ข่าว

เวิลด์วาไรตี้:ข้างหลังภาพ'พูลิตเซอร์'

เวิลด์วาไรตี้:ข้างหลังภาพ'พูลิตเซอร์'

21 เม.ย. 2555

เวิลด์วาไรตี้ : ข้างหลังภาพ 'พูลิตเซอร์'

                     มาสซูด ฮอสไซนี เป็นชาวอัฟกันคนแรกที่พิชิต "พูลิตเซอร์" รางวัลอันทรงเกียรติในวงการสื่อสารมวลชนสหรัฐอเมริกา ซึ่งเพิ่งประกาศผลรางวัลประจำปี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทั้งยังเป็นพูลิตเซอร์รางวัลแรกที่ช่างภาพของสำนักข่าวเอเอฟพีแห่งฝรั่งเศสได้รับอีกด้วย

                     ภาพเด็กหญิงอัฟกันในชุดสีเขียวมีเลือดไหลย้อยบนใบหน้า ตะลึงมองกองศพและคนเจ็บ มือเหยียดเกร็งกรีดร้องอย่างช็อกสุดขีด ได้รับการยกย่องจากคณะกรรมการรางวัลพูลิตเซอร์ เป็นภาพข่าวยอดเยี่ยม ที่ฮอสไซนีบันทึกได้หลังเหตุระเบิดพลีชีพในกรุงคาบูล เมืองหลวงอัฟกานิสถาน เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2554 ซึ่งเป็นวันอาชูรอ ประเพณีทางศาสนาสำคัญที่ชาวมุสลิมชีอะต์ จะรำลึกถึงอิหม่ามฮุสเซน อิหม่ามคนที่สามและหลานชายของพระนบีมูฮัมหมัด

                     มาสซูด ฮอสไซนี เล่าว่า ทาราเนห์ อัคบารี เด็กหญิงในภาพถ่าย อ้อนวอนพ่อแม่ให้หาชุดสีเขียวสำหรับวันอาชูรอ ซึ่งเด็กๆ จะสวมชุดเขียวเพื่อแสดงความเห็นใจสงสารลูกๆ ของอิหม่ามฮอสเซนที่เสียชีวิตพร้อมกับบิดา

                     ครอบครัวของทาราเนห์แม้ฐานะไม่ดีนักแต่ก็ไม่อยากให้ลูกสาวต้องผิดหวัง จึงซื้อให้ และชุดสีเขียวนี่เองที่สะดุดตาฮอสไซนี ตั้งแต่เริ่มเทศกาลด้วยขบวนพาเหรดไปตามถนนในกรุงคาบูล

                     ไม่นานนัก มือระเบิดพลีชีพที่นั่งอยู่ท่ามกลางฝูงชนก็จุดชนวนระเบิดตัวเอง พร้อมกับคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์อย่างน้อย  54 คน ไล่เลี่ยกัน ระเบิดอีกลูกก็ระเบิดตูมใหญ่ที่มัสยิดศักดิ์สิทธิ์ชีอะต์ใกล้ๆ กัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอีก 4 คน ทาราเนห์รอดตาย แต่พี่ชายซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัวเสียชีวิต พร้อมกับป้าและลุง

                     ตัวของฮอสไซนีเองได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด บาดเป็นแผลลึกที่แขนด้านซ้ายจากระเบิดลูกแรก แต่ด้วยวิญญาณช่างภาพ ฮอสไซนีเริ่มวิ่งสวนกับผู้คนไปยังจุดเกิดเหตุที่มัสยิด และเริ่มเก็บภาพทันทีทั้งที่ยังเจ็บ

                     ที่นั่นเอง ฮอสไซนีได้เห็นทาราเนห์อีกครั้ง นาทีที่เธอกรีดร้องอย่างช็อกสุดขีด ฮอสไซนีกดชัตเตอร์ทันทีและเก็บอีกหลายภาพ ก่อนขอให้คนขับรถพาตนเองกลับไปยังสำนักงาน เพราะเริ่มรู้สึกเจ็บแผลจนทนไม่ไหว และโทรศัพท์เรียกพี่ชายซึ่งเป็นหมอมาช่วยรักษา ระหว่างรอ ก็เริ่มอัพโหลดภาพส่งไปยังกองบรรณาธิการด้วยมือข้างเดียว

                     หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง สำนักข่าวเอเอฟพีโทรศัพท์บอกว่า หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่สามฉบับเลือกภาพถ่ายของเขาไปตีพิมพ์

                     "สำหรับช่างภาพ การได้เห็นภาพฝีมือตัวเองขึ้นปกหนังสือพิมพ์อย่างนิวยอร์ก ไทม์ส ลอสแอนเจลิสไทม์ส และวอชิงตันโพสต์ เป็นเรื่องใหญ่มาก" ฮอสไซนีกล่าว และไม่ลืมที่จะติดต่อไปยังเทราเนห์และครอบครัวของเธอสองสามวันหลังจากนั้น พร้อมกับฝากฝังครอบครัวของเด็กหญิงกับพี่ชายที่เป็นหมอ ให้คอยช่วยเหลือดูแล

                     พูลิตเซอร์เป็นรางวัลที่สามที่ฮอสไซนนีได้รับสำหรับภาพเด็กหญิงอัฟกัน แต่รางวัลที่ได้มาไม่อาจลบฝันร้ายของเจ้าของภาพได้

                     ฮอสไซนี กล่าวว่า ผมไม่มองภาพถ่ายใบนี้อีกเลย เพราะทุกครั้งเห็น ใจจะเต้นแรงและเหมือนดึงความรู้สึกสะพรึงกลัวกลับมาทุกครั้ง

                     "ผมรู้ว่าคนที่มองภาพนี้จะต้องคิดถึงช่างภาพที่ได้รับรางวัล แต่ผมหวังว่า พวกเขาจะไม่ลืมความเจ็บปวดที่ชาวอัฟกานิสถานต้องเผชิญอยู่ทุกวี่วันด้วยเช่นกัน"