
'โปรไฟล์'โซเชียลมีเดียเป้าใหม่โจรไซเบอร์
'โปรไฟล์' โซเชียลมีเดีย เป้าหมายใหม่...โจรไซเบอร์ :สัมภาษณ์พิเศษ : พ.ต.อ.สมพร แดงดี รอง ผบก. ปอท. โดย ไชยฤทธิ์ เสนาะวาที
เคยมีคนพูดไว้ว่า “ทันทีที่เราออนไลน์ อันตรายมันก็วิ่งเข้ามาหาเรา” หลายคนหัวเราะเยาะและปฏิเสธสิ่งที่ได้ยิน แต่ปัจจุบัน...คำพูดข้างต้นไม่ได้เกินจริง มนุษย์กำลังเผชิญกับอาชญากรรมรูปแบบใหม่ เมื่อโจรผู้ร้ายอาศัยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีก่ออาชญากรรม พ.ต.อ.สมพร แดงดี รอง ผบก. กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) จะเล่าให้ฟัง?!?
-อาชญากรรมทางเทคโนโลยีมีรูปแบบอย่างไร ?
อาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรืออาชญากรรมคอมพิวเตอร์ คือการใช้เทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ มือถือ หรืออุปกรณ์ไฮเทคอื่นๆ เป็นเครื่องมือช่วยในการกระทำความผิด ลักษณะของอาชญากรรมประเภทนี้ คือ รวดเร็ว กินพื้นที่กว้างขวางทั่วโลก การสืบสวนติดตามจับกุมทำได้ยาก โดยอาศัยช่องทางการกระทำความผิด ทั้งจากทางเว็บไซต์ เว็บบอร์ด ห้องสนทนาและโปรแกรมแชทต่างๆ ซึ่งมีรูปแบบสารพัด หากจะพูดแบบที่คนเข้าใจง่ายๆ คือ เป็นเรื่องของการก่ออาชญากรรมโดยใช้เทคโนโลยีต่างเป็นกลไกในการกระทำความผิด แยกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน
ส่วนแรก คือ การเจาะระบบที่มีการป้องกันโดยไม่ได้อนุญาตหรือที่เรียกกันว่า "แฮ็กเกอร์" ส่วนที่ 2 เป็นเรื่องเกี่ยวกับการวางระบบหรือกลไกต่างให้ทำงานโดยอัตโนมัติ หรือ "ฟิชชิ่ง" เช่นการตั้งป๊อปอัพล่อเหยื่อไว้ล่อหลอกให้เหยื่อไปกดหรือฉ้อโกง ลักษณะแบบนี้คล้ายๆ กับระบบฉ้อโกงคอลเซ็นเตอร์ และส่วนสุดท้ายเป็นการนำเข้าข้อมูลเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ลามก ความมั่นคง หมิ่น โป๊ ขายสิ่งผิดกฎหมาย มันเป็นภาพกว้างๆ ในการกระทำความผิด แต่มันใช้ระบบกลไกเราจึงมองไม่เห็นเหมือนการกระทำความผิดตามปกติ
-วิวัฒนาการเกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นอย่างไร?
ยังคงพัฒนาไม่หยุดนิ่ง เมื่อก่อนก็แค่โกงทางกายภาพใช้สื่ออินเทอร์เน็ตออกมาเป็นตัวเสริม แต่ระยะหลังมีเรื่องร้องเรียนว่ามีการฉ้อโกงในลักษณะแปลกๆ ปัจจุบันที่ผมสนใจ คือการแฮ็กอีเมลของกลุ่มคนร้าย อย่างเช่น ที่พบบ่อยๆ คือมีการติดต่อซื้อขายกันทางอีเมล มีการแจ้งเปลี่ยนเบอร์ เป็นเลขที่บัญชี สุดท้ายมันคือการที่อีเมลถูกคนร้ายแฮ็กไปแล้วเรื่องแบบนี้ก็มีให้เห็นบ่อยๆ ตรงนี้เราไม่รู้ว่าปลายทางหรือปลายทางเป็นคนแฮ็ก ผมให้ความสำคัญเรื่องแบบนี้เพราะมันเริ่มมีให้เห็น ส่วนมากจะเกิดระหว่างประเทศแต่ในประเทศยังไม่เห็น
ในอนาคตผมคิดว่ามันน่าจะมีการตั้งโปรแกรม หลอกให้เราหลงกลง่ายๆ แต่ผมก็เชื่อว่าระบบป้องกันมันก็จะพัฒนาไปพร้อมๆ กันด้วย สมัยก่อนเราจะเห็นว่ามีการเจาะระบบเข้าไปในไอแบงกิ้ง แต่หลังๆ เขาก็หาวิธีป้องกันแล้วก็หายไปแล้วการโจรกรรมลักษณะนี้ โจรผู้ร้ายเป็นพวกมีการศึกษาสูง เลิกใช้กำลังฉกชิงวิ่งราวให้เหนื่อยแรง เพราะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้การก่ออาชญากรรมง่ายขึ้น ได้เงินมากขึ้น และเสี่ยงต่อการถูกจับกุมน้อยลง แค่มีเครื่องคอมพิวเตอร์กับอินเทอร์เน็ต เจ้าโจรไฮเทคก็สามารถนั่งจิบกาแฟสบายใจเฉิบอยู่ที่ไหนก็ได้ในโลก แล้วล่อให้เหยื่อจำนวนมากเข้ามาติดกับ กอบโกยผลประโยชน์เข้ากระเป๋าแบบสบายๆ
-แนวโน้มการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีในอนาคต?
มีหลายแบบด้วยกันที่เราอาจคาดไม่ถึง ขอยกตัวอย่างสัก 3 แบบที่ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ เขามองไว้ ลักษณะแรก หลังจากนี้ข้อมูลโปรไฟล์ที่ปรากฏอยู่ในโซเชียลเน็ตเวิร์กจะกลายเป็นของที่มีค่าและเป็นที่ต้องการของอาชญากรในโลกไซเบอร์มากกว่าข้อมูลบัตรเครดิต การซื้อขายข้อมูลบัตรเครดิตหรือเลขประกันสังคมในตลาดมืดจะเปลี่ยนไปเป็นการซื้อขายข้อมูลบุคคลแทน ข้อมูลเหล่านี้สามารถรวบรวมได้ง่ายจากการพูดคุยในโซเชียลเน็ตเวิร์ก, บล็อกส่วนบุคคล หรือเว็บบอร์ดสนทนา เพื่อต่อยอดในการทำธุรกรรมอีเล็กทรอนิกส์ด้วยข้อมูลปลอม, คาดเดารหัสผ่าน, คำถามสำรองเพื่อกู้รหัสผ่าน หรือการสะกดรอยได้ ประการต่อมาคือการโจมตีรูปแบบใหม่ที่อาศัยการกลมกลืน จะแพร่กระจายผ่านทางโซเชียลมีเดีย, อุปกรณ์พกพา หรือแม้กระทั่งในระบบเก็บข้อมูลแบบเคลาด์ โดยใช้ “ระบบบัญชีเพื่อน” หรือเป็นสื่อนำ ประการที่สามโทรศัพท์มือถือ, สมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์พกพาใกล้ตัว อาจกลายเป็นเป้าหมายของการโจมตีหรือเจาะระบบในรูปแบบใหม่ได้ทั้งหมด
ประเทศไทยมีเครื่องมือในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางเทคโนโลยีอยู่ในระดับไหน?
เครื่องไม้เครื่องมือของเราถามว่าเรามีมากน้อยแค่ไหน ทันสมัยแค่ไหน เราก็มีเครื่องไม้เครื่องมือระดับหนึ่งในเรื่องการพิสูจน์หาที่ไปที่มาของต้นตอ ที่มาของการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี แต่จะให้ไปเปรียบเทียบกับประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเราคงสู้ไม่ได้ เรายังคงต้องจัดซื้อเครื่องไม้เครื่องมือบางอย่างมาเสริมอย่างเช่นโมบาย (แล็บอิเล็คทรอนิกส์) เรายังไม่มี มันจะสะดวกมากเวลาที่เราออกไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ในสถานที่ แต่มั่นใจได้เลยว่าเทคโนโลยีของเราเหนือกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน ส่วนเรื่องกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มันพูดยาก ตอนนี้มีข้อคิดเห็นที่แตกต่าง ตอนนี้ถามว่าทันสมัยไหม ผมมองว่ามันเหมาะกับช่วงของสังคมในแต่ละยุคสมัยมันต้องปรับเปลี่ยนให้ทันสถานการณ์
ปอท.ได้รับเรื่องร้องเรียนลักษณะใดมากที่สุด
คงเป็นเรื่องของการคอมเมนท์ หรือการพูดจาหมิ่นกัน คือ ครั้งหนึ่งเคยเป็นคนรักกันอะไรก็หวานไปหมด พอเลิกกันทุกอย่างก็ตรงกันข้ามจากคำหวานเป็นคำขม บางครั้งก็เอารูปที่ไม่ควรเปิดเผยมาเปิดเผยหลังจากเลิกกัน เรื่องที่สองก็เป็นการช่อโกง หลอกลวงในระบบธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เรื่องต่อมาก็เป็นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเว็บหมิ่น ซึ่งตอนนี้บอกได้เลยว่าเป็นเรื่องที่บางครั้งเราก็อึดอัดเรื่องที่หลายคนมองการทำงานที่ล่าช้า เรื่องเว็บหมิ่นพูดว่ามีมาก แต่หลังจากที่ตรวจสอบแล้วเว็บดีๆ ที่เทิดทูนก็มีมากกว่า ปัจจุบันก็ไล่ตรวจสอบและจัดการอยู่ เพราะเราก็ให้ความสำคัญเรื่องนี้เป็นพิเศษ แต่ที่ยังมีให้เห็นและไม่หมดไปนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับขั้นตอนกระบวนการจัดการด้วย ยกตัวอย่าง เช่นเว็บหมิ่น กับเว็บที่เกี่ยวกับความมั่นคง นั้นก็แตกต่างกัน เกี่ยวกับการจัดการ เว็บเกี่ยวกับความมั่นคงสามารถจัดการได้ทันที แต่เว็บหมิ่นนั้นต้องอาศัยขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเป็นขั้นเป็นตอน การปฏิบัติมันผิดกัน ก็ต้องใช้วิธีอื่นเช่นขอความร่วมมือ เว็บลามกก็เช่นกัน ตำรวจสอบสวนเองก็เข้าไม่ได้ ต้องใช้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้และเทคนิคในการเข้าดำเนินคดี
- ประชาชนต้องเตรียมตั้งรับอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องอาชญากรรมทางเทคโนโลยี?
ต้องบอกเลยว่าเรื่องเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่ไม่ใหม่และไม่เก่าเกินไปสำหรับประเทศไทย เราต้องรู้ทันและเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นให้ดี อย่างเช่นการเข้าถึงโลกไซเบอร์ของเยาวชน จะต้องมีพ่อแม่เป็นหูเป็นตา แนะนำสิ่งที่ถูกต้องให้เขาอย่าปล่อยให้เขาท่องโลกกว้างโดยที่ไม่มีเข็มทิศชี้นำ ส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็พยายามที่จะทำงานเชิงรุกมากขึ้นกว่าตั้งรับ เราจะรุกด้วยทฤษฎี เราจะใช้จิตวิทยามวลชน ให้ประชาชนเป็นศูนย์รวม ให้เขานึกเสมอว่าตัวเองคือตำรวจคนแรก ส่วตำรวจเองจะทำงานสนับสนุนในสิ่งที่เขาทำไม่ได้ อย่างไรก็ดีอยากจะฝากไว้ทิ้งท้ายสักหน่อยสำหรับสังคมไทยเป็นประเทศที่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งขณะนี้เราอยู่ในยุคไอทีแล้ว การที่จะทำอะไรลงไปในโซเชียลเน็ตเวิร์กก็จะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองกระทำและยอมรับผลที่จะตามมาด้วย ดังนั้นก่อนที่จะทำอะไรไตร่ตรองให้รอบคอบ
....................
(หมายเหตุ : 'โปรไฟล์' โซเชียลมีเดีย เป้าหมายใหม่...โจรไซเบอร์ :สัมภาษณ์พิเศษ : พ.ต.อ.สมพร แดงดี รอง ผบก. ปอท. โดย ไชยฤทธิ์ เสนาะวาที)



