
Airport Fail Link
Airport Fail Link : ปิดประเด็น โดย... ดร.นิตินัย ศิริสมรรถรการ [email protected]
นั่งรถไฟฟ้า Airport Rail Link หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า แอร์พอร์ตลิงค์ กลับมาจากสนามบินสุวรรณภูมิ (ทสภ.) วันก่อน ทำให้ผมแอบนั่งนึกไปเพลินๆ ว่า การลงทุนในสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของประเทศไทยที่ล่าช้านี่ นอกจากจะทำให้เราเสียโอกาสแล้ว ก็ทำให้เราเสียเงินเสียทองไปมากอยู่เหมือนกันนะครับ อย่างแอร์พอร์ตลิงค์นี่ ตอนแรก ครม. เขาอนุมัติงบไว้ที่ 3.14 หมื่นล้านบาท กว่าจะสร้างกันเสร็จ งบบานปลายไปเป็น 3.37 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นราว 2.3 พันล้านบาท... แต่เอาเถอะครับเงินนั่นมันเสียไปแล้ว เรามีรถไฟฟ้าเชื่อมต่อสนามบินใช้ก็ดีแล้ว
นั่งไปอีกสักแป๊บ อดรนทนไม่ได้ลองค้นหาในอินเmอร์เน็ตดูพบว่า แอร์พอร์ตลิงค์ยาว 28.6 กม. ก็รีบกดเครื่องคิดเลขครับ... เท่ากับว่าที่ผมนั่งๆ อยู่นี่ รวมทั้งหมดแล้วตกเฉลี่ย กม.ละ เกือบๆ 1,200 ล้านบาท... อืม ก็แพงเหมือนนะครับ... ถึงว่าครับ เห็นเป็นห่วงกันทั่วบ้านทั่วเมือง กลัวว่าจะเจ๊ง... การลงทุนเขาสูง แต่คนขึ้นน้อยอย่างนี้... ดูด้วยตาเปล่าแล้วก็น่าเป็นห่วงอยู่จริงครับ
ถึงบ้านก็ลองค้นข้อมูลดูครับ ผมไม่อยากจะประเมินอะไรจากตาเปล่า... ในปี (งบประมาณ) 2554 เขาประมาณกันว่า จะมีผู้โดยสารประมาณ 7.11 หมื่นคนต่อวัน เป็นสาย City Line (สายธรรมดา) 6.55 หมื่นคนต่อวัน และสาย Express Line (สายด่วน) อีก 5.57 พันคน... เลขที่ออกครับ... ในปี 2554 มีผู้โดยสารจริง 1.95 คนต่อวัน เป็นผู้โดยสารสายธรรมดา 1.87 หมื่นคน และสายด่วน “781” คนต่อวัน รวมๆ แล้วต่ำกว่าที่ประมาณการไว้มากถึงกว่า 70% หรือพูดอีกนัยหนึ่ง ประมาณการไว้มากไปถึง 3.6 เท่าตัว โดยเป็นการประมาณการไว้มากไปสำหรับสายธรรมดา 3.5 เท่าตัวและสำหรับสายด่วน 6.4 เท่าตัว !!!
ผมใส่เครื่องหมายตกใจ (!) ไว้ 3 ตัว แสดงว่าตกใจจริงๆ ครับ ... เขาประมาณกันไว้ว่ารายได้จากค่าโดยสารจะมีสัดส่วนสูงถึง 90-95% ของโครงการแล้วเล่นประมาณจำนวนผู้โดยสารผิดไปมโหฬารขนาดนี้ การหารายได้ทางอื่นมากลบคงจะหืดจับอยู่ครับ... เอาล่ะครับ นี่เป็นคอลัมน์ปิดประเด็น ผมเลยไม่อยากจะเปิดประเด็นว่า ตอนนั้นทำประมาณการกันไว้อย่างไร ถึงทำให้เกิดความผิดพลาดอันนำมาซึ่งความเสียหายขนาดนี้ในปัจจุบันและต่อไปในอนาคต แต่จะมาดูกันต่อครับ ว่าความผิดพลาดดังกล่าวนำมาซึ่งความเสียหายอะไรบ้าง แล้วเราจะทำยังไงกันต่อดี
ตอนทำโครงการนี้ ครม. เขาให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กู้เงินโดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน โดยให้ ร.ฟ.ท. ใช้คืนเงินต้น และรัฐบาลรับภาระค่าใช้จ่ายในการกู้เงิน “และดอกเบี้ย” ของโครงการ… โดยเบ็ดเสร็จแล้วสุดท้าย ร.ฟ.ท. รับหนี้ส่วนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและอุโมงค์จำนวน 2.67 หมื่นล้านบาท และบริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (ร.ฟ.ท. ถือหุ้น 100%) จะต้องรับหนี้ส่วนของตัวรถและการซ่อมบำรุงอีก 7 พันล้านบาท ซึ่งเมื่อบริษัทต้องอยู่ในภาวะขาดทุนอย่างนี้ จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายหนี้ล่ะครับ ก็เลี่ยงไม่ได้ครับ ที่รัฐบาลจะต้องจ่ายดอกเบี้ยไปเรื่อยๆ... ตอนนั้นเขาประมาณกันว่าถึงสิ้นปี 2554 จะต้องจ่ายดอกเบี้ยไปแล้ว 4.4 พันล้านบาท เงินต้นเล่นไม่ลดอย่างนี้ ไม่ทราบเหมือนกันครับว่าจ่ายดอกเบี้ยไปจริงๆ แล้วเป็นเงินเท่าไหร่ แล้วจะต้องจ่ายต่อเนื่องกันไปเป็นมหากาพย์ฉบับที่ 2 ต่อจากหนี้สินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) อีกเท่าไหร่!!!... ไอ้ที่ผมคิดไว้ตอนนั่งรถไฟว่าเราสร้างสาธารณูปโภคกันช้าทำให้ค่าก่อสร้างแพงขึ้นไปอีก 2.3 พันล้านบาทนี่ เลยเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลยครับ
ผมเคยคิดว่า แอร์พอร์ตลิงค์ จะเป็นความหวังที่ทำให้ ร.ฟ.ท. ได้ลืมตาอ้าปากจากการขาดทุน แต่ดูเหมือนวันนี้ นอกจากโครงการนี้จะมีโอกาสเป็นตัวเพิ่มหนี้ให้ ร.ฟ.ท. ได้เป็นอย่างสูงแล้ว ดูเหมือนจะเป็นมหากาพย์หนี้ภาค 2 ต่อจากเอฟไอดีเอฟ ให้พี่น้องชาวไทยแบกรับกันต่อไปอีก... ถ้าไม่ปรับโครงสร้างองค์กรจะตายกันทั้ง ร.ฟ.ท. ที่ต้องรับหนี้ก้อนใหม่ รัฐบาลก็ตายที่ต้องแบกดอกเบี้ย และบริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ก็ตายที่ต้องขาดทุนต่อไปเรื่อยๆ เพราะทำประมาณการไว้สูงเกินถึง 3.6 เท่า แต่ผมหวังว่าการปรับโครงสร้าง เราจะไม่เห็น สถาบันคุ้มครองเงินโดยสารนะครับ เพราะผมกลัวว่าสถาบันนี้จะถูกนำเงินไปใช้หนี้บริษัท รถไฟฟ้าฯ เหมือนที่สถาบันคุ้มครองเงินฝากถูกนำเงินไปใช้หนี้เอฟไอดีเอฟ ในมหากาพย์ฉบับแรกอีกครับ
.............................
(หมายเหตุ Airport Fail Link : ปิดประเด็น โดย... ดร.นิตินัย ศิริสมรรถรการ [email protected])



