
หมาเสาไฟฟ้ากับเขื่อนแม่วงก์
หมาเสาไฟฟ้ากับเขื่อนแม่วงก์ : ว่ายทวนอารมณ์ โดยใบตองแห้ง
เพื่อไทยแพ้ประชาธิปัตย์ล็อกถล่มในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 ปทุมธานี ทั้งๆ ที่เป็นเขตเสื้อแดง อ.ลำลูกกา
สาเหตุอะไรคงวิเคราะห์กันให้วุ่น แต่ก่อนที่ประชาธิปัตย์จะคุยโวโอ้อวด ก็ขอให้ดูด้วยว่าครั้งนี้ ประชาธิปัตย์ได้ 27,981 คะแนน เพื่อไทยได้ 24,119 เทียบกับครั้งที่แล้ว เพื่อไทยได้ 49,242 ประชาธิปัตย์คนเดียวกันได้ 34,402 คะแนน
คะแนนหายไปบ้างถือเป็นธรรมดาของการเลือกตั้งซ่อม แต่ก็ชี้ชัดว่าประชาธิปัตย์ไม่ได้เพิ่ม พท.ต่างหากที่หายไปครึ่งต่อครึ่ง
ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความประมาท ทั้งผู้สมัครและมวลชน แต่แกนนำเสื้อแดงในจังหวัดบอกว่าเป็นเพราะผู้สมัครมาจากใครไม่รู้จัก หาเสียงไม่จริงจัง แถมยังมองข้ามเสื้อแดง ไปขอความช่วยเหลือจากนักการเมืองท้องถิ่นพรรคภูมิใจไทย นอกจากนั้นในช่วงน้ำท่วม ผู้สมัครประชาธิปัตย์ลงพื้นที่ต่อเนื่อง แต่ ส.ส.ของพรรคไม่เห็นหัว
ถ้าเป็นเพราะเหตุนี้ ผมก็สะใจ ให้บทเรียนกันเสียบ้าง พรรคเพื่อไทยจะได้ไม่มองข้ามมวลชน คิดว่าเอาหมาหรือเสาไฟฟ้าลงก็ได้
อันที่จริงในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ก็มีมากมายหลายเขตที่เสื้อแดงไม่ชอบผู้สมัคร แต่จำเป็นต้องเลือกพรรคไปตั้งรัฐบาล บางเขตพวกขาใหญ่ในพรรคเอาคนของตัวไปยัด บางเขต ส.ส.ไม่เคยอินังขังขอบชาวบ้าน แต่ทำไงได้ ที่เชียงใหม่มีอยู่เขต เสื้อแดงบอกว่ารัก ส.ส.พรรคตรงข้ามด้วยซ้ำ แต่เมื่อไม่ยอมย้ายพรรค ก็เลือกไปร้องไห้ไป
ฉะนั้นถ้าสาเหตุเป็นอย่างที่ว่า ก็น่ายินดีด้วยซ้ำ ที่พิสูจน์ว่าคนเลือกเพื่อไทยไม่ใช่พวกเลือกหมากับเสาไฟฟ้า (ไม่ได้ว่ากระทบใคร-ฮา) และถ้าเพื่อไทยตระหนัก ก็ต้องปรับตัวเป็นพรรคของมวลชนมากขึ้น
เพราะเผลอๆ ไม่ใช่แค่ผู้ลากมากดีชาวกรุงหรอก ที่ดูถูกชาวบ้านว่าโง่ ถูกซื้อ แต่กลุ่มก๊วนในพรรคเพื่อไทยเองก็ยังคิดว่าชาวบ้านโง่ สั่งได้
ก็หวังว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะทำให้พวกที่จ้องล้มรัฐบาลด้วยวิถีทางนอกระบอบ กลับมาคิดใหม่มั่ง ว่าทักษิณกับเพื่อไทยไม่ได้อยู่ยงค้ำฟ้า มวลชนตื่นตัวแล้ว ถ้าทำเพื่อพวกเขา เขาก็เลือก ถ้าไม่ทำหรือทำไม่ได้ เขาก็จะมองหาผู้นำใหม่
ในฐานะที่ยอมเลือกเพื่อไทยด้วยทัศนะประชาธิปไตยไม่เอาอำมาตย์ ขอบอกว่าผมหงุดหงิดอยากด่ารัฐบาลมากมายหลายเรื่อง แต่เจอพวกจ้องล้มรัฐบาลแบบมี agenda สื่อ นักวิชาการ ผู้คบคิดรัฐประหาร ตุลาการภิวัฒน์ แก๊งยึดสนามบิน สลิ่มเฟซบุ๊ก ออกมาโจมตีแบบมีอคติ บิดเบือน เกินจริง ไร้สาระ ก็อดไม่ได้ต้องด่ากลับทุกทีสิน่า
ก็ไม่ใช่จะบอกว่าผมถูกหรอก แต่มีคนไม่น้อยเป็นอย่างผม ขณะที่คนฝ่ายตรงข้ามคิดว่าอะไรก็ตามด่ารัฐบาลไว้ก่อน นี่คือ Deadlock ตั้งป้อมทองแดงกำแพงเหล็ก ซึ่งจะทำให้รัฐบาลอยู่ไปได้เรื่อยๆ แบบแย่ๆ เพราะปฏิกิริยาเกลียดชังอย่างไร้สติ ไปสร้างแรงสะท้อนเป็นเกราะป้องกันรัฐบาล
สภาพเช่นนี้ทำให้รัฐบาลย่ามใจ จนทำอะไรก็ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำโครงการใหญ่ๆ ที่เอ็นจีโอเคยต่อต้าน เพราะ “ภาคประชาชน” วันนี้แตกยับ ภาพลักษณ์ย่ำแย่ หลังกรีธาทัพไปยึดทำเนียบยึดสนามบิน เอ่ยคำว่า เอ็นจีโอ หรือรสนา โตสิตระกูล เสื้อแดงได้ยินร้องยี้ไว้ก่อน
ยกตัวอย่างการต่อต้านท่าเรือเชฟรอนที่นครศรีธรรมราช โรงไฟฟ้าถ่านหินที่ตรัง ที่จริงก็มีมาตั้งแต่รัฐบาลประชาธิปัตย์ แต่ภาคประชาชนอ่อนแอ ปลุกกระแสไม่ขึ้น ครั้นมารัฐบาลนี้ พอมีชื่อบรรจง นะแส...ยี้-โทษทีเถอะครับ ผมรู้ว่าบรรจงเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาชน แต่ภาพลักษณ์ยังมีผ้าเหลืองเต็มหัว พูดอะไรคนอีกข้างไม่ฟัง
ในสภาพเช่นนี้แหละที่รัฐบาลผ่านมติ ครม.ให้สร้างเขื่อนแม่วงก์ ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผืนป่าตะวันตก โดยยังไม่ผ่านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และไม่เปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ เป็นอะไรที่ท้าทาย “ภาคประชาชน” มากๆ
แต่พลันที่สมาคมต่อต้านโลกร้อนล่ารายชื่อฟ้องศาลปกครอง เฟซบุ๊กเสื้อแดงก็ตั้งข้อกังขา ศรีสุวรรณ จรรยา เป็นใครมาจากไหน เหลืองจ๊าดๆ (ก็จริง ผมไม่เคยได้ยินชื่อศรีสุวรรณเป็นนักอนุรักษ์ เพิ่งจะมาโด่งดังตอนฟ้องคดีมาบตาพุดให้พี่น้องเอ๊ยชาวระยอง)
พูดอย่างนี้ไม่ใช่สนับสนุนให้ตั้งแง่ แต่ผมจะบอกว่านี่แหละปัญหา ถ้าการค้านเขื่อนแม่วงก์ “มีสี” มีหวังแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้น ยังดีที่เครือข่ายประชาธิปไตยอย่าง สนนท. ซึ่งถูกมองเป็น “แดง” ก็แถลงค้านเขื่อนเช่นกัน
พูดอย่างนี้ไม่ใช่ว่าเสื้อแดงอคติ เพราะมีบทเรียนที่เสื้อเหลืองชอบอ้างผลประโยชน์ประชาชนแล้ววกมาเล่นนอกกติกา ผมสนับสนุนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาชน แต่ทำอย่างไรไม่เอาความเกลียดชังเลือกข้างเข้าไปผสมโรง
เฉพาะหน้าถ้าอยากให้ค้านเขื่อนได้ผล ก็ต้องทำให้การค้านเขื่อนอยู่แค่การค้านเขื่อน อย่ามี agenda อย่ามีสี หรือไม่งั้นก็ผสมสีให้เป็นสีส้ม ดึงผู้คนทั้งสองฝ่ายเข้าร่วม
อย่างน้อยก็ขอบิณฑบาต รสนา ยะใส-กรีนแมมบา อย่าเพิ่งโผล่มาเขื่อนแม่วงก์ เดี๋ยววงแตกตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้น



