
จ่อฟันจนท.สภาปล่อย'ภาพโป๊โผล่'
สภาสอบเครียดภาพโป๊หลุด "เลขาฯสภา" เชื่อฝีมือจนท.ขู่หาคนผิดไม่ได้เจอเชือดยกเข่งแน่ โยนมีคนส่งสัญญาณภาพโป๊จากมือถือในห้องประชุมสภาแทรกระบบ คาดรู้ผลสอบ 23 เม.ย.นี้ "ชูวิทย์" จี้ปรับปรุงห้องควบคุม เผยในห้องประชุมมีสิ่งไม่ดีอีกมาก ฉลุยรัฐสภาเห็นชอบสสร.99คนหลั
19เม.ย.2555 นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการดำเนินการตรวจสอบเหตุภาพโป๊หลุดกลางวงประชุมร่วมรัฐสภาว่า ได้มอบหมายให้นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ดำเนินการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงอยู่ คาดว่าจะส่งผลการตรวจสอบเบื้องต้นมาให้ได้ภายในวันนี้ เนื่องจากต้องมีการสอบถามความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้วย อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่ ต้องหาคนผิดมาลงโทษให้ได้ เพราะเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐสภาค่อนข้างมาก แต่หากหาไม่ได้ก็ต้องลงโทษแบบ "เหมายกเข่ง"
ด้านนายคัมภีร์ กล่าวว่า หัวข้อที่ต้องตรวจสอบมีไม่มาก โดยจะมีการตรวจสอบในส่วนของสัญญาณไวร์เลสและตัวเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเจ้าหน้าที่ได้สั่งห้ามไว้อยู่แล้วว่าไม่ให้ดูหนังหรือภาพใดๆ และเหตุการณ์นี้อาจเป็นไปได้ว่ามีสัญญาณรบกวน เพราะจอพลาสมาที่ติดอยู่รอบห้องประชุม มีการใช้ระบบไวร์เลสส่งสัญญาณภาพ ทั้งนี้ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
คาดได้ข้อสรุป 23 เม.ย.-สั่งงดใช้ไวไฟ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ 205 อาคาร 2 รัฐสภา นายคัมภีร์ได้เรียกประชุมด่วนข้าราชการระดับ ผอ.สำนัก ผอ.กลุ่มงานที่เกี่ยวข้องกับระบบการถ่ายทอดสัญญาณในห้องประชุมรัฐสภา เพื่อสอบสวนหาสาเหตุภาพหลุด ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างเคร่งเครียด โดยมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงไอซีทีเข้าไปตรวจสอบภายในห้องโสตทัศนูปกรณ์ และมีเจ้าหน้าที่ควบคุมอุปกรณ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้ข้อมูล
เวลา 16.30 น.นายคัมภีร์ให้สัมภาษณ์ภายหลังเรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประชุมว่า ชัดเจนว่า จอพลาสมาดังกล่าวเป็นแบบสมาร์ททีวี ที่เพิ่งติดตั้งได้ไม่นาน สามารถรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้ หากใครมีช่องสัญญาณที่ตรงกับรหัสของสัญญาณทีวีดังกล่าวได้ก็จะสามารถส่งภาพแปลงสัญญาณให้ปรากฏภาพอยู่บนจอทีวีได้ ส่วนอีก 3 จอที่อยู่ในห้องประชุมเดียวกัน แต่ไม่มีภาพปรากฏ คาดว่าสัญญาณส่งไม่แรงพอ เบื้องต้นเชื่อว่าผู้ส่งสัญญาณต้องอยู่ภายในห้องประชุม ตามจุดต่างๆ เช่น ห้องประชุม บริเวณที่นั่งของผู้เยี่ยมชม และพื้นที่ทำงานของสื่อมวลชน เพราะหากอยู่นอกห้องประชุม สัญญาณอาจส่งมาไม่ถึง เนื่องจากมีกำแพงกั้นอยู่
นายคัมภีร์ กล่าวต่อว่า หลังการเลิกประชุมวันที่ 19 เม.ย. จะทดสอบสัญญาณว่าสามารถส่งเข้าจอทีวีพลาสมาในห้องประชุมรัฐสภาได้หรือไม่ ขณะนี้การสอบสวนได้แบ่งเป็น 2 แนวทาง คือ ด้านเทคนิค ที่จะต้องตรวจสอบฮาร์ดแวร์ จำนวน 4 เครื่อง จะให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานสารสนเทศ สภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบ คาดว่าจะทราบข้อเท็จจริงได้ภายในวันจันทร์ที่ 23 เมษายนนี้ ทั้งนี้ต้องตรวจสอบดองเกิล (ส่งสัญญาณไวไฟ) ว่า ภาพที่ปรากฏบนจอทีวีส่งมาจากมือถือของใคร รวมถึงต้องตรวจสอบในเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะด้วย
2.ตรวจสอบผู้ปฏิบัติงาน หากพบว่ามีความผิดจะถือว่ามีความผิดวินัยร้ายแรง หากไม่ถูกไล่ออกก็จะปลดออก เพราะถือว่าเสื่อมเสียชื่อเสียงของสภา แต่ตอนนี้ต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายก่อน อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบประเด็นนี้ได้ส่งรายงานฉบับเบื้องต้นให้นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาคนที่ 1 ซึ่งดูระบบงานไอที และนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาคนที่ 2 ซึ่งดูระบบงานทีวีของรัฐสภา รับทราบแล้ว
นายคัมภีร์ กล่าวอีกว่า ระบบทีวีวงจรปิดในห้องประชุมรัฐสภาได้ถอดระบบส่งสัญญาณไวไฟออกแล้ว ใช้ระบบสายแลนแทน และจะงดใช้ระบบสัญญาณไวไฟไปจนกว่าจะตรวจสอบแล้วเสร็จ รวมถึงมีระบบป้องกันการเข้าถึงสัญญาณได้อย่างสมบูรณ์
ผู้สื่อข่าวถามว่า เจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ นายคัมภีร์ กล่าวว่า ขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ห้องโสตทัศนูปกรณ์ จำนวน 3-4 คน จะกล้าทำหรือไม่ ซึ่งสำนักงานก็มีข้อห้ามว่าอย่าดูภาพยนตร์ หรือภาพโป๊ อนาจาร อย่างไรก็ตาม ภายในห้องไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตได้
"ชูวิทย์"จี้ปรับปรุงห้องควบคุม
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย กล่าวถึงกรณีที่ปรากฎภาพโป๊บนจอมินิเตอร์ระหว่างประชุมร่วมรัฐสภาว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เจ้าหน้าที่ภายในห้องควบคุมอาจจะเปิดภาพดังกล่าวดูแล้วเกิดพลาดกดปุ่มผิด ซึ่งจากข่าวที่มีการออกมาให้สัมภาษณ์ว่ามีคนแฮ็กเข้ามาในระบบนั้นไม่สามารถเป็นไปได้ ดังนั้นควรปรับปรุงห้องควบคุม และจากที่ตนเคยเข้าไปดูภายในห้องควบคุมพบว่า สภาพเก่ามาก ตนอยากเสนอให้นำเงินที่จะซื้ออุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้ ส.ส.มาดำเนินการปรับปรุงอุปกรณ์ในห้องควบคุม เพราะหากไม่เช่นนั้นก็จะปรากฏภาพอื่นๆที่ไม่ดีอีกมากมาย
ทั้งนี้ภายในห้องประชุมยังมีสิ่งที่ไม่ดีมากกว่านี้ โดยที่บริเวณด้านหลังในช่วงการประชุมก็มีสมาชิกรัฐสภานั่งยกขาขึ้นมาพาดบนโต๊ะ และบางคนถึงขั้นกับนอนกรนออกมาเสียงดัง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อย และบางครั้งยังมีการนำโพยบอลผลบอลมาเปิดดูก็มี จึงอยากให้คิดว่า ส.ส. ก็เป็นบุคคลธรรมดาคนหนึ่ง ซึ่งหากจะจับผิดนั้นก็มีมากมาย อย่าไปคิดว่าเป็นเรื่องประหลาด ส.ส.อย่าไปคิดว่าเป็นบุคคลพิเศษ ต้องดีทุกอย่าง รักครอบครัว ไม่เคยดื่มเหล้า ซึ่งไม่จริง เวลาตนมีอะไรตนก็ไม่ค่อยอยากนำมาเปิดเผย เพราะส.ส.คนอื่นมองตนเป็นตัวน่ารังเกียจ กลายเป็นแกะดำเป็นบุคคลที่ไม่มีใครจะคบหาด้วย
ส่วนกระบวนการปรองดองนั้น นายชูวิทย์ กล่าวว่า ตนไม่เชื่อกระบวนการนี้อยู่แล้ว ทุกวันนี้ตนมาทำงานก็เหมือนมาทำงานให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะต้องมานั่งประชุมจนดึก ต้องมาอภิปรายเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ตนอยากรู้ว่าแก้รัฐธรรมนูญเรื่องอะไร ทั้งที่ยังมีความเดือดร้อนของประชาชนอย่างอื่นอีกมาก แต่กลับไปไม่ได้ เพราะส.ส.ทุกคนต้องมานั่งอภิปรายเรื่องแก้รัฐธรรมนูญเพราะหาเสียงไว้เท่านั้นหรือ ซึ่งยังมีอีกหลายเรื่องที่หาเสียงไว้ ไม่ได้ทำอีกเยอะ ทุกคนมาทำงานในสภาฯเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณคนเดียว ประชาชนเดือดร้อนมาก ยังต้องมาแก้รัฐธรรมนูญ ไม่มีอะไรอยู่แล้ว เวลาลงมติก็แพ้อยู่แล้ว ไม่มีประโยชน์ ส.ส.ทุกคนคำนึงถึงแต่พรรคตัวเอง ไม่มีใครนึกถึงประเทศชาติ
ฉลุยรัฐสภาเห็นชอบสสร.99คนหลังถกมากว่า2วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพื่มเติม(ฉบับที่...) พ.ศ... ในวาระที่ 2 ซึ่งมีการอภิปรายอย่างกว้างขวางเป็นเวลากว่า 2 วัน โดย ส.ส.ฝ่ายค้าน และส.ว.ที่ไม่เห็นด้วย อภิปรายมีเนื้อหา ว่า เรื่องที่มาและจำนวนสสร. ที่ไม่มีความเป็นธรรมเรื่องจำนวนส.ส. เพราะสัดส่วนประชากรแต่ละจังหวัดไม่เท่ากัน มีทั้งจังหวัดใหญ่และจังหวัดเล็ก จึงสะท้อนให้เห็นว่า ไม่เป็นธรรมในตัวแทนที่เข้ามา ซึ่งผู้อภิปรายได้เสนอให้มีจำนวนสสร. มากกว่า 100 คนขึ้นไป และกมธ.เสียงข้างมาก ไม่ฟังเหตุผลของเสียงข้างน้อย ซึ่งมีบางกระแสข่าวว่า มีการล็อคสสร.และตั้งไว้แล้ว
จนกระทั่งการะประชุมมาถึงเวลา 21.20 น. ได้มีการลงมติเห็นชอบในมาตรา 291/1 ยืนตามร่างของกรรมาธิการฯเสียงข้างมากด้วยคะแนน 346 ต่อ 134 เสียง งดออกเสียง 7 ไม่ออกเสียง 2 คือให้สสร.มาจากการเลือกตั้งจังหวัดละคน รวม 77 คน และมาจากการคัดเลือกของรัฐสภาอีก 22 คน รวมทั้งหมดเป็น 99 คน จากนั้นที่ประชุมจึงเริ่มพิจารณามาตรา 291/2 เกี่ยวกับคุณสมบัติของบุคคลที่จะเป็น สสร. ต่อ



