ข่าว

จะท่วม จะแล้ง ต้องแจ้ง 'กรมทรัพยากรน้ำบาดาล'

จะท่วม จะแล้ง ต้องแจ้ง 'กรมทรัพยากรน้ำบาดาล'

21 เม.ย. 2555

สัมภาษณ์พิเศษ : นายปราณีต ร้อยบาง อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล : จะท่วม จะแล้ง ต้องแจ้ง 'กรมทรัพยากรน้ำบาดาล'

                กรมทรัพยากรน้ำบาดาล สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาจจะเป็นชื่อที่ไม่คุ้นหูคนไทยนัก แต่ภารกิจหลัก คือต้องดูแล 5 น้ำ คือ 1.น้ำดื่ม ควบคุมดูแลน้ำดื่มทุกยี่ห้อที่ขายอยู่ตามท้องตลาด 2.น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค 3.น้ำเพื่อการเกษตร 4.น้ำเพื่ออุตสากรรม และ 5.น้ำเพื่อธุรกิจบริการ ถ้าใช้แหล่งน้ำใต้ดิน จัดหาแหล่งน้ำต้นทุนให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร

                 นายปราณีต ร้อยบาง อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เล่าว่า กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเป็นหน่วยงานภาครัฐ ที่ปฏิบัติภารกิจหลักในการเสนอแนะนโยบาย แผน มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาล สำรวจประเมินศักยภาพ พัฒนา อนุรักษ์ ฟื้นฟู ใช้ประโยชน์ กำกับดูแลตามกฎหมายน้ำบาดาล ศึกษาวิจัยและพัฒนา วิเคราะห์คุณภาพน้ำบาดาล และเป็นศูนย์ข้อมูลน้ำบาดาลและสนับสนุนท้องถิ่นชุมชน เพื่อป้องกันและบรรเทาวิกฤติน้ำแล้ง และน้ำท่วม รวมทั้งพัฒนาน้ำบาดาลในพื้นที่หาน้ำยากและประสบภัยธรรมชาติ

                ด้วยเหตุนี้ทำให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลมีภารกิจหลักในการ จัดหาแหล่งน้ำต้นทุนให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร โดยบูรณาการแหล่งน้ำบาดาลร่วมกับแหล่งน้ำผิวดิน ด้วยการบริหารจัดการแบบผสมผสาน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สนับสนุนการสร้างงานสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ให้กับประชาชนและชุนชนของกระทรวงทรัพยากรฯ ที่มีขึ้น เพื่อยุติปัญหาการขาดแคลน และการแย่งชิงน้ำ ระหว่างภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม อุปโภคและบริโภคและอื่นๆ

                "นโยบายหลักของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงและรัฐบาล ภารกิจที่ดูแลมีอยู่ 5 น้ำ คือ 1.น้ำดื่ม น้ำสะอาดตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก หรือตามมาตรฐานที่ อย.กำหนด จะควบคุมดูแลน้ำดื่มทุกยี่ห้อที่ขายอยู่ตามท้องตลาด และผลิตเองเพื่อช่วยประชาชนในยามวิกฤติ 2.น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค 3.น้ำเพื่อการเกษตร 4.น้ำเพื่ออุตสากรรม และ 5.น้ำเพื่อธุรกิจบริการ ถ้าใช้แหล่งน้ำใต้ดิน"

                 อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลกล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ทางกระทรวงทรัพยากรฯ และรัฐบาล เน้นกรณีน้ำเพื่อการเกษตร สืบเนื่องมาจากช่วงที่นายกรัฐมนตรีนำคณะไปตรวจราชการดูต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เมื่อวันที่ 13-17 กุมภาพันธ์ 2555 และออกเป็นนโยบายเพื่อป้องกันอุทกภัยในปีนี้ ประกอบด้วยพื้นที่พร่องน้ำ พื้นที่ป่ารับน้ำ กลางน้ำก็มีแก้มลิง พื้นที่ชุ่มน้ำ จนกระทั่งปลายน้ำจะเอาน้ำลงทะเลอย่างไร โดยสรุปเป็นแผนงานของรัฐบาล แล้วก็ต่อท้ายว่าเมื่อได้ดำเนินการตามขั้นตอน ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำเสร็จแล้ว ในกรณีมีเหตุฉุกเฉิน จากการคาดการณ์น้ำจะท่วมอีกปี แต่กลับกลายเป็นแห้งแล้งก็ให้กระทรวงทรัพยากรฯ ดำเนินการจัดหาน้ำบาดาลเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

                "สมมุติพลิกจากมหาอุทกภัยกลายเป็นปัญหาแล้งรุนแรง ให้นำน้ำบาดาลไปสำรองจ่ายให้ประชาชนที่เดือดร้อน วรรคสุดท้ายรายงานการตรวจราชการ คือ นำน้ำบาดาลไปใช้ทุกๆ อย่าง ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง ให้ใช้น้ำบาดาลเป็นลักษณะยาแก้ปวดหัว"

                อธิบดีปราณีต พูดถึงนโยบายการใช้น้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยว่า ขณะนี้ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดเวลา โดยเฉพาะกรมชลประทาน เพื่อประเมินน้ำผิวดิน ซึ่งเป็นน้ำต้นทุนหลักที่ใช้เพื่อการเกษตร ตามปกติประเทศไทยมีปริมาณฝนตกเฉลี่ย 1.4-1.5 พันมิลลิเมตร สามารถผลิตน้ำได้ประมาณ 7 แสนล้านลูกบาสร์เมตรต่อปี โดยมีเขื่อนขนาดใหญ่อย่างน้อย 2 เขื่อนหลัก คือ เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ สามารถเก็บกักน้ำต้นทุนได้ไม่เกิน 5.7 หมื่นล้านลูกบาศร์เมตร สำหรับน้ำผิวดิน ในขณะที่แหล่งน้ำบาดาลมีน้ำต้นทุนอยู่ทุกตารางนิ้วของประเทศไทยครอบคลุมพื้นที่กว่า 5.4 แสนตารางกิโลเมตร ซึ่งจากการประเมินศักยภาพน้ำบาดาลลึกลงไป 100 เมตรจากผิวดิน จะพบว่า มีน้ำอยู่มากถึง 1.1 ล้านล้านลูกบาศก์เมตร

                "จะรู้ได้เลยว่า แหล่งน้ำบาดาลใหญ่หรือเล็ก ดูที่อัตราการให้น้ำ ถ้าเกิน 20 ลบ.ม./ชั่วโมง มีเนื้อที่ 20 ล้านไร่ ถ้าขนาด 10 ลบ.ม./ชั่วโมง มี 20 กว่าล้านไร่ แต่ถ้า 2-10 ลบ.ม./ชั่วโมง มีถึง 70-80 ล้านไร่ แต่ถ้าต่ำกว่า 2 ลบ.ม. มี 20-30 ล้านไร่ รวมแล้วในประเทศไทยมีเนื้อที่ทั้งหมใด 320 ล้านไร่ ของกรมฯ มีแหล่งน้ำบาดาลนำขึ้นมาใช้ได้ประมาณครึ่งหนึ่งหรือ 160 ล้านไร่"

                 ปัจจุบันกรมทรัพยากรน้ำบาดาลทำโครงการนำร่องน้ำบาดาลเพื่อในภาคการเกษตรทั้ง 4 ภาค นำร่องทุกเขตทั้ง 12 เขต รวมแล้วเป็น 16 จุดที่ได้ดำเนินการอยู่แล้ว ตั้งแต่เหนือจรดใต้ นอกจากนี้ยังเตรียมพื้นที่ไว้อีก 175 แห่ง ใน 74 จังหวัดทั่วประเทศ ยกเว้นกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ในปีงบประมาณ 2556 และงบกลางที่รัฐบาลได้จัดสรรไว้ เพื่อจัดทำโครงการน้ำบาดาลเพื่อภาคการเกษตรเขตนอกพื้นที่ชลประทาน

                ขณะนี้ถ้ามีงบประมาณ กรมสามารถลงมือได้ทันที เพราะกรมมีแผนดำเนินอยู่แล้ว 175 พื้นที่ทั่วประเทศ รัฐบาลจะลงทุนให้ประชาชนไหม จะเกิดผลยังไงไปดูตัวอย่างนำร่องได้ว่า เกิดผลแบบที่ อบต.จังหัน อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ จากเดิมชาวบ้านไม่สามารถทำการเกษตรได้เลย เพราะไม่มีน้ำ หลังจากรมไปสร้างแหล่งน้ำบาลดาลเพื่อการเกษตรให้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ที่สำคัญได้อยู่กับบ้าน ไม่ต้องไปหางานในต่างถิ่นด้วย"

                อธิบดีปราณีต ย้ำด้วยว่า ปัจจุบันกรมทรัพยากรน้ำบาดาลดำเนินการสร้างน้ำบาดาลให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศประมาณ 2,000 กว่าแห่ง ได้โอนภารกิจให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นเป็นดูแล และยังมีโครงการน้ำดื่มน้ำสะอาดให้โรงเรียนต่างๆ อีกว่า 2,100 แห่งทั่วประเทศ และในอนาคตต้องขยายการดำเนินการก่อสร้างต่อไปให้ครบทุกโรงเรียนตามแผนที่วางไว้

                "ผลรับที่กรมทำให้ชาวบ้านและนักเรียน ต่างกัน อย่างชาวบ้านติดประชานิยม เขาจะรับอย่างเดียว รัฐต้องมาบริการ แต่นักเรียน โรงเรียน ช่วยกันทำโครงการแหล่งน้ำบาดาลเพื่อน้ำดื่มสะอาดของโรงเรียน ขณะนี้ทำไปแล้วกว่า 2,100 โรงเรียน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสว่า น้ำบาดาล คือ น้ำใต้ถุน อยู่ใต้ถุนโรงเรียนนี่แหละ เพราะฉะนั้นใช้ได้เต็มที่ นักเรียนก็มีใจรักและจะต้องการใช้อย่างประหยัดเพื่อให้เกิดประโยชน์สุงสูด ตอนนี้กำลังขยายผลไปทุกโรงเรียนทั่วประเทศ" อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวทิ้งท้าย

..............................................

                "ผลรับที่กรมทำให้ชาวบ้านและนักเรียน ต่างกัน อย่างชาวบ้านติดประชานิยม เขาจะรับอย่างเดียว รัฐต้องมาบริการ แต่นักเรียน โรงเรียน ช่วยกันทำโครงการแหล่งน้ำบาดาลเพื่อน้ำดื่มสะอาดของโรงเรียน ขณะนี้ทำไปแล้วกว่า 2,100 โรงเรียน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสว่า น้ำบาดาล คือ น้ำใต้ถุน อยู่ใต้ถุนโรงเรียนนี่แหละ เพราะฉะนั้นใช้ได้เต็มที่ นักเรียนก็มีใจรักและจะต้องการใช้อย่างประหยัดเพื่อให้เกิดประโยชน์สุงสูด ตอนนี้กำลังขยายผลไปทุกโรงเรียนทั่วประเทศ"

............................................
(สัมภาษณ์พิเศษ : นายปราณีต ร้อยบาง อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล : จะท่วม จะแล้ง ต้องแจ้ง 'กรมทรัพยากรน้ำบาดาล' )