ข่าว

แผ่นดินไหวรู้หลบอย่างไรให้ปลอดภัย

แผ่นดินไหวรู้หลบอย่างไรให้ปลอดภัย

21 เม.ย. 2555

แผ่นดินไหวรู้หลบอย่างไร ให้รอดปลอดภัย

                    พักนี้ถ้าได้ยินใครบ่นอุบว่า "หลับๆ ตื่นๆ นอนไม่ค่อยหลับ..." อย่าเพิ่งรำคาญ เพราะนั่นอาจเป็นอาการปกติของผู้คนที่อาศัยอยู่บนโลกที่กำลังเกิดความเปลี่ยนแปลงจนนำมาซึ่งภัยพิบัติหลากรูปแบบ ทั้งน้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว คลื่นยักษ์ โดยเฉพาะภัยใกล้ตัวที่คืบคลานมาประชิดทุกขณะอย่าง "แผ่นดินไหว" ล่าสุดซ้ำรอยความวิตกกังวลเข้าไปอีก ในช่วงเวลาเพียง 2-3 วันที่ผ่านมา เกิดแผ่นดินพิโรธขนาด 4.5, 3.2 และ 2.6 ริกเตอร์มีศูนย์กลางที่เกาะภูเก็ต และแรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ถึงเมืองหลวง คนทำงานบนตึกสูงต่างอกสั่นขวัญแขวนหนีเอาตัวรอดกันจ้าละหวั่น

                    ว่ากันว่าภัยธรรมชาติที่ยากจะหลีกเลี่ยงนี้ จะไม่ทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินใหญ่หลวง หากรู้จัก "รับมือ" อย่างถูกวิธี เริ่มจากคนที่อยู่บนตึกสูงย่านอโศก "หนึ่ง" ทราภรณ์ อาษาพัฒนวงษ์ ผู้จัดการสำนักงานองค์การแคร์ สำนักงานบริหารภูมิภาคเอเชีย ยอมรับว่า แผ่นดินไหวครั้งล่าสุดแม้จะทำงานอยู่ในอาคารสูงกลางกรุง แต่ด้วยในสำนักงานไม่มีอะไรแขวนไว้จึงไม่รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน จนเหตุการณ์ผ่านไปสักพักมีคนโทรศัพท์มาเข้ามาบอกว่าตึกที่อยู่ใกล้เคียงกัน (บริษัทแกรมมี่) สั่งอพยพคนออกจากตึก ถึงรู้ว่าเกิดแผ่นดินไหว แต่ก็ไม่ได้รู้สึกกลัวแต่อย่างใด เนื่องจากยังไม่เคยได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ก็จะปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ที่มาช่วยเหลืออย่างเคร่งครัด

                    มากันที่ผู้คนในพื้นที่เสี่ยง มนตรี มานะต่อ พนักงานการตลาด 6 ททท.จ.ภูเก็ต เล่าว่า แผ่นดินไหวล่าสุดศูนย์กลางอยู่ที่ อ.ถลาง ทำให้อาคารที่สภาพไม่แข็งแรงเกิดรอยแตกร้าว คนในพื้นที่หวาดกลัว จนต้องเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ซึ่ง จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทางราชการได้จัดทำเอกสารข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการหนีภัยหากเกิดสึนามิและแผ่นดินไหวไว้ ทั้งยังมีการซ้อมขั้นตอนการหนีภัยทุกปี และมีการรณรงค์เรียนรู้ว่าหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร แต่ปัญหาอยู่ที่การติดต่อสื่อสาร คนในพื้นที่ได้รับข่าวจากหลายทางทำให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนก แต่นั่นก็ถือเป็นการดีที่จะปลอดภัยไว้ก่อน

                    ภัยแผ่นดินไหวที่ไม่อาจคาดการณ์ล่วงหน้าได้ แต่หากสติมาปัญญาย่อมเกิด ตรงข้ามสติเตลิดเกิดความโกลาหลแน่ ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ซีอีโอบริษัทเอ็มดีเค คอนซัลแทนส์ บอกว่าแม้ที่ทำงานจะได้รับแรงสั่นไหวแต่ก็ยังยึดนโยบายสร้างสติให้แก่พนักงาน โดยใช้ธรรมะเสริมความแข็งแรงให้จิตใจ ซึ่งทุกวันก่อนเริ่มทำงานจะให้พนักงานสวดมนต์สมาทานศีล เพราะคนเราจะหลงลืมอะไรก็ได้แต่ลืมสติไม่ได้

                    "เวลาที่ภัยพิบัติมาคนที่จะตายก่อนคือคนไม่มีสติ ถ้ามีสติเราจะรู้ว่าในสถานการณ์แบบนั้นควรจะทำอะไร จะรักษาชีวิตหรือทรัพย์สินด้วยวิธีใดและสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ด้วย ส่วนเรื่องวิชาการเรามีการซักซ้อมกันอยู่แล้ว เพราะเราอยู่ชั้น 22 ของอาคารอมรินทร์พลาซ่า  มีการเตรียมการดูแลตัวเองเวลาที่เกิดไฟไหม้หรือแผ่นดินไหว" ซีอีโอหัวใจธรรมะ เผย

                    ท้ายที่สุดแล้วเตรียมความพร้อมอย่างไรถึงจะมีชัยเหนือภัยธรรมชาติ พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ต้องเตรียมพร้อมรับมือทั้งภาครัฐและภาคประชาชน ในส่วนของภาคประชาชนอย่างน้อยต้องมีความรู้พื้นฐานว่าต้องปรับตัวอย่างไรโดยศึกษาคู่มือปฏิบัติตนเมื่อเกิดแผ่นดินไหวอย่างละเอียด ขณะที่ภาครัฐจะเป็นกำลังสำคัญในเรื่องการสำรวจว่าจังหวัดใดมีพื้นที่ความเสี่ยงว่าจะเกิดแผ่นดินไหว อีกทั้งกำหนดแผนที่จะช่วยเหลืออย่างชัดเจนว่าเมื่อเกิดเหตุแล้วใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร

                    "ตอนนี้ ท่านอธิบดีกรมฯ ได้สั่งการไปตามจังหวัดต่างๆ ที่มีความเสียงเรื่องแผ่นดินไหว 62 จังหวัดรวมถึงกรุงเทพฯ ให้ทำแผนให้เป็นปัจจุบัน อย่างชื่อเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องไหนต้องอัพเดท รวมถึงสำรวจอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ ว่ามีเพียงพอหรือไม่ เราพยายามเต็มความสามารถ ทั้งนี้อยู่ที่ความเสียหายด้วย ถ้าเสียหายมากอาจทำได้ไม่ทั่วถึง สำคัญคือภาคประชาชนจะช่วยภาครัฐได้มาก ไม่ว่าก่อนเกิดหรือหลังเกิดแผ่นดินไหว ต้องช่วยตัวเองเบื้องต้นก่อน ความปลอดภัยเป็นหน้าที่ของทุกคน เพราะเวลาเกิดเหตุคนที่จะให้ความช่วยเหลือได้ที่เร็วสุดก็คือคนใกล้ตัวนั่นเอง" ผอ.ศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย ฝาก

                    แม้แผ่นดินไหวจะเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ไม่สามารถคาดการณ์เวลา และสถานที่เกิดได้ แต่การเตรียมพร้อมรับมือถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความรุนแรงและความสูญเสีย ดังนั้น จึงควรศึกษาและเรียนรู้วิธีการป้องกัน เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์แผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

 

ข้อควรปฏิบัติกรณีเกิดแผ่นดินไหว

                    ขณะเกิดแผ่นดินไหว อย่าตื่นตกใจ พยายามควบคุมสติ อยู่ตรงไหนก็ให้อยู่ตรงนั้น เพราะส่วนใหญ่จะได้รับบาดเจ็บเพราะวิ่งเข้าออกบ้าน หากอยู่ในบ้านให้ยืนหรือหมอบอยู่ในส่วนของบ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรงที่สามารถรับน้ำหนักได้มาก และให้อยู่ห่างจากประตู ระเบียง และหน้าต่าง หากอยู่ในอาคารสูง ควรตั้งสติให้มั่น และรีบออกจากอาคารโดยเร็ว หนีให้ห่างจากสิ่งที่จะล้มทับได้
 ถ้าอยู่ในที่โล่งแจ้งให้อยู่ห่างจากเสาไฟฟ้าและสิ่งห้อยแขวนต่างๆ อย่าใช้เทียน ไม้ขีดไฟ หรือสิ่งที่ทำให้เกิดเปลวหรือประกายไฟ เพระอาจมีแก๊สรั่วอยู่บริเวณนั้น ถ้ากำลังขับรถให้หยุดรถและอยู่ภายในรถจนกระทั่งการสั่นสะเทือนจะหยุด ห้ามใช้ลิฟต์โดยเด็ดขาด และหากอยู่ชายหาดให้อยู่ห่างจากชายฝั่ง เพราะอาจเกิดคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าหาฝั่ง

                    หลังเกิดแผ่นดินไหว ให้ตรวจสอบตนเองและคนข้างเคียงว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ถ้ามี ให้ทำการปฐมพยาบาลขั้นต้น แล้วรีบอพยพโดยออกไปตามเส้นทางหนีไฟของอาคารและไปรวมกันที่จุดรวมพลที่ปลอดภัย เพราะหากเกิดแผ่นดินไหวตามมาอาคารอาจพังทลายได้ พยายามออกห่างจากบริเวณที่สายไฟฟ้าขาดและวัสดุที่สายไฟฟ้าพาดถึง เปิดวิทยุฟังคำแนะนำฉุกเฉิน อย่ามุงหรือเข้าไปในเขตที่มีความเสียหายสูงหรืออาคารพัง ที่สำคัญอย่าหลงเชื่อข่าวลือ ควรติดตามรับฟังประกาศแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานภาครัฐเท่านั้น (สายด่วนนิรภัย 1784)