
'เรือหลวงอ่างทอง'เขี้ยวเล็บทร.4.9พันล.
ทร.ทุ่ม 4.9 พันล้าน เสริมเขี้ยวเล็บ 'เรือหลวงอ่างทอง' รับมือสึนามิ-น้ำท่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 เม.ย. 55 ที่ท่าเทียบเรือแหลมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พล.ร.อ.ฆนัท ทองพูล ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นประธานในพิธีต้อนรับเรือหลวงอ่างทอง ซึ่งเป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ประเภทเรือ LANDING PLATFORM DOCK (เรือ LPD) โดยสั่งต่อจาก อู่เรือบริษัท Singapore Technologies จำกัด สาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยสร้างตามเรือต้นแบบชั้น ENDURANCE ของ กองทัพเรือสิงคโปร์ ซึ่งความจำเป็นในการจัดหาเรือหลวงอ่างทอง เข้าประจำการเนื่องจากต้องการนำไปใช้ในภารกิจช่วยเหลือประชาชน การบรรเทาสาธารณภัย หรือภัยพิบัติต่าง ๆ การค้นหาและการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเลและบริเวณชายฝั่ง หากเกิดเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยคลื่นยักษ์สึนามิ รวมถึงภัยธรรมชาติต่าง ๆ ที่มีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้เรือดังกล่าวยังใช้ในการปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทิ้นบก การขนส่งและลำเลียงทางทะเล และเป็นเรือบัญชาการและฐานปฏิบัติการในทะเล อีกทั้งกองทัพเรือขาดแคลนเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ และไม่เพียงพอต่อการใช้งาน โดยโครงการจัดหาเรือหลวงอ่างทองเข้าประจำการนี้ เป็นไปตามแผนพัฒนา กองทัพไทย ในระยะ 9 ปี โดยได้มีการลงนามในสัญญาจ้าง เมื่อวันที่ 26 ก.ย.51 โดย พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือในขณะนั้น เป็นผู้ลงนามในสัญญาจ้าง โดยกระทรวงกลาโหมได้อนุมัติให้กองทัพเรือจ้างสร้างเรือยกพลขึ้นบก เป็นเงิน 4,944 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเรือหลวงอ่างทองมีความใหญ่เป็นลำดับที่3รองจากเรือหลวงจักรีนฤเบศร์และเรือหลวงสิมิลัน มีขีดความสามารถในการเคลื่อนกำลังจากทะเลสู่ฝั่ง (โจมตีโฉบฉวยสะเทินน้ำสะเทินบก) มีขนาดกว้าง 21 เมตร ยาว 141 เมตร กินน้ำลึก 4.6เมตร ระวางขับน้ำสูงสุด 7,600 ตัน ความเร็วสูงสุดไม่ต่ำกว่า 17 นอต ระยะปฏิบัติการที่ความเร็ว 12นอต ไม่น้อยกว่า 5,000 ไมล์ สามารถปฏิบัติการในทะเลต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า 45 วัน ปฏิบัติการ ในทะเลได้ถึง Sea State 6 และรองรับกำลังทหารได้อีก 500 นาย ทั้งนี้เรือหลวงอ่างทอง มีกำลังพลประจำเรือ ทั้งสิ้น 151 อัตรา โดยมีน.ท. ธีรสาร คงมั่น เป็นผู้บังคับการเรือ โดยเรือจะเข้าประจำการที่กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ เพื่อปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมายต่อไป
พล.ร.อ.ฆนัท กล่าวว่า ภารกิจหลักของเรือหลวงอ่างทองคือการยกพลขึ้นบก สนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนทุกภาวะโดยเฉพาะภาวะวิกฤติซึ่งภายในเรือมีห้องควบคุม มีศูนย์ควบคุมการบังคับบัญชาสามารถทำงานประสานภารกิจได้กับเรือหลวงจักรีนฤเบศร์ นอกจากนี้มีห้องรองรับการรักษาพยาบาล ห้องผ่าตัดเพื่อช่วยเหลือประชาชน ซึ่งเรือหลวงอ่างทองถือเป็นเขี้ยวเล็บที่มีคุณค่าทางยุทธการมาก โดยแผนในอนาคตต้องจัดหาเรือเพิ่มเติม เพราะเราปลดประจำการเรือยกพลขึ้นบกไปหมดแล้ว 5 ลำ เพิ่งหาได้เพิ่มลำเดียว อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับงบประมาณว่า จะจัดหาได้แค่ไหนอย่างไร ส่วนการปฏิบัติงานแล้วแต่สถานการณ์ หากมีภัยพิบัติใหญ่อาจออกปฏิบัติภารกิจร่วมกับเรือหลวงจักรี โดยเราพร้อมใช้ทุกขีดความสามารถที่มีอยู่ สำหรับเรือหลวงอ่างทองสามารถรองรับนาวิกโยธินได้ 360 นาย และยังมีพื้นที่ให้ฝ่ายอำนวยการอีก 30 นาย จากนี้จะมีการฝึกเตรียมเรือในอีกหลายระบบ และหากเป็นไปได้จะจัดไปช่วยภารกิจที่โซมาเลียโดยอาจจะไปคู่กับเรือหลวงสิมิลัน ทั้งนี้จากการที่เราไม่มีเรือดำน้ำ เราจึงต้องพัฒนาเรือที่จะปราบเรือดำน้ำให้ได้ โดยต้องคิดต่อไปว่า จะเอาอะไรมาปราบเรือดำน้ำ ซึ่งเราคิดอยู่แล้วคับ
พล.ร.ท.ธีรสาร คงมั่น ผู้บังคับการเรือหลวงอ่างทอง กล่าวว่า เรือหลวงอ่างทองยังใช้ภารกิจช่วยเหลือประชาชนยามปกติ และยามมีภัยพิบัติ เช่นกรณีเกิดสึนามิ และเกิดเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งเราไม่ทราบว่า ภัยพิบัติจะเกิดขึ้นเมื่อไร เรือลำนี้มีขีดความสามรถช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ รวมทั้งการลำเลียง ขนส่ง ยกพลขึ้นบก เรือหลวงนี้เป็นเรือที่มีความทันสมัยเพราะสามารถเปิดท้ายเรือ เพื่อปล่อยรถถัง หรือเรือได้ออกไปปฏิบัติภารกิจได้สะดวก ทั้งนี้ภายในเรือจะมีเรือระบายพลขนาดเล็ก(LCVP)2ลำ และเรือระบายพลขนาดกลาง (LCM) 2 ลำ ส่วนการดูแลผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจะเน้นการตราวจการณ์สนับสนุน ในรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ กำลังพล โดยจะร่วมปฏิบัติการกับเรือฟริเกต และเรือประเภทอื่นๆของกองทัพเรือ ทั้งนี้การฝึกได้เริ่มมาตั้งแต่ 2 เดือนที่ผ่านมาที่ประเทศสิงคโปร์ โดยมั่นใจว่า จะมีความพร้อมในการทดสอบในเดือนพ.ค.นี้ โดยจะมีการรับเฮลิคอปเตอร์สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก และการรับยานเอวีเข้ามาในเรือ ซึ่งทั้งหมดจะพร้อมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เรือนี้ประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าเรือหลวงจักรีนฤเบศร์กว่า 50 %



