ข่าว

ศาลจัดประกวดโต้วาที'ปรองดอง'

ศาลจัดประกวดโต้วาที'ปรองดอง'

20 เม.ย. 2555

ศาลจัดประกวดโต้วาที "สังคมไทยใครว่าปรองดองไม่ได้" เลขาฯศาลยุติธรรมแจงเหตุเชิญ "ณัฐวุฒิ-ณัฏฐ์ ส.ส.ปชป." เป็นกรรมการตัดสินฐานอดีตนักโต้วาที ถกแก้รธน.วุ่นอีกปชป.พาดพิง"ทักษิณ"พท.ดาหน้าประท้วง

             ที่สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ถนนรัชดาภิเษก วันที่ 20 เม.ย.  นายไพโรจน์ วายุภาพ ประธานศาลฎีกา ได้เป็นประธานเปิดงานครบรอบ 130 ปีศาลยุติธรรม ซึ่งมีการจัดกิจกรรมทั้งการจัดแข่งขันโต้วาทีรอบชิงรางวัลชนะเลิศ ในญัตติ “สังคมไทยใครว่าปรองดองไม่ได้” ระหว่างโรงเรียนหอวัง กรุงเทพ ฯ และโรงเรียนคงคาราม จ.เพชรบุรี ซึ่งผลการแข่งขัน ร.ร.หอวัง ได้รับรางวัลชนะเลิศ นอกจากนี้ยังมีการจัดสัมมนาวิชาการด้วย

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แต่อย่างไรก็ตามได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ อดีตแกนนำ นปช. ซึ่งเป็นอดีตนักโต้วาที ร่วมเป็นกรรมการกับนายณัฎฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส.ประชาธิปัตย์ อดีตนักโต้วาทีเช่นกัน และนางกรรณิกา ธรรมเกสร อดีตผู้จัดแข่งขันโต้คารมมัธยมศึกษา ในการจัดกิจกรรมการแข่งขันโต้วาทีครั้งนี้

              นายวิรัช ชินวินิจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า การเชิญนายณัฐวุฒิและคนอื่นๆ ร่วมเป็นกรรมการตัดสิน เป็นพียงกิจกรรมทางวิชาการที่ศาลยุติธรรมจัดขึ้นเกี่ยวกับการจัดโต้วาที ไม่อยากให้มองเอาไปเกี่ยวข้องการเมือง ส่วนเรื่องความปรองดองอยากให้มองว่า การสร้างความปรองดองต้องทำให้เป็นรูปธรรม จึงตั้งญัตติว่า “สังคมไทยใครว่าปรองดองไม่ได้ ” ซึ่งงานโต้วาทีครั้งนี้มีบรรยากาศที่ดี

              "และทั้งนายณัฐวุฒิและนายณัฎฐ์ก็ยินดีที่ได้รับเชิญมาแต่แรก ส่วนนางกรรณิกาเป็นเป็นศิษย์เก่า ม.ธรรมศาสตร์ และทั้งนายณัฐวุฒิและนายณัฏฐ์ก็เคยโต้วาทีกันมาก่อนสมัยเรียนมัธยม เราไม่ได้เชิญทั้งสองมาพูดเรื่องกระบวนการยุติธรรม แต่ให้ร่วมจัดกิจกรรมทางวิชาการเท่านั้น ขณะที่ผ่านมา การปรองดองมีแต่การวิพากษ์วิจารณ์ ยังไม่มีการกระทำที่ชัดเจน ซึ่งเด็กๆที่มาร่วมงาน จะได้เห็นการปรองดองเกิดขึ้นในเวทีแห่งนี้"   เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าว

 ถกแก้รธน.วุ่นอีกปชป.พาดพิง"ทักษิณ"พท.ดาหน้าประท้วง

              เมื่อเวลา 14.18 น. ที่ประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ... วาระ2 ได้เข้าสู่การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291/3 ว่าด้วยลักษณะต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ตามมาตรา 291/2 (1) ประกอบด้วย (1)บุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งส.ส. ตามมาตรา 102 (1) , (2), (3) , (4) , (5) , (6) , (7) , (9) , (12), (13) หรือ (14) , (2)เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ และ (3) เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือ ข้าราชการการเมือง

              การประชุมดำเนินมาถึงช่วงที่นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลุกอภิปรายและได้มีการพาดพิงถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทำให้ส.ส.พรรคเพื่อไทยลุกประท้วงขอให้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่ประธานในห้องประชุม ควบคุมการประชุมให้เป็นไปตามข้อบังคับและขออย่าให้มีการพูดนอกประเด็น พาดพิงถึงบุคคลภายนอก

              จากนั้นนายสมศักดิ์วินิจฉัยให้นายวัชระอภิปรายในกรอบอย่าได้พาดพิงถึงบุคคลอื่น แต่นายวัชระยังคงยืนอภิปรายในประเด็นเดิม ทำให้นายสมศักดิ์ปิดไมโครโฟนของนายวัชระลง แต่นายวัชระยังคงพยายามอภิปราย จนนายสมศักดิ์ต้องออกคำสั่งให้นั่ง และใช้มาตรการลุกขึ้นยืนเพื่อให้สมาชิกรัฐสภาที่ยืนอภิปรายนั่งลง แต่ไม่เป็นผลทำให้นายสมศักดิ์ออกคำสั่งให้ตำรวจรัฐสภา เชิญตัวนายวัชระออกจากห้องประชุม และสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติตามคำสั่ง หากไม่ทำตามคำสั่งจะตั้งกรรมการสอบตำรวจรัฐสภา

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา จำนวน 6 คนได้เข้ามาจับแขน เพื่อเชิญนายวัชระออก ทำให้นายวัชระสะบัดมือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาจับออก จากนั้นส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้ามาช่วยพูดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ปลอ่ยนายวัชระ และมีบางส่วนตะโกนว่า “จะออกได้อย่างไรประธานไม่เป็นกลาง จะสั่งใครได้ สองมาตรฐานอย่างนี้” ทำให้ท้ายที่สุดนายวัชระกลับเลือกนั่งลง แทนการออกจากห้องประชุม และเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินออกจากห้องประชุมไป

              จากนั้นส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ได้จับกลุ่มหารือกันภายในห้องประชุม และมีบางส่วนตะโกนบอกให้นับองค์ประชุม ทำให้นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ได้ขอตรวจสอบองค์ประชุม ทำให้นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลุกเสนอด้วยว่าหลังจากนับองค์ประชุมแล้วเสร็จ ขอเสนอให้ปิดการอภิปราย และโหวตเป็นรายมาตรา

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่มีการเรียกสมาชิกรัฐสภาเข้าห้องประชุมเพื่อนับองค์ประชุม นายสมศักดิ์ ได้ลุกออกจากห้องประชุมและให้พล.อ.ธีรเดช ขึ้นปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุมแทน โดยระหว่างที่ให้สมาชิกรัฐสภาเสียบบัตรแสดงตนนั้น ได้มีส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ลุกนับจำนวน สมาชิกรัฐสภาที่นั่งอยู่ในห้องประชุม ทั้งนี้ผลการตรวจสอบองค์ประชุมพบ มีผู้แสดงตน 345 คนถือว่าครบองค์ประชุมสามารถดำเนินการต่อไป