
มติสภาโหวตผ่านแก้รธน.ม.291/2ฉลุย
รัฐสภา โหวตผ่านมาตรา 291/2 แล้ว ด้วยคะแนน 340 : 124 เสียง ยืนยันตามร่างกรรมาธิการ
20 เม.ย.55 หลังจากที่สมาชิกรัฐสภาอภิปรายในประเด็นที่ได้สงวนคำแปรญัตติไว้ ตาม มาตรา 291/2 ของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างหลากหลาย เมื่อเวลา 14.00 น. นายสามารถ แก้วมีชัย สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ลุกชี้แจง พร้อมยืนยันตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่กรรมาธิการได้พิจารณษแล้วเสร็จ ดังนั้นในประเด็นที่มีสมาชิกรัฐสภา แปรญัตติของแก้ไขเพิ่มเติมจำนวนอายุของผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) โดยมีอายุตั้งแต่ 18-45 ปี ในที่ประชุมกรรมาธิการฯ ไม่ทราบว่าอายุเท่าไรเหมาะสมที่สุด ดังนั้น จึงนำตัวเลขอายุ 18 ปี มาบวกกับตัวเลข 45 ปี และหารเป็นค่ากลาง ทำให้ได้อายุ 35 ปี ทั้งนี้ จำนวนอายุดังกล่าว ถือว่า เป็นคนที่มีประสบการณ์ อีกทั้ง การยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องอาศัยผู้มีประสบการณ์ หรือผ่านชีวิตมาพอสมควร
นายสามารถ ชี้แจงต่อว่าด้านวุฒิการศึกษา ที่ไม่ได้ระบุไว้ใน มาตรา 291/2 นั้น เนื่องจากก่อนหน้านั้น กรรมาธิการได้พิจารณาว่า ผู้ที่ไม่จบปริญญาตรีซึ่งเป็นเสียงข้างมากในประเทศ แต่เขาเป็นผู้ที่มีความรู้ ประสบการณ์ และภูมิปัญญา ที่ช่วยทำรัฐธรรมนูญได้ ตนขอย้ำว่าไม่ว่าจะจบหรือไม่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี เมื่อมาลงสมัครรับเลือกตั้ง ต้องผ่านการตัดเลือกจากประชาชนผ่านการลงคะแนนเลือกตั้ง
“คนที่มีประสบการณ์ชีวิต แต่ไม่มีใบปริญญาณ ก็มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เทียบเท่ากับนักวิชาการอีก 22 คนได้ ทั้งนี้อาจเข้ามาครอบงำนักวิชาการได้ เพราะสสร.ที่มาจากการเลือกตั้งยึดโยงกับประชาชนในแต่ละพื้นที่ อย่างไรก็ตามในมาตราต่อไปได้ระบุว่า สสร. ต้องทำรัฐธรรมนูญ จากการรับฟังความเห็นของประชาช เปิดให้มีการทำประชาพิจารณ์ ทุกภูมิภาค และแต่ละจังหวัดต้องตั้ง กรรมาธิการวิสามัญเพื่อไปรับฟังความเห็นอยู่แล้ว” นายสามารถ กล่าว
จากนั้นเมื่อเวลา 14.15 น. นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้ปิดการอภิปรายและให้ลงมติ ผลปรากฎว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตามร่างของกรรมาธิการ ด้วยคะแนน 340 เสียงต่อ 124 เสียง ทั้งนี้มีผู้งดออกเสียง 5 เสียงและไม่ลงคะแนน 1 เสียง



