ข่าว

 ล่าหุ้นส่วนจ้างฆ่า "เศรษฐีอสังหาฯ"

ล่าหุ้นส่วนจ้างฆ่า "เศรษฐีอสังหาฯ"

14 พ.ค. 2552

คล้อยหลังถูกจับกุมไม่กี่ชั่วโมง "วันชัย เจะเตะ" มือมีดวัย 44 ปี มัจจุราชพรากดวงวิญญาณ "อนันต์ สิงห์จิรกุล" เศรษฐีอสังหาริมทรัพย์ชาวไทย-ซิกข์ วัย 38 ปี ก็ให้การปรักปรำถึงผู้อยู่เบื้องหลัง จากคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาก็พลิกมาเป็น "คดีจ้างวานฆ่า" ทันที

วันชัยให้การพาดพิงไปถึงผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "แคน" ชาวไทย-ซิกข์ นักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ น้ำมันปาล์ม และไม้กฤษณา ในฐานะผู้มีบุญคุณกับเขา มีปัญหาเดือดร้อนมาขอคำปรึกษา พร้อมกับระบายความในใจว่า พี่ชายมีปัญหากับหุ้นส่วนธุรกิจ โดยอ้างว่าถูกเอารัดเอาเปรียบอยู่ตลอดเวลา ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร

 ด้านวันชัยเองก็กำลังประสบปัญหาหนี้สิน ประกอบกับเป็นบุคคลสองสัญชาติ ไทย-มาเลย์ คิดว่าหากลงมือเสร็จก็จะหลบหนีไปอยู่มาเลเซีย จึงตัดสินใจช่วยเหลือ เมื่อได้รับข้อเสนอจากผู้มีบุญคุณว่า จะชำระหนี้สินให้ นอกจากนี้ ยังจะได้เงินค่าจ้างอีก 4 แสนบาท จึงตกลงรับงาน โดยไม่เคยรู้จักมักคุ้นกับเหยื่อมาก่อนแต่อย่างใด

 ก่อนเกิดเหตุแคนนัดให้วันชัยไปรับเงินค่าจ้างล่วงหน้า 5 หมื่นบาทที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ย่านหัวหมาก กรุงเทพฯ เมื่อได้เงินมาวันชัยก็นำไปซื้อปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 จากเพื่อนคนหนึ่ง มีดพับ และรถจักรยานยนต์มือสอง เตรียมเอาไว้ใช้ก่อเหตุ

 หลังจากนั้นวันชัยเดินทางไปดูลาดเลาที่บริษัทซามิราโน พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งอยู่บนชั้น 9 อาคารสุขุมวิทสวีท ซอยสุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสำนักงานของอนันต์ สิงห์จิรกุล อยู่นานเป็นสัปดาห์ กระทั่งวันที่ 13 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จึงตัดสินใจลงมือทันที

 อาคารสุขุมวิทสวีท เป็นคอนโดมิเนียมหรู สูง 44 ชั้น ชั้น 1-14 เปิดให้บริษัทห้างร้านเช่าพื้นที่ตั้งสำนักงาน ตั้งแต่ชั้น 15 ขึ้นไปเป็นห้องพักอาศัย

 "ผมขึ้นลิฟต์ไปชั้น 9 เจอพนักงานผู้หญิงสองคนเลยบอกว่า มาหานายห้าง เธอถามผมว่าชื่ออะไร ผมยังไม่ทันบอกก็เห็นนายอนันต์อยู่ในห้อง เลยตัดสินใจทำร้ายผู้หญิงแล้วก็ตรงเข้าไปหา"

 ทันทีที่เผชิญหน้าเป้าหมายวันชัยใช้ปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 ยิงเข้าใส่ 1 นัด แต่เนื่องจากเป็นปืนเก่าหรือไม่ได้มาตรฐานก็ไม่ทราบกระสุนจึงด้าน เมื่ออนันต์รู้ตัวก็พยายามต่อสู้ วันชัยจึงใช้มีดปอกผลไม้ที่เตรียมมาพร้อมกับมีดพับอีกด้าม จี้แล้วปาดคอโดยไม่ลังเลจนล้มแน่นิ่งไป แล้วจึงหนีออกมาทางบันไดหนีไฟ ทิ้งมีดปอกผลไม้ทางหน้าต่างชั้น 3 เมื่อลงมาถึงด้านล่างก็ถูก รปภ.และพลเมืองดีช่วยกันจับตัวส่งตำรวจ

 นั่นคือคำสารภาพถึงขั้นตอนการรับงานและลงมือ !?!

 แต่ก่อนจะยอมเปิดปากพูดความจริง พ.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ผกก.สน.ลุมพินี พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา ผกก.สส.น.5 และชุดสืบสวนได้หลักฐานชิ้นหนึ่งที่ยืนยันได้ว่า มีใครอีกคนอยู่เบื้องหลัง นั่นคือ ข้อความที่ส่งเข้ามาในโทรศัพท์มือถือว่า "ภารกิจเสร็จสิ้นไหม" เมื่อตรวจสอบกลับไปก็ไม่สามารถติดต่อได้แล้ว จึงเชื่อว่าคดีนี้เป็นการจ้างวานฆ่า มีผู้สมรู้ร่วมคิดด้วย ไม่ใช่เกิดจากฝีมือของวันชัยที่อ้างถึงความโกรธแค้นที่ถูกหักหลังธุรกิจไม้หอม

 ชุดสืบสวน สน.ลุมพินี และ กก.สส.น.5 คุมตัววันชัยไปค้นห้องเช่าย่านรามคำแหง พบสมุดบัญชีธนาคาร เอกสารเดินทางเข้าออกประเทศมาเลเซีย และที่สำคัญคือใบเสร็จรับเงินซื้อมีด

 ขณะเดียวกันก็ตรวจสอบผู้จ้างวานตามคำให้การของมือมีด ผู้สนับสนุนและช่วยเหลือที่วันชัยอ้างชื่อ "แคน" จนทราบว่าเป็นนักธุรกิจระดับเศรษฐี ทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ มีโครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูหลายแห่งในย่านทองหล่อและซอยสุขุมวิท 49 มูลค่านับพันล้านบาท จึงรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติหมายจับกุมในข้อหาจ้างวานฆ่า
 
 "วันชัย เจะเตะ" วัย 44 ปี เดิมเป็นคนพื้นเพ จ.ปัตตานี ต่อมาย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านเลขที่ 227/49 หมู่ 4 ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง จากการตรวจสอบในพื้นที่พบว่าเป็นบ้านแบ่งให้เช่าเดือนละ 1,500 บาท โดยวันชัยมาเช่าอยู่แล้วร้องขอให้ใส่ชื่อลงไปในทะเบียนบ้านของเจ้าของบ้าน หลังจากนั้นก็อาศัยอยู่ช่วงเวลาสั้นๆ แล้วก็หายไป โดยไม่มีใครตอบได้ว่าไปอาศัยทำมาหากินอยู่ที่ไหน รู้เพียงว่าช่วงที่วันชัยอยู่นั้นบอกว่า เขาเป็นนายหน้าขายไม้หอมจำพวกไม้กฤษณา ที่ลักลอบเข้ามาจากประเทศพม่าเพียงเท่านั้น