
ผีชุดใหญ่ยิงทอฟฟี่ข่ม20ปีไม่แพ้
"ปีศาจแดง" จัดเต็มรอยิง "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ในศึกพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่ 22 เม.ย. แถมสถิติข่มอื้อไม่เคยแพ้ในโอลด์ แทรฟฟอร์ดเกือบ 20 ปี ขณะที่ "เรือใบสีฟ้า" ขาดแค่ บาโลเตลลี รับมือทีมบ๊วย
ศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน มีดวลแข้งกัน 3 คู่ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด จ่าฝูงแข่ง 34 นัด มี 82 แต้ม เปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ทีมอันดับ 6 มี 47 แต้ม เริ่มเตะ 18.30 น. นัดนี้ ปีศาจแดง ลุ้นคว้าชัยชนะเพื่อกดดัน แมนฯ ซิตี้ ที่แข่งเวลา 22.00 น. เพื่อหนีเป็น 8 แต้ม
เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือเจ้าถิ่นไม่มีปัญหาเรื่องนักเตะบาดเจ็บเพิ่มเติม สามารถส่งนักเตะชุดใหญ่ลงได้ทั้งหมด แต่อาจปรับทัพจากนัดเอาชนะ แอสตัน วิลล่า 4-0 โดย เดวิด เด เกีย จะยืนเฝ้าเสา กองหลังยังมี ริโอ เฟอร์ดินานด์ เป็นตัวหลัก มี ฟิล โจนส์ กับ โจนาธาน อีแวนส์ ส่วนแบ็กสองด้านเป็น ราฟาเอล กับ ปาทริซ เอวรา ขณะที่กองกลาง ไมเคิล คาร์ริค น่าจะลงเล่นคู่กับ พอล สโคลส์ และนานี กับ อันโตนิโอ บาเลนเซีย ส่วนกองหน้า เวย์น รูนีย์ คู่กับ แดนนี เวลเบค
ทางฝั่งทีมเยือนของ เดวิด มอยส์ จะไม่มี เลย์ตัน เบนส์ แบ็กซ้ายตัวเก่งที่บาดเจ็บ และอาจพักตลอดฤดูกาล ทำให้ ฟิล เนวิลล์ โยกไปเล่นแทน นอกจากนั้นไม่มีปัญหา เกมนี้ ทิม โฮเวิร์ด เป็นผู้รักษาประตู กองหลังคู่กลาง จอห์นนี ไฮติงกา กับ ฟิล จากิลกา กองกลางยังใช้ชุดเก่ง ลีออน ออสแมน, ดาร์รอน กิบสัน, มารูยาน เฟลไลนี และสตีเวน พีนาร์ ส่วนเกมรุก ทิม เคฮิลล์ เป็นหน้าต่ำ สนับสนุน นิคาชา เยเรวิช
อย่างไรก็ตามสถิติการเจอกันของคู่นี้ที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นต่ออื้อซ่าหากนับในลีก แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 73 เสมอ 39 เอฟเวอร์ตัน ชนะ 53 โดยเฉพาะช่วงเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ปีศาจแดง ไม่เคยแพ้ ทอฟฟี่สีน้ำเงิน ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในการเล่นฟุตบอลลีก โดยการเจอกัน 18 หน แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 15 เสมอ 3 หนสุดท้ายที่ เอฟเวอร์ตัน ชนะ ในปี 1992 ด้วยสกอร์ 3-0
ขณะที่ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ รองจ่าฝูง แข่ง 34 นัด มี 77 แต้ม บุกเยือน โมลินิวส์ กราวน์ พบกับ "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน ทีมบ๊วยแข่ง 34 นัด มี 23 แต้ม ลงเตะเวลา 22.00 น. โรแบร์โต มันชินี กุนซือทีมเยือนหมดสิทธิใช้งาน มาริโอ บาโลเตลลี กองหน้าตัวแสบที่ติดโทษแบน นอกจากนั้นพร้อมใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น โจ ฮาร์ท, ไมกาห์ ริชาร์ดส์, แวงซองต์ กอมปานี, กาเอล กลิชี, ยาย่า ตูเร, ซาเมียร์ นาสรี ส่วนเกมรุกใช้ ดาวิด ซิลบา, เซอร์คิโอ อเกโร และคาร์ลอส เตเบซ
ด้าน เทอร์รี คอนเนอร์ กุนซือเจ้าถิ่นสถานการณ์ลำบากมาก ต้องเก็บทุกแต้มที่เหลือ นัดนี้จะไม่มี เวย์น เฮนเนสซี นายทวารตัวจริงที่เจ็บต้องพัก 6 เดือน ต้องให้ โดรุส เดอ วรีส์ ลงเล่นแทน แต่จะได้ เซบาสเตียน บาสซง กลับมาจากติดโทษแบน แต่ยังมี ไมเคิล ไคท์ลีย์, แมทธิว ยาร์วิส, คาร์ล เฮนรี รวมทั้ง เควิน ดอยล์ ลงสนาม
ส่วน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 8 แข่ง 33 นัด มี 46 แต้ม ลงเล่นที่แอนฟิลด์ พบกับ "แบ็กกีส์" เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ทีมอันดับ 13 มี 42 แต้ม เริ่มเตะเวลา 22.00 น. เจ้าถิ่นไม่ค่อยเน้นเกมในลีก แต่เล่นในบ้านคงต้องเต็มที่ น่าจะพักนักเตะบางคน แต่ยังคงนำทัพโดย สตีเวน เจอร์ราร์ด, หลุยส์ ซัวเรซ และแอนดี คาร์โรว์ ด้านทีมเยือนน่าจะรอดตายเรียบร้อยแล้ว ยังคงใช้ คริส บรันท์, ปีเตอร์ โอเดมวินกี และเชน ลอง ต่อไป
----------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)
----------



