ข่าว

'นครบาล'รวบแก๊งหลอกขายรถเถื่อน

'นครบาล'รวบแก๊งหลอกขายรถเถื่อน

20 เม.ย. 2555

'นครบาล' รวบแก๊งแสบหลอกขายรถเถื่อนผ่านเน็ต ชาวบ้านโวยถูกแหกตาโอนรถไม่ได้ จ่อขยายผลหาตัวบงการใหญ่ ด้าน 'ผบช.น.' เตือนปชช.อย่าตกเป็นเหยื่อซื้อรถราคาถูก

                   20 เม.ย.55 พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. พร้อมด้วยนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ แถลงจับกุมผู้ต้องหาหลอกขายรถเถื่อนทางอินเตอร์เน็ต ผู้ต้องหา 2 คน คือ นายธีระศักดิ์ บุญเลาะ อายุ 26 ปี ที่อยู่บ้านเลขที่ 31 ม.4 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม. และนายวัชรชัย เหลืองสัมฤทธิ์ อายุ 29 ปี ที่อยู่บ้านเลขที่ 4/958 ม.4 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม. พร้อมของกลางเป็นรถยนต์จำนวน 9 คัน ที่ผู้ต้องหาปลอมแปลงเอกสารคู่มือรถ พร้อมทั้งทะเบียนรถยนต์ หลอกขายเหยื่อผ่านทางเว็บไซต์ www.taladrod.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ซื้อขายรถยนต์มือสอง

                   พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายไปซื้อรถยนต์มือสองผ่านทางเว็บไซต์ข้างต้น แต่ถูกกลุ่มหลอกลวงที่เข้ามาเสนอขายผ่านทางเว็บไซต์ดังกล่าว โดยนำรถยนต์ที่ผิดกฎหมาย เช่น รถที่ได้จากการโจรกรรม รถหนีภาษีจากประเทศเพื่อนบ้านมาสวมทะเบียนและจำหน่าย รถหนีไฟแนนซ์ โดยทั้งหมดกลุ่มคนร้ายจะนำมาสวมทะเบียนขาย และมีผู้หลงซื้อไปจำนวนมาก แต่เมื่อซื้อมาแล้วกลับไม่สามารถโอนรถที่กรมการขนส่งทางบกได้ เนื่องจากเป็นรถยนต์ที่ผิดกฎหมาย และมีการทำทะเบียนปลอมพร้อมกับแก้ไขเลขตัวถังรถยนต์

                   พล.ต.ท.วินัย กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนบช.น.จึงสืบสวนแกะรอยกระทั่งทราบว่า มีกลุ่มผู้ต้องหาหลอกขายรถผ่านทางเว็บไซต์ จึงล่อซื้อรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ รุ่นอี 200 สีเทา ติดป้ายทะเบียน ฆฉ 6202 กทม. และรถยนต์ยี่ห้อบีเอ็มดับบลิว รุ่น 522 สีเทา ติดป้ายทะเบียนขจ 8822 กทม. จากผู้ต้องหาคือนายธีระศักดิ์ บุญเลาะ และนายวัชรชัย เหลืองสัมฤทธิ์ เมื่อนำรถยนต์มาส่งที่ห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอแลนซ์ จึงแสดงตัวขอตรวจค้นและจับกุม และพบว่ารถยนต์ทั้งสองคันเป็นรถยนต์ที่นำเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย มีการดัดแปลงเลขตัวถังพร้อมกับติดป้ายทะเบียนรถยนต์คันอื่นเพื่อตบตาและนำออกมาขาย อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาที่จับกุมได้นี้เป็นเพียงคนที่นำรถยนต์มาส่งเท่านั้น ซึ่งตัวการใหญ่ยังคงหลบหนีอยู่ แต่ตำรวจจะขยายผลเพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

                   “ขอฝากเตือนประชาชนให้ใช้ความระมัดระวังมากขึ้นในการซื้อขายรถยนต์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต ให้ตรวจสอบอย่างชัดเจนก่อนจะจ่ายเงิน และหากมีการโอนรถให้พาทั้งผู้ซื้อและผู้ขายไปโอนรถพร้อมกันที่กรมการขนส่ง และหากสงสัยหรือพบเห็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับการโจรกรรมรถยนต์ สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลจ 02-3545162 ตลอด 24 ชั่วโมง ขอย้ำอีกครั้งว่า การซื้อรถยนต์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต ให้ระวังในโอนกรรมสิทธิ์รถ แนะให้ไปโอนที่กรมการขนส่งบกเท่านั้น  เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง” ผบช.น. กล่าว

                   ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตำรวจได้รับการประสานงาน จากทางกรมการขนส่งทางบก ว่า มีประชาชนถูกหลอกซื้อรถยนต์ ผ่านทางอินเตอร์เน็ต แล้วนำรถมาต่อทะเบียน พบว่าเป็นสมุดทะเบียนปลอม เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึีงได้ทำการล่อซื้อจากผู้ต้องหาเมื่อวานนี้ 19 เม.ย. โดยพฤติกรรมของผู้ต้องหา จะนำรถที่ได้จากการโจรกรรมรถ หรือรถหนีภาษี รถที่ขาดไฟแนนซ์ หรือนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากนั้นจะนำมาประกาศขาย ทางเวปไซด์(ตลาดรถดอทคอม) เมื่อมีเหยื่อมาซื้อจะทำการโอนลอย แล้วทำสมุดทะเบียนปลอม จนกระทั้งผู้เสียหายนำรถไปต่อทะเบียน จึงทราบว่า ถูกหลอก

                   จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่า ทำมาแล้ว 2 คัน ได้ค่าจ้างคันละ 5000 พัน โดยจะมีผู้ขบวนการทำการปลอมแปลงบัตรประชาชน รูปถ่าย รวมถึงที่อยู่ ใช้ปลอมแปลงเอกสารทางราชการเพื่อใช้ปลอมสมุดทะเบียนรถ ซึ่งทำให้ยากต่อการจับกุม

                   อย่างไรก็ตามยังมีผู้ต้องหาที่หลบหนีการจับกุม คือนายปุณฑริก นาคะศักดิ์เสวี อายุ 30 ปี รวมถึงนายเป้ ซึ่งเป็นนายทุนใหญ่ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าอยู่ระหว่างติดตาม จับกุมตัวมาดำเนินคดี นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายจราจร สน.มักกะสัน ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายศรัญย์ พุ้ยเล็ก อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาลักรถยนต์ จากคาร์แคร์ปั๊มเอซโซ่ ถนนเพชรอุทัย โดยนายศรัญย์ ทำทีเข้าไปนั่งในรถของกลาง ฉวยจังหวะที่พนักงานล้างรถเผลอ แล้วขับรถออกไปจนกระทั่งเจ้าหน้าสกัดจับได้ที่แยกอโศกดินแดง เบื้องต้นจึงได้แจ้งข้อกล่าวว่า ลักทรัพย์ พร้อมนำตัวส่งดำเนินคีด

                   อย่างไรก็ตามผู้ต้องหารายนี้ จากการตรวจสอบประวัติ มีหมายจับในพื้นที่สน.วังทองหลาง ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น นอกจากนี้ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถ ยังแจ้งข้อมูลหมายจับผู้ต้องหาคดีโจรกรรมรถในพื้นที่ กทม.และพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศว่า ที่มีหมายจับอยู่ในขณะนี้ 71 หมาย ทางเจ้าหน้าที่อยู่ในระหว่างเร่งติดตามจับกุมต่อไป ขณะนี้โครงการ unforget (ในคดีค้างเก่า) ของพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลนั้น สามารถจับกุมได้แล้ว 30% จากหมายจับทั้งหมด