดว่าไม่น่าเป็นห่วงเท่าไร ความแรงระดับนี้คงทำให้เกิดแค่รอยร้าว ปัญหาเรื่องตึกถล่มคงไม่เกิดขึ้น แต่เพื่อความไม่ประมาทอยากให้คนภูเก็ตเตรียมไฟฉายไว้ใกล้ๆ ตัว แล้วก็พวกถุงยังชีพที่มีข้าวของเครื่องใช้จำเป็น เพราะที่น่าเป็นห่วงคือ เสาไฟฟ้า ถ้าโค่นหักตอนกลางคืนจะไม่มีไฟในบางพื้นที่" ดร.ไพบูลย์กล่าว
   
               "สมบูรณ์ จิรายุส" นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ยอมรับว่า นักท่องเที่ยวและประชาชนมีความกังวลใจพอสมควรกับข่าวแผ่นดินไหว ส่วนตัวแล้วอยากให้คนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติยอมรับความจริงว่า ที่นี่เป็นเกาะมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวได้ตลอดปี เหมือนคนญี่ปุ่นที่เขารับรู้และยอมรับว่าภัยธรรมชาติสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เช่น เดียวกับ อิตาลี กรีซ ตุรกี ฯลฯ หลายประเทศก็มีภัยธรรมชาติเกิดขึ้นจนเป็นเรื่องปกติ ขอเพียงให้ทุกคนไม่ประมาทก็จะเที่ยวได้สนุก
   
               สำหรับสิ่งก่อสร้างนั้น ตัวแทนสมาคมเชื่อว่าไม่น่าเป็นห่วง เพราะส่วนใหญ่เป็นรีสอร์ทมีความสูงไม่เกิน 12 เมตร ตามกฎหมายผังเมืองที่ควบคุมไม่ให้ก่อสร้างอาคารสูง นอกจากโรงแรม 2-3 แห่ง ที่สร้างมานาน แต่โครงสร้างก็แข็งแรง มีการตรวจสอบตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายเดือนเมษายน ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจะนัดประชุมกันอีกครั้ง เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นและเตรียมความพร้อมรับมือภัยธรรมชาติให้ดีกว่าเดิม...

               "รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย" มีความยาวประมาณ 150 กม. ตัดผ่านด้านตะวันออกเกาะภูเก็ตไปยังอ่าวพังงา ตามแนวคลองมะรุ่ย คลองชะอุน และคลองพุมดวงทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จนกระทั่งไปออกอ่าวบ้านดอน ระหว่าง อ.พุนพิน กับ อ.ท่าฉาง เคยมีรายงานว่า รอยเลื่อนนี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวเมื่อ 80 ปีที่แล้ว ในเดือนพฤษภาคม 2476 และเมษายน 2519 ล่าสุดเดือนสิงหาคม 2542


พื้นที่ควบคุม 22 จังหวัด 3 เขต


   
               -เขต 1 บริเวณสภาพดินฐานรากเป็นดินอ่อนมาก เสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวระยะไกล - กทม. สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี และนครนายก
   
               -เขต 2 ใกล้รอยเลื่อนเป็นพื้นที่ควบคุม - เชียงราย เชียงใหม่ ตาก น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน และกาญจนบุรี
   
               -เขต 3 เขตเฝ้าระวังหรือพื้นที่ที่อยู่ใกล้รอยเลื่อนระนอง และรอยเลื่อนคลองมะรุ่ย - ชุมพร ระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และสงขลา