ข่าว

'บีบคอ'ฆ่าแม่เพื่อนชิงทอง2บาท

'บีบคอ'ฆ่าแม่เพื่อนชิงทอง2บาท

20 เม.ย. 2555

'บีบคอ'ฆ่าแม่เพื่อนชิงทอง...แค่2บาทเศษ : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ

             เรื่องเงินๆ ทองๆ ไม่เข้าใครออกใคร...บางทีของ "ทรัพย์สิน" มีค่าเหล่านี้กลับเป็น "สื่อ" นำความตายมาสู่ผู้ครอบครองโดยไม่รู้ตัว อย่างที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 เมษายน ที่ผ่านมา "นางชื่น ก้านบัว" วัย 84 ปี ถูกพบนอนหมดสิตอยู่หน้าบ้าน ญาติมาพบจึงรีบนำส่งโรงพยาบาล แต่เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล
 
             แรกๆ ลูกหลานคิดว่าโรคชรามาพรากร่มโพธิ์ร่มไทรของพวกเขาไป แต่ก็ยังแปลกใจอยู่ว่า เมื่อเช้าแม่เฒ่ายังดูแข็งแรง ยิ้มแย้มแจ่มใส แต่งตัวสวมใส่ทองหยองออกมาให้ลูกหลานรดน้ำดำหัวอยู่เลย และยิ่งมั่นใจมากขึ้น เมื่อรู้ว่าสร้อยแหวนทองคำ ได้แก่ ทองรูปพรรณน้ำหนัก 1 บาท สร้อยข้อมือทองคำรูปพรรณน้ำหนัก 1 บาท และแหวนทองคำรูปพรรณน้ำหนัก 1 สลึง 2 วงสูญหาย ไม่มีผู้ใดพบเห็นหรือเก็บไว้ จึงเชื่อว่าแม่เฒ่าถูกฆาตกรรมแน่ๆ
 
             การเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของแม่เฒ่าวัย 84 ปี พ.ต.อ.ชัยชนะ จิตต์ธรรม ผกก.สภ.พนัสนิคม, พ.ต.ท.สายัณห์ บุญเพิ่มพูน รองผกก.สส. และ พ.ต.ท.ณัฏฐจักร เอี่ยมสุวรรณ รองผกก.ป. จึงย้อนกลับมาตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง รวมถึงการสอบปากคำพยานแวดล้อมทั้งหมด จนกระทั่งทราบข้อมูลว่า ช่วงบ่ายพบเห็นสุภาพสตรีคนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์มาที่บ้านของนางชื่น ซึ่งกำลังเดินอยู่บริเวณหน้าบ้าน แต่แล้วสุภาพสตรีคนนี้พูดคุยสักพักก่อนที่จะลงมือทุบตีนางชื่นแล้วผลักล้มลงแล้วรีบออกจากบ้าน ขี่รถจักรยานยนต์ออกไป
 
             ตำหนิรูปพรรณของคนร้ายที่ได้จากพยานแวดล้อม ทำให้ลูกสาวของนางชื่นมั่นใจว่า คนร้ายคนนี้น่าจะเป็นเพื่อนที่ชักชวนมานอนพักค้างแรมที่บ้านก่อนเกิดเหตุเพียง 1 วันคือ น.ส.อรณี วันนรารัตน์ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 210 หมู่ 5 ต.เกาะจันทร์ อ.เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี
 
             ทันทีที่ได้ข้อมูล พ.ต.อ.ชัยชนะ ก็รายงานเหตุให้ พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.2 และ พล.ต.ต.จำนงค์ รัตนกุล ผบก.ภ.จ.ชลบุรี ทราบ พร้อมสั่งการให้ชุดป้องกันปราบปรามและชุดสืบสวนออกตรวจหารถจักรยานยนต์ของผู้ต้องสงสัย รวมถึงหาข่าวจากร้านค้าทองในพื้นที่ตามตำหนิรูปพรรณของ น.ส.อรณี ว่าเดินทางมาขายหรือจำนำทองคำรูปพรรณหรือไม่
 
             การให้ความร่วมมือของลูกสาวนางชื่น เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถชี้เบาะแสได้ว่า ผู้ต้องสงสัยพักอาศัยอยู่บริเวณใด ชุดสืบสวนจึงติดตามเชิญตัวมาสอบสวน เบื้องต้นให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็น
 
             การปฏิเสธของ น.ส.อรณี ชุดป้องกันปราบปรามและชุดสืบสวนเร่งหาพยานหลักฐานจนกระทั่งได้พยานหลักฐานว่า น.ส.อรณี นำแหวนทองรูปพรรณน้ำหนัก 1 สลึงไปขายที่ร้านค้าทองแห่งหนึ่ง ได้เงิน 5,300 บาท ส่วนสร้อยคอสร้อยข้อมือน้ำหนักรวม 2 บาทและแหวนน้ำหนัก 1 สลึงอีก 1 วง นำไปขายที่ร้านค้าทองรูปพรรณอีกแห่งหนึ่ง ได้เงิน 48,100 บาท สุดท้ายต้องจำนนต่อหลักฐานและยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ
 
             "ฉันรู้จักกับลูกสาวของนางชื่นในสถานที่แห่งหนึ่งก่อนเกิดเรื่องเมื่อวันที่ 15 เมษายน ที่ผ่านมา ลูกสาวของนางชื่นชักชวนให้มานอนพักค้างแรมที่บ้าน เนื่องจากรู้สึกสงสารที่บ้านอยู่ไกล อีกทั้งค่อนข้างดึก จึงตัดสินใจนอนค้าง จนกระทั่งรุ่งเช้าวันที่ 16 เมษายน มีพิธีรดน้ำดำหัวนางชื่น ฉันก็ร่วมงานด้วย ระหว่างที่รดน้ำขอพรเหลือบเห็นนางชื่นสวมใส่ทองคำทั้งสร้อยคอ สร้อยข้อมือ และแหวน จึงเกิดความโลภ" น.ส.อรณีให้การต่อตำรวจ
 
             น.ส.อรณีให้การอีกว่า หลังจากพิธีรดน้ำดำหัวเสร็จสิ้น ทุกคนออกไปเล่นน้ำสงกรานต์จึงวางแผนโทรศัพท์มือถือหาลูกสาวของนางชื่น เพื่อสอบถามว่าเล่นน้ำสงกรานต์อยู่ที่ไหน พอได้รับคำตอบก็ตัดสินใจขี่รถจักรยานยนต์กลับมาที่บ้านของนางชื่น เห็นเดินอยู่หน้าบ้าน จึงเข้าไปขอแหวนที่สวมใส่อยู่เพื่อขอยืมไปจำนำ แต่นางชื่นบอกว่าให้ไม่ได้เพราะลูกสาวซื้อให้ จึงพยายามยื้อแย่งแหวนออกจากนิ้วมือ เกิดการต่อสู้กันจนล้มลง ใช้มือซ้ายกดหัวไหล่ซ้ายของนางชื่นแล้วใช้มือขวาบีบคอนางชื่นจนกระทั่งหมดสติแล้วถอดสร้อยคอสร้อยข้อมือและแหวนนำไปขายที่ร้านค้าทองรูปพรรณ โดยนำเงินทั้งหมดไปเที่ยวเตร่ เหลือเงินอยู่ไม่กี่พันบาท
 
             "คดีนี้ตำรวจมีพยานแวดล้อมแน่นหนา ในช่วงแรกผู้ถูกกล่าวหาในคดีให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ แต่เมื่อตำรวจพยายามแสวงหาพยานหลักฐานก็พบหลักฐานของนางชื่นถูกนำไปขาย ทำให้ผู้ถูกกล่าวหายอมรับสารภาพ อีกทั้งนางชื่นอายุมากแล้ว ร่างกายผอม แต่ผู้ถูกกล่าวหาตัวใหญ่กว่า ทำให้นางชื่นไม่สามารถสู้แรงได้" พ.ต.อ.ชัยชนะ กล่าว

.........

(หมายเหตุ : 'บีบคอ'ฆ่าแม่เพื่อนชิงทอง...แค่2บาทเศษ : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ)