ข่าว

ยงยุทธปัดตอบเด้งอธิบดีกรมที่ดิน

ยงยุทธปัดตอบเด้งอธิบดีกรมที่ดิน

18 เม.ย. 2555

“ยงยุทธ”ปัดตอบเหตุเด้งอธิบดีที่ดินเพราะคดี "อัลไพน์" เป็นไปตามวงรอบการโยกย้าย พิจารณาตามความเหมาะสม มท.1 สั่ง ปภ.ประกาศ ภูเก็ต เป็นเขตภัยพิบัติแผ่นดินไหว พร้อมทำแผนเตรียมรับมือ ท้าทำประชามติ อ้างประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วย พ.ร.บ.ปรองดอง

          วันที่ 18 เม.ย.55  นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการโยกย้ายนายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ อธิบดีกรมที่ดิน ไปเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่า เป็นไปตามวงรอบของการโยกย้าย โดยได้พิจารณาตามความเหมาะสม และพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าโยกย้ายนายอนุวัฒน์มีสาเหตุมาจากที่นายอนุวัฒน์รื้อฟื้นคดีสนามกอล์ฟอัลไพน์ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลนั้น ตนไม่มีความเห็น ส่วนการโยกย้ายนายอนุวัฒน์นั้น ตนก็ไม่มีความเห็น ถือเป็นการปรับตามวงรอบ ซึ่งได้พิจารณากันถี่ถ้วนแล้ว



มท.1สั่ง ปภ.ประกาศภูเก็ตเป็นเขตภัยพิบัติแผ่นดินไหว

 
          นายงยุทธ กล่าวถึงเหตุแผ่นดินไหวที่จ.ภูเก็ตว่า ได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประกาศให้จ.ภูเก็ตประกาศเป็นเขตภัยพิบัติแล้ว เพื่อจะได้นำงบประมาณช่วยประชาชนได้ โดยหลังจากนี้ รัฐบาลจะดูแลอย่างครอบคลุม ทั้งมาตรการป้องกันเหตุ และการเยียวยาหลังเกิดเหตุ โดยทั้งหมดนี้จะทำอย่างรีบเร่ง อย่างไรก็ตาม ยังพูดอะไรแน่ชัดไม่ได้ เนื่องจากเหตุการณ์เหล่านี้เป็นภัยธรรมชาติ แต่ก็ต้องมีแผนชัดเจน ในการกระจายข่าว การอพยพ การระบุว่าประชาชนจะทำตัวยังไง และเมื่อประมวลทั้งหมดแล้วจะเยียวยาแก้ไขอย่างไร ซึ่งแผนทั้งหมดจะต้องทำควบคู่กันไป ทั้งแผนของแผ่นดินไหว และแผนของสถานการณ์อุทกภัย
 
          ส่วนในเรื่องการเยียวยาค่าเสียหายหลังเกิดภัยพิบัตินั้น นายยงยุทธ กล่าวว่า พิจารณาแล้วว่าค่าเสียหายทั้งหมดไม่มากมาย มีเพียง บ้านร้าวเล็กน้อย แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต  หลังจากนี้ ที่ต้องเร่งทำ คือเรื่องการทำให้วัสดุก่อสร้างแข็งแรงขึ้นจุดใดที่เป็นโครงสร้างเก่า คงต้องให้วิศวกร หรือเทศบาลส่วนท้องถิ่นไปดู อย่างไรก็ตาม คงไม่ต้องเดินทางไปดูด้วยตัวเอง เนื่องจากเห็นว่าเหตุการณ์ทั่วไปยังไม่รุนแรง แต่ถ้ามีเวลา ก็จะลงไป
 
          ต่อกรณีที่มีนักวิชาการออกมาระบุว่าอาจเกิดแผ่นดินไหวที่จ.ภูเก็ตต่อเนื่องไปอีกนั้น นายยงยุทธกล่าวว่า นักวิชาการเองก็ใช้หลักวิชาการ และมีหลายสมมติฐาน บางกลุ่มก็บอกว่าการเคลื่อนแถวภูเก็ต หรือแถวภาคกลาง คงไม่มี หรือบางกลุ่มก็บอกว่าภูเก็ตอาจเกิดเผ่นดินไหวอย่างต่อเนื่อง ก็ขอให้ประชาชนรับฟังกันไป ทั้งนี้ จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังก็มีที่จ.ภูเก็ต จ.พังงา และจ.ระนอง ซึ่งอยู่ในฝั่งตะวันตก แต่คงไม่รุนแรงมาก อยากฝากถึงประชาชนว่าอย่าประมาทว่าจะไม่เกิดขึ้น แต่ก็อย่าตื่นตระหนกมากนัก



ท้าทำประชามิต ปชช.ส่วนใหญ่เห็นด้วยพรบ.ปรองดอง

          นายยงยุทธ กล่าวถึงการสร้างความปรองดองว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่จะเดินหน้า พ.ร.บ.ปรองดอง เนื่องจากเป็นหลักการที่ทุกคนอยู่กันสงบสุข ไม่มีวิถีทางที่จะเกิดความขัดแย้งได้ ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับทุกคนในชาติ ส่วนหากจะเริ่มต้นเดินหน้า ก็ต้องมีจังหวะเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้ จะเดินหน้าเร็วมากไปก็ไม่ได้ น้อยไปก็ไม่ดี เปรียบเสมือนกับเวลาคลอดบุตร จะคลอดวันไหน ก็บอกไม่ถูก แต่พอใกล้ ๆ หมอก็จะบอกเองว่าคลอดแล้ว ให้บอกล่วงหน้านาน ๆ คงไม่สามารถทำนายได้ถูกต้อง จังหวะเวลาถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมีบางส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับการออก พ.ร.บ. แต่ ขอยืนยันว่าส่วนใหญ่เห็นด้วย หรือลองทำประชามติดูก็ได้ว่าส่วนใหญ่ ประชาชนเขาเห็นด้วย เนื่องจากจะทำให้บ้านเมืองสงบ ประเทศเดินหน้าไปได้” นายยงยุทธกล่าว
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า  ใครจะรับเป็นเจ้าภาพ นายยงยุทธกล่าวว่า ที่แน่ ๆ คงไม่ได้เริ่มจากรัฐบาล แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร ทั้งนี้จุดเริ่มต้นของกฎหมายสามารถมีได้หลายทาง เริ่มจากสมาชิกสภาก็ได้ เริ่มจากประชาชนก็ได้  ร.ต.อ.เฉลิมอาสาเป็นคนเริ่ม ก็ต้องให้กำลังใจ  เพราะท่านอยากให้ปรองดอง ตนก็อยากให้ปรองดอง ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิมก็พูดมาโดยตลอด ท่านก็เป็นอิสรชน เป็นผู้ใหญ่ อยู่ในการเมืองมานานแล้ว คงเห็นว่าจังหวะเหมาะสม ไม่น่ามีอะไรเป็นปัญหา อะไรดีที่สุดก็เอาแนวทางนั้น แต่ในฐานะหัวหน้าพรรคยังบอกไม่ได้จริง ๆ ว่าจะเริ่มเมื่อใด เหมือนกับฝนจะตกตอนไหน เราก็ไม่รู้ แต่ถ้าเมฆหมอกมาพร้อม ความชื้นมาพร้อม ฝนก็ตก
 
          "ขอยืนยันว่า ทุกคนในพรรคเห็นที่จะให้เกิดความปรองดอง ประเทศเดินหน้าได้เร็ว ๆ และขอยืนยันว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่สิ่งชั่วร้าย ทำให้ประชาชนและประเทศชาติแตกแยก ซึ่งทั้งในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแกนนำพรรคเพื่อไทยอย่าง ร.ต.อ.เฉลิมก็เห็นตรงกันว่าต้องทำ หรือแม้แต่คณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ก็เห็นพ้องด้วย แต่แนวทางไหนคงอีกเรื่องนึง"นายยงยุทธกล่าว



โวมาตรการป้องกัน7วันอันตรายได้ผล

          รมว.มหาดไทย กล่าวถึงสถิติการเสียชีวิต ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า แม้จะมีอัตราผู้เสียชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้น แต่จำนวนอุบัติเหตุโดยภาพรวมถือว่าลดลง โดยเฉพาะอำเภอที่ไม่เกิดอุบัติเหตุ หรือไม่มีใครเสียชีวิตเลย ก็มีจำนวนมาก ทั้งนี้ ขอให้มองลงไปในหน่วยย่อยด้วย อย่าดูผู้เสียชีวิตภาพรวมเพียงอย่างเดียว อำเภอทั่วประเทศ 878 อำเภอ ไม่มีผู้เสียชีวิตเลยเกือบ700 อำเภอ และไม่มีอุบัติเหตุเกือบ 300 อำเภอ ขณะที่จังหวัดสีแดงซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่ และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากมาก่อนหน้านี้ ก็มียอดผู้เสียชีวิตลดลงมาก การรณรงค์หลายคนบอกตายเป็นศูนย์  เป็นเรื่องปัญญาอ่อนนั้น ขอบอกว่าไม่ใช่ มูลนิธิรัฐบุรุษ เมาไม่ขับ ก็รณรงค์ยอดตายเป็นศูนย์เหมือนกัน ถ้าเราไม่ทำงานร่วมกันอย่างนี้ และรณรงค์แบบนี้ ผู้บาดเจ็บ หรือผู้เสียชีวิต อาจมากกว่านี้เยอะก็ได้

          ส่วนการรณรงค์เรื่องจำกัดการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกออฮอล์ ในช่วงที่มีงานรื่นเริง นายยงยุทธกล่าวว่า เห็นด้วยที่จะให้จำกัดการจำหน่ายในช่วงเทศกาล อย่างไรก็ตาม คงต้องฟังเสียงจากหลาย ๆ ฝ่าย
 
          ส่วนที่มีข้อเสนอของบางกลุ่ม ให้ยกเลิกประกาศให้ช่วงเทศกาลเป็นวันหยุดยาวเพื่อลดการเสียชีวิตนั้น นายยงยุทธกล่าวว่า คงเป็นไปไม่ได้ที่จะไปแก้ เพราะเทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงที่คนได้กลับบ้าน ไปอยู่กับครอบครัว คงอยู่ที่ฝ่ายรัฐบาล และประชาชน ตระหนักในความปลอดภัย และประชาสัมพันธ์การเดินทางให้ปลอดภัยมากขึ้นมากกว่า อย่างไรก็ตาม หากให้ตั้งหน่วยงานขึ้นมาดูโดยเฉพาะคงไม่จำเป็นเพราะเท่าที่มีอยู่ขณะนี้ รวบรวมภาคีเครือข่าย ก็ทำกันได้อยู่แล้ว และการทำงานก็ถือว่าดีแล้ว