ข่าว

เลื่อนไปก็ดีเหมือนกัน

เลื่อนไปก็ดีเหมือนกัน

14 พ.ค. 2552

ในที่สุดการประชุมสุดยอดอาเซียนและประเทศคู่เจรจา ระหว่างวันที่ 13-14 มิถุนายน ที่ จ.ภูเก็ต มีอันต้องเลื่อนออกไป เพราะประเทศที่ร่วมการประชุมไม่พร้อม ทำให้ต้องนัดกันใหม่ในเดือนตุลาคม

 แม้ว่าทางกองทัพเตรียมแผน “เทพกษัตรี-ศรีสุนทร” เพื่อใช้ในการดูแลความสงบเรียบร้อย ในการประชุมสุดยอดอาเซียนและประเทศคู่เจรจา โดยให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบหมายให้ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ทำหน้าที่เป็น ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย

 มีการสนธิกำลัง “กองทัพบก-กองทัพเรือ-กองทัพอากาศ” กว่าหมื่นนายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความ “ผิดพลาด” ซ้ำสอง
 นอกจากนี้ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัย ยังได้แบ่งมอบหน้าที่ให้แต่ละเหล่าทัพดูแลผู้นำอาเซียนที่เดินทางมาร่วมประชุมในครั้งนี้ โดยให้ดูแลเหล่าทัพละ 3-4 ประเทศ

 โดย “รัฐบาล-กองทัพ-ตำรวจ” จับมือกันเตรียมนำพระราชบัญญัติความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (พ.ร.บ.ความมั่นคง) มาบังคับใช้ในพื้นที่

 แม้ว่า “แผน” ที่กองทัพได้รับมอบหมายจากรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ก็ตาม แต่ดูเหมือนว่า “ติดปัญหา” อยู่ที่อำนาจในการบริหารจัดการ

 การประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมที่ผ่านมา ที่กองบัญชาการกองทัพไทยเป็นเจ้าภาพ โดยมีหน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้งกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงกองบัญชาการกองทัพบก กองบัญชาการกองทัพเรือ กองบัญชาการกองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ ได้มีการพิจารณาถึงอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการเกี่ยวกับ “พ.ร.บ.ความมั่นคง”

 เพราะการที่ให้อำนาจผู้บัญชาการทหารสูงสุดมีอำนาจเต็มในการบริหารจัดการตามการมอบหมายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่เอาเข้าจริงอาจจะทำไม่ได้ เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับให้แก่ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
 ถ้าจะเอาแนวนี้ ก็ต้องปรับแผนกันใหม่

 โดยอาจจะมีการเสนอให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะที่ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.รมน.) และในฐานะที่ดูแลกำลังหลักในการเข้ามาสนับสนุนในการดูแลความปลอดภัยให้แก่ผู้นำอาเซียนทั้ง 15 ประเทศ อาจจะมีความเหมาะสม และมีความเป็นไปได้มากที่สุดในเวลานี้

 ดังนั้น “บทบาท” สำคัญที่จะได้รับในการดูแลในพื้นที่อาจจะตกอยู่ที่ พล.อ.อนุพงษ์ ที่จะเข้ามารับผิดชอบแบบเต็มๆ ในช่วงนี้ ขณะที่อำนาจการบริหารจัดการในการดูแลผู้นำอาเซียน ยังไม่ลงตัว แต่ปัญหาที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขอีกประการหนึ่ง คือ ตัวผู้นำอาเซียนที่มีความสำคัญต่อการประชุมในครั้งนี้ คือ “จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้” ที่ยังไม่ตอบตกลงว่าจะเดินทางมาร่วมประชุมในครั้งนี้

 ทำให้การประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มีการหารือถึงประเด็นดังกล่าวอย่างเคร่งเครียด เพราะหากผู้นำทั้ง 3 ประเทศ ไม่เดินทางมาร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนและประเทศคู่เจรจา บวก 3 บวก 6 ก็คงไม่สามารถเกิดขึ้นได้

 ท่าทีสุดท้ายของทั้ง 3 ชาตินั้นเต็มที่ก็อาจส่งผู้แทนผู้นำประเทศมาร่วมประชุม
 ที่เป็นเช่นนี้เพราะอะไรคงไม่ต้องกลับไปเปิดเทปเหตุเสื้อแดงบุกโรงแรมที่จัดการประชุมที่พัทยามาประจานกันอีกหน
 แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ ที่ประชุม ครม.จึงตัดสินใจ เลื่อนการประชุมอาเซียนออกไปเป็นเดือนตุลาคม
 ซึ่งก็น่าจะดีกว่าดึงดันจัดการประชุมไป ถึงแม้ 3 ชาตินี้จะตอบรับ

 แต่การจัดประชุมในจังหวัดท่องเที่ยว แล้วคนที่มาถูกรอนสิทธิ เพราะรัฐบาลต้องใช้กฎหมายความมั่นคง มีทหารยืนรักษาการณ์กันเต็มพรืด ทั่วเกาะภูเก็ต
 มันขัดกันยังไงไม่รู้ !

ทีมข่าวความมั่นคง