ข่าว

'มาร์ค'เมินน้ำคำ'แม้ว'ไม่หวัง4.6หมื่นล้านคืน

'มาร์ค'เมินน้ำคำ'แม้ว'ไม่หวัง4.6หมื่นล้านคืน

19 เม.ย. 2555

'อภิสิทธิ์' ค้านแก้กม.ฟอกผิดคนโกง เมินน้ำคำ 'ทักษิณ' ไม่หวัง 4.6 หมื่นล้านคืน แนะรบ.ทำความเข้าใจปชช.พื้นที่รับน้ำ ไม่หวั่นศาลรธน. วินิจฉัยคดีถุงยังชีพ 20 เม.ย.นี้

                      19 เม.ย.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการปรองดองว่า ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนแนวทางปรองดอง แต่ไม่สนับสนุนการนำคำว่าปรองดองมาบังหน้า อ้างเพื่อใช้ในการล้างผิดให้คนบางคนคนบางกลุ่ม อย่างไรก็ตามทางพรรคเห็นว่า ให้ คอป.เดินหน้าเป็นหลักในการค้นหาข้อเท็จจริงสรุปข้อเสนอสู่สังคมว่าควรเดินหน้ากันอย่างไร และนำประเด็นที่มีการอภิปรายในสภาเกี่ยวกับผลการศึกษาของสถาบันพระปกเกล้าไปใช้ในการรับฟังความเห็นเพื่อให้สังคมตกผลึกและเกิดบรรยากาศของความปรองดอง แต่ที่เราไม่สนับสนุนคือการอ้างความปรองดองแต่สุดท้ายคือการสร้างความขัดแย้งใหม่ ด้วการออกกฎหมายหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงเพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อยู่เหนือกฎหมายไทย

                      นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลไม่ควรบิดเบือนข้อเสนอของคอป. เพราะนายคณิต ณ นคร ประธาน คอป พูดชัดเจนว่า ไม่เคยมีข้อเสนอเกี่ยวกับการนิรโทษกรรม ซึ่งในขณะนี้ก็ยังไม่มีใครทราบว่าจะมีการออกกฎหมายปรองดองหรือไม่ แต่ในส่วนของรัฐบาลพูดเรื่องนี้มาหลายเดือนแล้วโดยระบุว่ามีการร่างไว้แล้ว 6 มาตรา ทำให้สันนิษฐานได้ว่ามีความพยายามที่จะออกกฎหมายเพื่อพา พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้าน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นระยะเวลาเท่าไร บางคนบอกว่าจะทำให้เสร็จถายในสี่เดือน บางคนบอกปีหน้า แต่ทั้งหมดไม่สำคัญเท่ากับเนื้อหาของกฎหมายว่าสมควรทำหรือไม่ ทั้งนี้โดยเห็นว่ารัฐบาลควรให้เกียรติ คอป.ที่เป็นคณะกรรมการอิสระให้ทำงานให้เสร็จสิ้นโดยไม่ควรชี้นำหรือกดดัน เชื่อว่ารัฐบาลคงพยายามผลักดันวาระของตัวเองซึ่ง สังคมต้องติดตาม

                      ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ท้าให้มีการทำประชามติในการออก พ.ร.บ.ปรองดอง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องถามว่าจะมีการตั้งคำถามในการทำประชามติว่าอย่างไร เพราะถ้าถามว่าจะปรองดองหรือไม่ประชาชนเกือบ 100 % ก็คงตอบว่าปรองดองรวมทั้งตนด้วย แต่ถ้าถามว่าจะล้างผิดให้คนโกงหรือไม่ ตนก็ไม่คิดว่าประชาชนจะยอมให้ล้างผิดให้คนโกง

                      "การทำประชามติตามรัฐธรรมนูญก็มีเงื่อนไขในมาตรา 165 ว่า การทำประชามติต้องไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ และต้องไม่ใช่เรื่องของตัวบุคคลหรือคณะบุคคล ดังนั้นจะบอกว่าทำประชามติให้พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้านหรือไม่ทำไม่ได้เพราะขัดรัฐธรรมนูญ แต่ก็เชื่อว่า รัฐบาลคงไม่ใช้วิธีตรงไปตรงมา เพราะการจะยอมรับว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำอยู่ทำเพื่อคนๆ เดียวให้พ้นผิดอยู่เหนือกฎหมายก็ประเมินแล้วว่าสังคมคงรับไม่ได้ จึงพยายามทำแบบไม่ตรงไปตรงมา โดยอ้างคำว่าปรองดองมาบังหน้ามากกว่า"นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                      นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศว่า จะไม่เรียกร้องเงิน 4.6 หมื่นล้านที่ถูกยึดคืนว่า พ.ต.ท.ทักษิณพูดกลับไปกลับมาหลายครั้งและตนเชื่อว่าคำพูดที่บอกว่าตัวเองไม่เรียกร้องเรื่องนั้นเรื่องนี้ สุดท้ายถ้าอยากได้ก็ใช้วิธีให้คนอื่นเรียกร้องแทน ซึ่งตนยืนยันว่าระบบยุติธรรมไทยต่อรองไม่ได้ ถ้าเราปล่อยให้ระบบยุติธรรมเป็นเรื่องการต่อรองกันได้เราจะไม่เหลือหลักในการที่จะดำรงเรื่องความถูกความผิดในสังคม ส่วนกรณีที่พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ระบุว่าการตัดสินคดีที่ดินรัชดาตาชั่งเอียงนั้น ตนเห็นว่าคนที่แพ้คดีก็จะพูดอย่างนี้เพราะไม่พอใจคำตัดสิน แต่ต้องยอมรับว่ากระบวนการต่างๆ เป็นไปตามกฎหมายชัดเจน การพูดเช่นนี้เท่ากับพยายามจะเอาตัวบุคคลอยู่เหนือสถาบันตุลาการ ความถูกต้อง และกฎหมาย

                      ทั้งนี้ตนก็เป็นห่วงว่าหากคนในรัฐบาลมีวิธีคิดเช่นนี้จะทำให้การบริหารประเทศถูกตั้งคำถามในเรื่องหลักนิติรัฐ นิติธรรม จึงอยากเรียกร้องรัฐบาลว่าถ้าอยากให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าจริงขอให้ยึดประโยชน์ส่วนรวมและช่วยกันสร้างมาตรฐานที่ดี แม้กระทั่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ถ้ารัฐบาลไม่ยึดเอาเรื่องพ.ต.ท.ทักษิณหรือวาระของตัวเองเป็นเป้าหมาย ก็เป็นโอกาสในการที่จะให้สังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างกติการ่วมกันและเป็นส่วนหนึ่งของการปรองดองได้ แต่ถ้ารัฐบาลยึดแต่ความต้องการของตัวเองก็เป็นการตอกย้ำความขัดแย้งมากกว่า

                      เมื่อถามว่า กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่จะยื่นถอดถอนสมาชิกรัฐสภาที่รับหลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญและยื่นเรื่องให้อัยการสูงสุดส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ขัดรัฐธรรมนูญ นายอภิสิทธ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิตามกฎหมายที่สามารถทำได้ ซึ่งในส่วนที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ทำความเห็นถึงประธานรัฐสภาและนายกรัฐมนตรีว่ามี 3 ประเด็นในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญขัดรัฐธรรมนูญ แต่ดูจากการอภิปรายในรัฐสภาก็คิดว่าไม่มีน้ำหนักที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะกรรมาธิการฯยังไม่มีท่าทีตอบสนองหรือเปลี่ยนแปลงเนื้อหา แต่ยืนยันในสิ่งที่เป็นมติของตัวเอง ขณะที่รัฐบาลก็ไม่ได้ตั้งใจฟังความเห็นในรัฐสภาโดยส่วนใหญ่ไม่ได้มาฟังในสภาด้วยซ้ำ

                      นายอภิสิทธิ์ ยังแสดงความสงสัยต่อท่าทีของนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานสว.ที่ตำหนิพรรคประชาธิปัตย์ว่า แปรญัตติมากเกินไปว่า พรรคประชาธิปัตย์ทำหน้าที่ไม่ได้กินเงินเดือนภาษีประชาชนแล้วนั่งเฉยๆ ไม่ทำงาน เพราะการแปรญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่เพราะเป็นการรื้อทั้งฉบับ ซึ่งไม่ได้มีเป้าหมายในการปฏิรูประบบการเมือง การที่สมาชิกทำหน้าที่ตามสิทธิของตัวเองในการแปรญัตติปรับปรุงน่าจะเป็นเรื่องที่ดี ตนจึงแปลกใจมากว่าคนที่เป็นถึงรองประธานวุฒิสภากลับมองว่าการทำหน้าที่ของสมาชิกเป็นเรื่องที่ไม่ดี

                      "ถ้าพวกผมอยู่เฉยๆ กินเงินเดือนกินภาษีประชาชนไม่ทำอะไรเพื่อให้ทุกอย่างผ่านไป อย่างนั้นผมคิดว่าไม่ใช่การทำหน้าที่ ซึ่งเราไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้และใช้สิทธิทุกวิถีทางเพื่อให้การแก้ไขเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เป็นการทำหน้าที่สะท้อนเสียงของประชาชน และผมก็เห็นว่า สว.หลายคนสนับสนุนแนวทางที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์แปรญัตติ ผมคิดว่าไม่มีปัญหาถ้าในสภาประชาธิปัตย์จะต้องยืนโดดเดี่ยวแต่เราจะยืนในจุดที่เราเห็นว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องกับบ้านเมือง" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 

"ยงยุทธ" หนุนร่างพรบ.ปรองดองฉบับ"เฉลิม"

            นายยงยุทธ  วิชัยดิษฐ  รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย   กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอพรบ.ให้ทันสมัยประชุมนี้  โดยย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า "ก็แล้วมันเป็นอะไร มันมีปัญหาอะไรที่หนูถาม"  อย่างไรก็ตามนายยงยุทธกล่าวว่า  อย่างไรก็ตามในวันศุกร์ที่ 20เม.ย.เวลา 13.00 น.จะมีการประชุมคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ และค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.)ในเรื่องนี้

            ผู้สื่อข่าวถามว่า ตกลงว่าจะใช้ร่างของร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯใช่หรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยและส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย อย่างไรก็ตามตนยังไม่เห็นร่างพรบ.ปรองดองฉบับนี้  แต่ร.ต.อ.เฉลิมเป็นนักกฎหมายมือดี อ่านกฎหมายรู้ดูกฎหมายเป็น

            ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูเหมือนพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วย  นายยงยุทธ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เองก็ไม่ได้ขัดข้องในเรื่องของการปรองดอง  แต่มาติดเรื่องตัวคน เราไม่ได้พูดเรื่องตัวคนเราพูดเรื่องหลักการ ฉะนั้นต้องพูดให้ตรงกัน ถ้าไม่ตรงกันก็เข้าใจกันยาก

            ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่มองเห็นคนที่ได้ประโยชน์จริงๆก็มีแค่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายยงยุทธ  กล่าวว่า  “มันไม่ใช่ มันไม่ถูก ก็พูดอย่างนี้ตลอดมันถึงไม่จบ เราต้องดูหลักการถ้ามานั่งดูตัวคนปัญหามันก็จะเยอะ”  
 


"อภิสิทธิ์"แนะรบ.ทำความเข้าใจปชช.ในพื้นที่รับน้ำ

                      นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีเตรียมขอคำปรึกษาด้านการบริหารจัดการน้ำจากผู้เชี่ยวชาญระหว่างการเยือนประเทศจีนว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ปัญหาที่รัฐบาลควรเร่งแก้ไขคือการทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่เพื่อบริหารจัดการพื้นที่รับน้ำ หรือแก้มลิงให้ชัดเจนว่าอยู่ที่ไหน จนถึงขณะนี้รัฐยังไม่มีการดำเนินการในระดับพื้นที่ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะการดำเนินการแล้วค่อยไปทำความเข้าใจกับชาวบ้านในภายหลังจะทำให้เกิดปัญหาเนื่องจากไม่ได้ให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่แรก โดยตนเคยท้วงติงแล้วว่า การเดินทางลงพื้นที่ตรวจต้นน้ำไปถึงปลายน้ำของนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาเสียโอกาสในการทำความเข้าใจกับประชาชน แต่รัฐบาลกลับโยนความรับผิดชอบไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการแทนซึ่งกลายเป็นเรื่องสร้างปัญหาตามา และในขณะนี้ก็เหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือนจะเข้าสู่หน้าฝนแต่ยังไม่เห็นความพร้อมของรัฐบาลในการรับมือกับปัญหาอุทกภัย จึงได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้ฝนตกมากเท่านั้น เพราะนโยบายรัฐบาลขณะนี้ก็กักเก็บน้ำในเขื่อน 60% จากเดิมที่กำหนดว่า 45% เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดปัญหาภัยแล้ง ซึ่งตนก็แปลกใจเพราะปีที่แล้วมีการกล่าวหารัฐบาลประชาธิปัตย์ว่าจงใจกักเก็บน้ำในเขื่อนไว้มากเพื่อทำให้น้ำท่วมประเทศ ทั้ง ๆ รัฐบาลในขณะนั้นก็เก็บน้ำไว้ 45% อยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ในวันนี้รัฐบาลกลับพร้อมที่จะเก็บน้ำในเขื่อน 60%

 


ไม่หวั่นศาลรธน.วินิจฉัยคดีถุงยังชีพ

                      หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการวินิจฉัยคำร้องขอถอดถอนตนและนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลกพรรคประชาธิปัตย์ ออกจากตำแหน่ง กรณีที่พรรคเพื่อไทยยื่นคำร้องให้ตรวจสอบการแจกถุงยังชีพของกระทรวงพลังงานให้กับประชาชนว่า ไม่มีความกังวลใจต่อคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะวินิจฉัยอย่างไรตนก็เคารพและจะเดินทางไปฟังคำวินิจฉัยตามคำสั่งศาลด้วยตนเอง และยอมรับคำวินิจฉัย ซึ่งในวันที่ 20 เม.ย.55 ศาลรัฐธรรมนูญจะได้วินิจฉัยกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นคำร้องถึงพฤติกรรมขัดรัฐธรรมนูญของ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ที่ออกคำสั่งแต่งตั้ง ส.ส.ไปบริหารของบริจาคในช่วงน้ำท่วมปลายปีที่แล้วพร้อมกับ ส.ส.อีก 8 คนด้วย ทั้งนี้กรณีฝ่ายรัฐบาลนั้นเป็นเรื่องที่ ส.ส.เข้าไปมีอำนาจในการบริหารจัดการถือเป็นการแทรกแซงก้าวก่ายข้าราชการในการจัดสรรถุงยังชีพแต่กรณีของตนและนายแพทย์วรงค์ไม่ได้มีการแอบอ้างใด และแทรกแซงอะไร

 

จับตารัฐนำเข้าน้ำมันปาล์มส่อเอื้อเอกชน

                      นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงแนวทางแก้ปัญหาน้ำมันปาล์มของรัฐบาลด้วยการนำเข้าจากต่างประเทศ ว่า เป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุดเพราะการนำเข้าจะทำก็ต่อเมื่อมีการขาดแคลนเกิดขึ้น แต่ในกรณีนี้ไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลจึงตัดสินใจนำเข้า เนื่องจากปัญหาไม่ได้เกิดความขาดแคลนแต่เป็นเพราะต้นทุนสูงจึงควรคำนวณและชดเชยที่ต้นทุนภายในประเทศ ซึ่งการนำเข้าจะสร้างปัญหาให้กับเกษตรกร ทำให้ราคาปาล์มตกต่ำ ทั้งนี้รัฐบาลจะมีการควบคุมเรื่องของการส่งออกด้วยหรือไม่ ซึ่งทางพรรคจะติดตามว่า การนำเข้าดังกล่าวมีผลประโยชน์หรือไม่ และการนำเข้าครั้งนี้จะทำให้เกิดความสูญเสีย 2 ด้าน ทั้งการชดเชยที่ต้องใช้ภาษีอากรประชาชนและยังกระทบกับเกษตรกรมทำให้ราคาปาล์มได้รับผลกระทบจากการนำเข้าด้วย

                      นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลควรคำณวนต้นทุนและชดเชยเพื่อตรึงราคาปาล์ม เหมือนเช่นรัฐบาลของตนที่เคยดำเนินการมา แต่กลายเป็นว่า รัฐบาลใจไม่กว้างพอที่จะแก้ปัญหาแบบรัฐบาลชุดที่แล้วทำ ซึ่งก็เหมือนกับความล้มเหลวเช่นเดียวกับโครงการรับจำนำข้าวและมันสำปะหลัง ทั้งนี้เกิดจากทิฐิที่ไม่ต้องการใช้นโยบายประกันรายได้ของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ 

                      ทั้งที่นโยบายดังกล่าวช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างทั่วถึงมากกว่าโดยไม่มีปัญหาการประท้วง ร้องเรียนและทุจริตรวมทั้งไม่สิ้นเปลืองงบประมาณเหมือนที่เกิดขึ้นกับการรับจำนำในขณะนี้ จึงคิดว่ารัฐบาลควรทบทวนเพราะการใช้ทิฐิมานำหน้าการบริหารประเทศไม่ได้ให้ผลที่คุ้มค่าสำหรับประชาชน อีกทั้งกระทรวงพาณิชย์ควรเร่งแก้ปัญหาสินค้าราคาแพงทั้งระบบโดยพิจารณาจากโครงสร้างต้นทุนเพื่อกำหนดราคาที่เป็นธรรม และควรเข้าไปดูต้นทุนอาหารสัตว์ รวมถึงกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ถ้ารัฐบาลยังใช้วิธีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก็จะแก้ปัญหา หลายโครงการที่รัฐบาลดำเนินการเป็นการใช้ภาษีประชาชนไปช่วยเหลือประชาชนอย่างไม่ทั่วถึง ทั้งที่ความจริงสามารถใช้อำนาจรัฐเข้าไปดูแลเรื่องต้นทุนก็จะไม่มีปัญหาเหล่านี้การแก้ปัญหาไม่ตรงจุดทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนโดยไม่จำเป็น สิ้นเปลืองภาษีและ มีปัญหาเรื่องความโปร่งใส

 

'จุรินทร์' จี้ พท. พูดกม.นิรโทษฯให้ชัด

                      นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ระบุคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ(คอป.) จะยื่นร่างพรบ.ปรองดองเข้าสู่ครม.ว่า ขณะนี้คอป.ก็ปฏิเสธแล้วว่าไม่มีประเด็นความเห็นเรื่องการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งในเรื่องนี้คิดว่ารัฐบาลควรพูดอะไรตรงไปตรงมา ถ้าเป็นกฎหมายนิรโทษกรรมก็พูดตรงๆว่าเป็นกฎหมายนิรโทษกรรม แต่ไม่ควรหลอกประชาชนโดยใช้ชื่อกฎหมายปรองดอง เพราะข้อเท็จจริงไม่ใช่กฎหมายปรองดอง แต่เป็นกฎหมายนิรโทษกรรมล้างผิด ซึ่งการทำอะไรนั้นรัฐบาลต้องเป็นผู้นับหนึ่งอย่างตรงไปตรงมา โดยการเปลี่ยนชื่อก็เป็นการนับหนึ่งว่ามีเจตนาหลอกลวงประชาชน ทั้งนี้มีความพยายามที่จะบิดเบือนข้อเสนอของคอป.อยู่แล้ว

 

อัด 'ยิ่งลักษณ์' ลอยตัว

                      เมื่อถามว่านายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ท้าให้ทำประชามติเกี่ยวกับพรบ.ปรองดอง นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนคิดว่าต้องฟังรัฐบาลก่อนว่ามีความเห็นอย่างนั้นจริงหรือไม่ แต่ตอนนี้เหมือนกับว่ารัฐบาลกำลังลอยตัว โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีพยายามหลบเลี่ยงการเข้ามีส่วนร่วมที่เป็นทางการ ทั้งที่ไม่เป็นทางการก็มีส่วนร่วมอยู่แล้ว ทั้งหมดรัฐบาลจะต้องเป็นผู้ชี้แจง ซึ่งกรณีที่มีการเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่เอาเงินกว่า 4.6 หมื่นล้านที่ถูกยึดทรัพย์คืนเพื่อแลกกับการพ้นผิดในทุกคดีนั้น ตนเห็นว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีสิทธิที่จะบอกว่าจะเอาเอาเงินคืนหรือไม่ เพราะเป็นระบบนิติรัฐและหลักนิติธรรมของประเทศ