ข่าว

น.1 ลุยตรวจผับย่านรัชดาฯ

น.1 ลุยตรวจผับย่านรัชดาฯ

21 เม.ย. 2555

ผู้การ 1 คุมกำลังตำรวจตรวจผับย่านรัชดาฯจัดระเบียบสังคม เข้มยาเสพติด-ปืน คาดวิศวกรซีพีถูกยิงดับเหตุปมขัดแย้งส่วนตัว

         เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 21 เม.ย. พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผบก.น.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผบก.น.1 พ.ต.อ.บุญส่ง นามกรณ์ ผกก.สน.ห้วยขวาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.1 จำนวน 120 นาย เข้าตรวจค้นสถานบันเทิงย่านรัชดาซอย 6 ได้แก่ร้านสปูน และย่านรัชดาซอย 4 ได้แก่ร้านซาเล้ง แขวงและเขตห้วยขวาง กทม. โดยขณะกำลังเข้าตรวจค้น พบนักเที่ยวกำลังดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้พนักงานเปิดไฟร้าน พร้อมกับให้ดีเจปิดเสียงเพลง จากการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฏหมายและนักเที่ยวอายุต่ำกว่ากำหนด
 พล.ต.ต.พชร กล่าวว่า วัตถุประสงค์ในการตรวจค้นในวันนี้เพื่อต้องการตรวจเข้มเรื่องยาเสพติดตามโครงการจัดระเบียบทางสังคมของกองบัญชาการตำรวจนครบาลร่วมกับกระทรวงมหาดไทย โดยมีเป้าหมายปิดล้อมตรวจค้นตามจุดต่างๆทุกสัปดาห์ตามแผน สำหรับการตรวจค้นในวันนี้เนื่องจากในวันพรุ่งนี้แถวรังสิตจะมีการเลือกตั้งทำให้ร้านในย่านดังกล่าวงดจำหน่ายสุรา นักเที่ยวจึงมาเที่ยวในย่านรัชดามากกว่าปกติ แต่จากการตรวจค้นยังไม่พบสิ่งผิดกฏหมาย และจากการตรวจปัสสาวะนักเที่ยวยังไม่พบสีม่วง โดยการตรวจในวันนี้จะเน้นเรื่องยาเสพติดและอาวุธปืนมากเป็นพิเศษ
            ส่วนกรณีนายจิรโรจน์ รักวงษ์วาน อายุ 30 ปี ชาวสุพรรณบุรี วิศวกรของบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์(ซีพี) ถูกคนร้ายขับรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาว ตามประกบและลงมาจ่อยิงอย่างโหดเหี้ยม จนเสียชีวิตภายในรถแท็กซี่ บริเวณปากซอยรัชดาภิเษก 6 หลังจากออกจากร้านข้าวต้มภายในซอยดังกล่าว
           พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ กล่าวว่าจากการตรวจสอบพบว่าผู้ตายไปดื่มกินที่ร้านอื่นมาก่อนย่านเกษตร หลังจากที่ดื่มจนเมาได้จนสถานบริการปิด ผู้ตายจึงมาทานข้าวต้มต่อภายในซอยดังกล่าว ซึ่งผู้ตายอยู่ในอาการเมาแล้ว คาดว่าน่าจะมีปัญหาส่วนตัวแล้วอาจจะแขวะกับคู่อริเลยเป็นเหตุให้ถูกทำร้าย
          "ส่วนนายประเสริฐ ช่วงชนะ มือปืนที่ก่อเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่รู้รายละเอียดหมดแล้ว ล่าสุดได้ส่งทีมลงไปตรวจค้นที่บ้านพ่อ แม่ของคนร้ายที่ภาคใต้ แต่จากการตรวจค้นไม่พบตัวคนร้าย อีกทั้งยังไม่ได้รับความร่วมมือจากพ่อของคนร้าย อย่างไรก็ตามเชื่อว่าคนร้ายน่าจะหลบหนีไปกบดานที่ต่างจังหวัดแล้ว ไม่น่าจะอยู่ใน กทม. ซึ่งตนได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกคนระมัดระวังตัวทุกครั้งในการเข้าจับกุมเนื่องจากคนร้ายมีอาวุธปืนและเป็นคดีอุจฉกรรจ์ อีกทั้งยังเคยมีประวัติเกี่ยวกับคดียาเสพติดอีกด้วย" พล.ต.ต.พชร กล่าว