ข่าว

ประเมินผลกระทบค่าแรง300บาท(2)

ประเมินผลกระทบค่าแรง300บาท(2)

20 เม.ย. 2555

ประเมินผลกระทบค่าแรง 300 บาท จากโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมไทย (2) : คอลัมน์ รู้ทันกระแส เศรษฐกิจและพลังงาน : โดย ... ดร.โชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่นโยบายและเศรษฐกิจพลังงาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) [email protected]

          จากบทความเรื่องนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทก่อนหน้านี้ จะเห็นได้ว่า ต้นทุนค่าแรงเพิ่มขึ้นจากสัดส่วนร้อยละ 9.08 เป็นร้อยละ 12.09 ในภาพรวม ซึ่งก็ถือได้ว่าต้นทุนแรงงานของไทยไม่ได้เป็นสัดส่วนสำคัญมากนักเมื่อเทียบกับต้นทุนอื่นๆ เช่น ต้นทุนของวัตถุดิบ ต้นทุนจากปัจจัยทุน (Capital Costs) อย่างไรก็ตาม ผมจะขออ้างอิงถึงข้อมูลผลการศึกษาของสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่ลงในรายละเอียดของรายอุตสาหกรรม ซึ่งจะพบว่า อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเป็นจำนวนมากจะได้รับผลกระทบมาก โดยอุตสาหกรรมดังกล่าวมีสัดส่วนต้นทุนจากแรงงานสูงเมื่อเทียบกับต้นทุนการผลิตรวม ดังนั้น เมื่อต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้น จะทำให้ต้นทุนรวมสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ 

          แม้ว่า นโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทจะส่งผลดีต่อการใช้จ่ายภายในประเทศ จากการที่กลุ่มแรงงานที่มีรายได้ต่ำที่ส่วนใหญ่มีพฤติกรรมแนวโน้มจะจับจ่ายใช้สอยมากเมื่อมีระดับรายได้เพิ่มขึ้น แต่ทุกนโยบายก็มีข้อด้อยที่ผู้กำหนดนโยบายต้องพิจารณาเช่นกัน ซึ่งรัฐบาลควรต้องหาแนวทางป้องกันผลกระทบต่อภาคการผลิต และแรงงานกันครับ

          ผมมองว่า ปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการดำเนินนโยบายดังกล่าวในส่วนของภาคอุตสาหกรรมคือ (1) การเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าทั้งราคา Intermediate goods และ final goods โดยการปรับค่าจ้างขั้นต่ำจะส่งผลให้ระดับราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้แรงกดดันจากเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นตามอุปสงค์รวมที่มีขนาดใหญ่ขึ้น นอกจากนี้ ต้นทุนการผลิตสินค้าของผู้ผลิตภาคอุตสาหกรรมจะเพิ่มขึ้นตามแรงกดดันของราคาสินค้าขั้นกลางและวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น 

          ทั้งนี้ หากรัฐบาลไม่มีมาตรการควบคุมแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่เหมาะสม ปัจจัยอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นดังกล่าว จะส่งผลให้อุปสงค์โดยรวมในระบบเศรษฐกิจลดลง ซึ่งต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะกดดันให้ระดับผลผลิตลดลงได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม หากมาตรการคุมเงินเฟ้อของภาครัฐ  มีประสิทธิภาพ ภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจะเป็นเพียงชั่วคราว 

          (2) การปิดกิจการและปัญหาการเลิกจ้าง เนื่องจากนโยบายการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งมีสัดส่วนต้นทุนในส่วนของการจ้างแรงงานต่อต้นทุนรวมในระดับสูง โดยจากการสำรวจของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ค่าแรงงานที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวอาจส่งผลกระทบให้ผู้ประกอบการบางส่วนจำเป็นต้องปิดกิจการ หากไม่มีมาตรการสนับสนุนใดๆ จากภาครัฐ นอกจากนี้ นโยบายดังกล่าวอาจเพิ่มแรงกดดันให้ผู้ประกอบการใช้เครื่องจักรแทนแรงงานมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้มีการเลิกจ้างแรงงานจำนวนมากได้ 

          (3) ปัญหาขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในเขตที่มีค่าจ้างสูง เช่น กรุงเทพฯ และปริมณฑล และตามเขตในเมืองใหญ่ เพราะสิ่งที่ต้องคำนึงคือ ปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงาน เนื่องจากการดำเนินการปรับนโยบายปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวันนั้น จะมีการดำเนินการทั่วประเทศ ซึ่งหากภาครัฐปรับค่าแรงงานดังกล่าวทันทีพร้อมกันทั้งประเทศ อาจส่งผลให้แรงงานบางส่วนกลับไปภูมิลำเนาเดิม ซึ่งอาจทำให้โรงานอุตสาหกรรมในเขตที่มีค่าจ้างสูง ขาดแคลนแรงงานในระยะสั้นอย่างรวดเร็วได้ 

          สำหรับปัจจัยเสี่ยงยังไม่หมดแค่นี้นะครับ แต่ด้วยพื้นที่จำกัดในสัปดาห์หน้ามาติดตามกันต่อครับว่าจะมีผลกระทบอะไรเกิดขึ้นบ้างจากนโยบายขึ้นค่าแรงของรัฐบาล

 

 

----------

(หมายเหตุ : ประเมินผลกระทบค่าแรง 300 บาท จากโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมไทย (2) : คอลัมน์ รู้ทันกระแส เศรษฐกิจและพลังงาน : โดย ... ดร.โชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่นโยบายและเศรษฐกิจพลังงาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) [email protected])

----------