
ตร.รับใช้ชุมชนดั่ง...คนในครอบครัว
ตำรวจรับใช้ชุมชนดั่ง...คนในครอบครัว : สารพันตำรวจ โดยไชยฤทธิ์ เสนาะวาที : เรื่อง ศุภกฤต คุ้มกัน : ภาพ
แม้ว่า "ตำรวจ" จะมีหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ดูแลทุกสุขของชาวบ้าน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความรู้สึกของชาวบ้านส่วนใหญ่ กลับมองว่า “ตำรวจ” เป็นผู้อยู่เหนือกฎหมาย ใช้ช่องว่างของกฎหมายมาหาผลประโยชน์จากชาวบ้านตาดำๆ แม้พฤติกรรมดังกล่าวจะเป็นแค่เพียงตำรวจบางคนแต่ก็เข้าตำรา “ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นไปทั้งข้อง”!!
ทว่าภาพลักษณ์ไม่ดีของตำรวจที่ติดอยู่ในใจชาวบ้าน กำลังจะเลือนหายไป หลังจากตำรวจยุคใหม่ "กลับหลังหัน" ลงมาคลุกคลีกับชาวบ้านจนเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ เมื่อเห็นภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามและชาวชุมชนริมคลองมหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ได้ร่วมกันจัดงานรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ในชุมชน เนื่องในงานเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2555 ที่ผ่านมา
ผู้เฒ่าผู้แก่ คนในชุมชนตลอดจนลูกเด็กเล็กแดง ต่างมาช่วยกันทำอาหารตั้งแต่เช้า จนกระทั่งสายๆ ก่อนเริ่มทำกิจกรรมรดน้ำดำหัว โดยมีบุคคลสำคัญในพื้นที่เข้ามาร่วมงานอย่างเป็นกันเอง นั่นคือ “ลุงเอี่ยม" ขอทานใจพระแห่งวัดไร่ขิง นั่งเรียงแถวกับผู้สูงอายุในชุมชนให้ลูกหลานรดน้ำขอพร ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองปราบปราม ก็ได้รับการต้อนรับจากคนในชุมชนประดุจญาติมิตร โดยเฉพาะ พ.ต.ท.อภิชัย ดุษฎีพฤฒิพันธุ์ ผกก.2 บก.ทล. ผู้ริเริ่มเข้ามาทำ “โครงการตำรวจกองปราบปรามผู้รับใช้ชุมชน” ในพื้นที่นี้ตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่ง รอง ผบก.5 บก.ป.
พ.ต.ท.อภิชัยเล่าว่า สมัยที่ยังอยู่ที่กองปราบฯ ได้เอาโครงการตำรวจผู้รับใช้ชุมชนมาปรับใช้ที่ชุมชนริมคลองมหาสวัสดิ์ เนื่องจากมีข้อมูลว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด และการก่ออาชญากรรมในหลายๆ รูปแบบ ชุมชนเองเป็นที่จำหน่ายและพักของยาเสพติด ซึ่งครั้งแรกของการเอาโครงการเข้ามาในชุมชนนั้นยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ลำบากมาก เนื่องจากชาวบ้านนั้นไม่ยอมรับตำรวจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
"ผมกับลูกน้องเดินเข้ามาในหมู่บ้านไม่รู้กี่ร้อยรอบ เดินไปทำความรู้จักพูดคุยกับคนในชุมชน แน่นอนที่สุดพวกที่แอบกระทำความผิดเขาไม่ยอมรับเราอยู่แล้ว แต่ชาวบ้านปกติธรรมดาน่าแปลกเขาก็ไม่ยอมรับเราเพราะเขาคงคิดว่าเราจะเข้ามาดีหรือร้าย หากให้ข้อมูลอะไรออกไปก็อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและครอบครัว ผมจำได้ไปยกมือไหว้ยายคนหนึ่ง เขารับไหว้นะแต่เขาไม่ยิ้มเรารู้ได้เลยว่าเขาไม่ไว้ใจเรา ผมอยู่ 4 เดือน พอชาวบ้านเห็นว่าเราทำจริงอยากทำให้ชุมชนเขาสงบสุขน่าอยู่ก็มีคนเริ่มมาให้ความร่วมมือ" พ.ต.ท.อภิชัยกล่าว
พ.ต.ท.อภิชัยบอกว่า เราเข้ามาทำให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการลดอาชญากรรม ก่อนในเบื้องต้นด้วยการขอแรงคนในชุมชนตัดหญ้ารกทืบให้หมดจากพื้นที่ เพื่อการสอดส่องดูแลช่วยเหลือของกันและกันในชุมชน การจี้ปล้นก็ลดลง ต่อมาเราก็เริ่มจัดการเรื่องปัญหาเด็กแว้นซึ่งเป็นต้นตอและจุดเริ่มต้นของอาชญากรรมอื่นๆ ที่จะตามมา สุดท้ายพวกพ่อค้ายา ผู้เสพยา เห็นชาวบ้านกับตำรวจร่วมมือกันเป็นชุมชนที่เข้มแข็งก็ไม่กล้าที่จะทำอะไรเพราะนอกจากตำรวจที่ลำพังก็จะต้องหลบเลี่ยงการกระทำความผิดแล้วยังต้องมาเจอชาวบ้านที่มีหูมีตาอีกหลายร้อยคู่จับตามองการกระทำความผิดอีก
"ประโยชน์ที่ได้รับนั้นมากมายมหาศาลมากจากโครงการนี้ ผมบอกได้เลยว่าหากเราสามารถทำโครงการนี้ได้ในทุกชุมชน ภาพลักษณ์เก่าๆ ที่ชาวบ้านมีต่อตำรวจจะหายไป บอกตรงๆ ว่า หลังจากที่ได้เข้ามาทำโครงการ ก็มีความผูกพันกับคนในชุมชนแห่งนี้ เป็นเหมือนญาติพี่น้องกัน มีอะไรก็จะบอกกล่าวช่วยเหลือกันในทุกๆ เรื่อง มีชาวบ้านหลายๆ คนเขามีปัญหาส่วนตัวเขากล้าที่จะเข้ามาปรึกษาตำรวจ เพราะเขาเห็นว่าเราสามารถให้ความช่วยเหลือและเป็นที่พึ่งพิงของเขาได้ในยามลำบาก"
สำหรับโครงการตำรวจผู้รับใช้ชุมชน (Community Policing) มีต้นกำเนิดมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นโครงการที่ว่ากันว่าช่วยลดปัญหาอาชญากรรมได้ จนมีการสรุปเป็นทฤษฎีตำรวจผู้รับใช้ชุมชนนำมาเป็นกรอบในการปฏิบัติงานลดปัญหาอาชญากรรม โดยประเทศไทยเริ่มนำทฤษฎีนี้มาใช้ ครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2539 ที่ชุมชนหลังวัดบางขุนนนท์ โดย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถานีในขณะนั้น นำโครงการดังกล่าวมาทดลองใช้เป็นครั้งแรกและได้ผลดีเกิดความคาดหมาย!!
.............
(หมายเหตุ : ตำรวจรับใช้ชุมชนดั่ง...คนในครอบครัว : สารพันตำรวจ โดยไชยฤทธิ์ เสนาะวาที : เรื่อง ศุภกฤต คุ้มกัน : ภาพ )



