
คำสัญญาจากใจหนุ่มแคนนาดา
แล้วผมจะกลับมา 'คำสัญญาจากใจหนุ่มแคนนาดา' : คอลัมน์ เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย... เสาวลักษ์ คงภัคพูน // พงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์
"ผมรักคุณ...แล้วผมจะกลับมา" เป็นคำพูดของ นายจา หรือ นายเจน เจฟเฟอร์ คารูน นายช่างเทคนิควิจัยและตรวจสอบน้ำมันปิโตรเลียม จากประเทศแคนาดา วัย 30 ปี ที่ให้คำมั่นสัญญาไว้กับสาวชายแดนไทย-กัมพูชา อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ "น้องปุ้ย" น.ส.อุทยาลักษณ์ พันธุระ อายุ 31 ปี ขณะที่น้องปุ้ยทำงานเป็นโอเปอเรเตอร์ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
คำพูดนี้ยังดังก้องอยู่ในหูของน้องปุ้ย และอดอมยิ้มไม่ได้ เมื่อนึกถึงวันแรกที่ได้พบเจอเนื้อคู่ที่แสนดีคนนี้
เย็นวันนั้น "น้องปุ้ย" นัดกับเพื่อนๆ ไปรับประทานอาหารด้วยกันที่ร้านแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ กินไปเม้าท์ไปอย่างสนุกสนาน อาหารอร่อย ท่ามกลางเรื่องมากมายพูดคุยกัน ไม่ได้สนใจว่าโต๊ะอื่นมีใครนั่งบ้าง จนเมื่อหนังท้องตึง เสียงหัวเราะพูดคุยเริ่มคลายลง นั่งสบายๆ รอให้อาหารย่อย จู่ๆ สายตาก็พลันไปมองสบตากับหนุ่มต่างชาตินั่งอยู่โต๊ะใกล้กัน ตาจ้องตากันแวบหนึ่ง ก่อนที่น้องปุ้ยจะละสายตา หันกลับมาพูดคุยกับเพื่อนต่อ
แต่สำหรับ "จา" แล้ว ตาจ้องตาแวบนั้น เหมือนถูกไฟช็อต รู้สึกประทับใจสายตาหวานคู่นั้น จนทำให้ตัดสินใจสูดลมหายใจลึกๆ เดินเข้าไปขอนั่งร่วมวงสนทนากับสาวไทย
"ไม่เคยลุกจากโต๊ะอาหารเดินไปหาสาวคนไหนมาก่อน แต่ครั้งนี้ทำตามหัวใจเรียกร้อง"
เริ่มด้วยคำทักทายและถามว่า พูดภาษาอังกฤษได้ไหม เมื่อสาวๆ ในโต๊ะต่างแสดงความเป็นมิตรกับคนต่างชาติต่างภาษาที่เข้ามาทักทาย คำสนทนาก็เริ่มลื่นไหล "จา" ยิงคำถามมากมาย คุณเป็นใคร คุณทำอะไรอยู่ที่ไหน คุณมากับใคร คุณมีเบอร์โทรศัพท์ไหม คุณ...คุณ....คุณ...อะไรอีกมากมาย ทุกคำถามพุ่งเป้าไปที่น้องปุ้ยเพียงคนเดียว ทำเอาโต๊ะสาวๆ งงไปตามๆ กัน ตอบไม่ทันก็เลยเชิญให้หนุ่มตาน้ำข้าวนั่งลงพูดคุยกันก่อน
น้องปุ้ยพอจะฟังภาษาอังกฤษได้บ้าง ตอบได้กระท่อนกระแท่นพอเข้าใจกันได้ ภายหลังจากนายจามานั่งร่วมโต๊ะ น้องปุ้ยก็ถูกตัดออกจากเพื่อนๆ เพราะนายจาพูดคุยกับน้องปุ้ยคนเดียว ไม่เปิดโอกาสให้คุยกับเพื่อนเลย เหมือนเพื่อนเก่าไม่พบกันนาน พูดคุยสอบถามกันไม่รู้จบ
ก่อนจากกันวันนั้น "จา" ได้ขอหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ ซึ่งน้องปุ้ยให้เบอร์โทรศัพท์ของโรงแรมที่ทำงานอยู่ เพราะไม่ไว้ใจฝรั่งมังค่าที่เพิ่งรู้จักกันไม่ถึงชั่วโมง และในใจก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีคนรักเป็นฝรั่ง
แต่สำหรับหัวใจของชายต่างชาติคนนี้ กลับรู้สึกสนใจฝ่ายหญิงอย่างมาก โทรศัพท์ไปตามเบอร์โทรที่ได้รับมา รู้ว่าเป็นหมายเลขของโรงแรมที่ทำงานของสาวที่หมายปอง เขาไม่ลดละ สอบถามทาง จากนั้นก็ไปขอพบน้องปุ้ย ไปหาทุกวัน ชวนกินข้าว ดูหนัง ไม่ไปไหนเลยก็ขอมานั่งคุยที่ล็อบบี้โรงแรม เรียกว่ามาเฝ้าทุกวัน มาให้ได้เห็นหน้าก็นอนหลับฝันดีแล้ว
เวลาผ่านไป 1 สัปดาห์ ทั้งสองได้มีโอกาสอยู่ใกล้กันทุกวัน ทำความรู้จักกันมากขึ้น สุดท้ายนายจา ชวนน้องปุ้ย ไปเที่ยวเชียงใหม่ และยังอนุญาตให้พาเพื่อนๆ ไปได้ด้วย
ชีวิตน้องปุ้ยไม่เคยขึ้นเครื่องบินไปไหนเลย อยู่ๆ มีชายต่างชาติมาเสนอให้ไปเที่ยวพร้อมเพื่อนๆ มีเจ้ามือแบบนี้ คิดไม่นานก็ตอบตกลง ได้มีโอกาสไปเที่ยวเชียงใหม่กัน 3 วัน พอเดินทางกลับมาถึงกรุงเทพฯ นายจา ขออยู่พูดคุยด้วยจนดึก เพื่อจะบอกลากลับไปทำงานที่ประเทศแคนาดา จากเดิมที่มาทำงานในไทยเพียง 2 สัปดาห์แล้วก็ต้องไปประเทศอื่นต่อ แต่พอมาเจอน้องปุ้ย ทำให้นายจา ขอลาอยู่ไทยต่ออีก 2 สัปดาห์ น้องปุ้ยและนายจา อยู่พูดคุยกันตลอดทั้งคืน โดยไม่มีอะไรกัน
ตอนเช้านายจา บอกว่า
“ผมรักคุณ...แล้วผมจะกลับมา...”
จากนั้นนายจาก็เดินทางกลับประเทศแคนาดา ทุกเย็นเขาจะโทรศัพท์กลับมาคุยด้วยก่อนนอนเฉลี่ยวันละ 30 นาที ซึ่งเชื่อว่าโทรข้ามประเทศก็คงเป็นเงินไม่น้อยเลย ระยะเวลาผ่านไปนานกว่า 6 เดือน นายจา โทรมาบอกว่า ขอลางานได้อีก และจะเดินทางมาหา
แล้วเขาก็มาจริงๆ ตอนนี้ความรู้สึกของน้องปุ้ยเปิดกว้างขึ้นมาก พร้อมรับไมตรีจากเพื่อนชายคนนี้ เพราะจากวันแรกที่รู้จัก ไม่เคยสักวันที่ไม่ได้พูดคุยกัน เมื่อมีความเข้าใจที่เริ่มก่อตัวซึมซับมาเป็นความรู้สึกดี เป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่ความรัก ครั้งนี้ทั้งสองจึงมีโอกาสไปเที่ยวด้วยกันตามลำพังมากขึ้น
จากความมีน้ำใจ การแสดงออกถึงความซื่อสัตย์ของนายจา ทำให้น้องปุ้ย จากเดิมที่ไม่เคยคิดที่จะมีสามีชาวต่างชาติ ได้เปลี่ยนตนเองไปรักนายจา แต่นายจาก็ต้องเดินทางกลับประเทศอีกครั้ง เมื่อครบวันลา และเช่นเคยก่อนไป นายจา บอกว่า
“ผมรักคุณ...แล้วผมจะกลับมา...”
การกลับมาของนายจาในการพบกันครั้งที่สาม เขาไม่ได้มาเพียงลำพัง ได้พาครอบครัว พ่อแม่มาด้วย เพื่อมาขอน้องปุ้ยแต่งงาน เดินทางมาที่บ้านตาเอก บ้านนอกชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ถนนดินเต็มไปด้วยฝุ่น บ้านก็เก่า อากาศก็ร้อน แต่พวกเขาก็อดทน เพื่อจะมีสะใภ้คนไทย สาวไทยที่ยิ้มสวย อบอุ่นและจริงใจ
พิธีแต่งงานมีขึ้นในวันที่ 15 มีนาคม 2555 ชาวบ้าน คนเฒ่าคนแก่ วัยรุ่นหนุ่มสาวต่างดีใจที่น้องปุ้ย ได้แฟนชาวต่างชาติที่รักจริงมาสู่ขอแต่งงานตามประเพณีอีสาน ต่างมาผูกแขนรับลูกเขย หลานเขยต่างชาติกันเต็มบ้าน ซึ่งนายจา บอกปุ้ย ว่า หลังแต่งงานขอให้น้องปุ้ยไปอยู่ด้วยกับเขาที่แคนาดา เพราะเขายังต้องทำงานต่อเพื่อที่จะมีเงินมาสร้างครอบครัวของสองตระกูล
โดยขณะนี้ได้วางแผนซื้อบ้านเพื่อสองเราไว้แล้วที่แคนาดา และหากปุ้ยคิดถึงบ้านก็เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านที่เมืองไทยได้ และก่อนหน้านี้ปุ้ยเคยไปแคนาดากับนายจามาแล้ว เพื่อไปพบกับครอบครัว พ่อแม่ของจา ทุกคนดีใจมากที่จาจะมีครอบครัว แม้ว่าภรรยาจะเป็นคนไทย แต่พวกเขาก็ชื่นชม และชอบคนไทยมาก่อนหน้านี้ เพราะจากที่ได้สัมผัสคบหากับคนไทยในแคนาดา รู้สึกได้ถึงความอบอุ่น จริงใจ ที่สำคัญคนไทยทำอาหารอร่อย และทุกคนยิ้มสวย สมกับเป็นคนแห่งเมืองยิ้มสยาม
.............................
(หมายเหตุ : แล้วผมจะกลับมา 'คำสัญญาจากใจหนุ่มแคนนาดา' : คอลัมน์ เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย... เสาวลักษ์ คงภัคพูน // พงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์)



