ข่าว

สตรีสหรัฐฯเทคะแนนนิยมให้'โอบามา'

สตรีสหรัฐฯเทคะแนนนิยมให้'โอบามา'

18 เม.ย. 2555

ผลสำรวจของรอยเตอร์สล่าสุด ชี้ผู้หญิงที่มีสิทธิ์เลือกตั้งในสหรัฐฯ ยังคงเทคะแนนนิยมให้ประธานาธิบดี 'บารัค โอบามา'

                      18 เม.ย.55 จากผลสำรวจของรอยเตอร์ส และอิพซอส ที่เผยแพร่ล่าสุด พบว่า ผู้หญิงชาวอเมริกัน ยังคงนิยมชมชอบในตัวของประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า และมากกว่านายมิตต์ รอมนีย์ ถึง 14 เปอร์เซ็นต์ แม้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ จะมีการตั้งกลุ่ม " มัมมี่ วอร์ส " เพื่อแสดงถึงบทบาทของสตรีในสังคมก็ตาม

                      ผลสำรวจที่ใช้วิธีสอบถามทางโทรศัพท์ ผู้หญิง 538 คน ผู้ชาย 536 คน ระหว่างวันที่ 12-15 เมษายน ชี้ว่า ผู้หญิงที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง 51 เปอร์เซ็นต์ ยังสนับสนุนประธานาธิบดีโอบาม่า ของ
พรรคเดโมแครตอย่างเหนียวแน่น ขณะที่นายรอมนีย์ อดีตผู้ว่าการรัฐแมทซาจูเสตส์ ซึ่งได้รับการคาดหมายว่า จะได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนพรรครีพับลีกัน ไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ในวันที่ 6 พฤศจิกายน ได้รับความนิยมเพียง 37 เปอร์เซ็นต์

                      การสำรวจได้ถูกจัดทำขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีถึงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากนักวิเคราะห์ทางช่องเคเบิล ทีวี ของฝ่ายเดโมแครต ระบุว่า นางแอนน์ ภรรยาของนายรอมนีย์ ที่เป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกมา 5 คน ไม่มีทางเข้าใจความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ชาวอเมริกันจำนวนมากกำลังเผชิญอยู่ เนื่องจากเธอไม่ต้องทำงานรับเงินเดือน

                      ความเห็นดังกล่าว ยิ่งทำให้เกิดการถกเถียงกันมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับบทบาทของผู้หญิงในสังคม ที่พรรครีพับลีกันยึดเอามาเป็นข้ออ้างโจมตีฝ่ายเดโมแครตว่า ไม่เห็นคุณค่าของผู้หญิงที่เป็นแม่บ้านอยู่กับบ้าน แต่ข้อกล่าวหาเหล่านี้ กลับไม่ทำให้นายรอมนีย์มีคะแนนตีตื้นขึ้น หรือจัดการกับปัญหาช่องว่างระหว่างวัยได้ และผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ยังคงชื่นชอบโอบาม่าและเชื่อว่าจะเลือกเขาในการเลือกตั้งปี 2012 ด้วย

                      จูเลีย คล้าก ผู้จัดทำโพลล์ของอิพซอส ระบุว่า เธอไม่คิดว่าการดีเบทใด ๆ จะเปลี่ยนทัศนะของผู้หญิงทั้งในตัวนักการเมืองหรือนโบายของพวกเขาได้ ผู้หญิงต่างมีมุมมองของตัวเองอยู่แล้วการดีเบทที่ได้รับความสนใจทางหน้าจอโทรทัศน์ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อมุมมองของพวกเธอได้

                      จากผลสำรวจของรอยเตอร์สและอิพซอส ที่จัดทำขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม ได้แสดงให้เห็นว่า นายรอมนีย์ได้รับความนิยมจากผู้หญิงแค่ 38 เปอร์เซ็นต์ ส่วนประธานาธิบดีโอบาม่า ได้ 54 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทั้งสองคนได้คะแนนนิยมสูงกว่าการสำรวจครั้งล่าสุด ขณะที่การสำรวจในหมู่ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งที่เป็นชาย พบว่า ประธานาธิบดีโอบาม่าได้ 47 เปอร์เซ็นต์ และนายรอมนีย์ได้ 43 เปอร์เซ็นต์ น้อยกว่าการสำรวจก่อนหน้านี้ ที่ประธานาธิบดีโอบาม่า ได้ 50 เปอร์เซ็นต์ และนายรอมนีย์ได้ 43 เปอร์เซ็นต์

                      นายรอมนีย์ได้พยายามจะเอาชนะช่องว่างดั้งเดิม ที่ผู้หญิงมักจะชื่นชอบในตัวผู้สมัครที่เป็นเดโมแครตมากกว่ารีพับลีกัน และพบว่า ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง พอใจในตัวประธานาธิบดี
โอบาม่าในทุกประเด็น โดยพบว่า ผู้หญิง 46 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่า ประธานาธิบดีโอบาม่าทำผลงานได้ดีแล้วทั้งเรื่องการสร้างงานและเศรษฐกิจ ส่วนนายรอมนีย์ได้คะแนน 40 เปอร์เซ็นต์

                      ในประเด็นสุขภาพ ผู้หญิงก็เทคะแนนให้ประธานาธิบดีโอบาม่า 52 เปอร์เซ็นต์ นายรอมนีย์ได้32 เปอร์เซ็นต์ และแม้ฝ่ายรีพับลีกันจะพยายามสร้างภาพว่าเป็นพรรคการเมืองของครอบครัวแต่ประธานาธิบดีโอบาม่าก็ยังถูกยกย่องในเรื่องคุณค่าทางครอบครัวในหมู่ผู้หญิง ที่พอใจเขาถึง 51 เปอร์เซ็นต์ และให้รอมนีย์แค่ 36 เปอร์เซ็นต์

                      สมาชิกส่วนใหญ่ของรีพับลีกัน รวมทั้งนายรอมนีย์ เป็นพวกหัวอนุรักษ์นิยมมากกว่าประธานาธิบดีโอบาม่า ในประเด็นสังคมต่าง ๆ เช่น การทำแท้ง , สิทธิในการคุมกำเนิด และการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน ซึ่งจากผลสำรวจยังพบว่า ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งที่เป็นหญิงมีหัวเสรีในประเด็นเหล่านี้มากกว่าผู้ชาย พวกเธอยังมองว่า ประธานาธิบดีโอบาม่าแข็งแกร่งในด้านนโยบายต่างประเทศถึง 50 เปอร์เซ็นต์ และให้นายรอมนีย์แค่ 30 เปอร์เซ็นต์

                      พวกผู้หญิงให้ความสำคัญกับปัญหาเศรษฐกิจและการว่างงาน 51 เปอร์เซ็นต์ แต่ให้ด้านสุขภาพเพียง 16 เปอร์เซ็นต์ แต่สองประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญสุดยอดของผู้ชาย ที่ให้ความสำคัญกับปัญหาการว่างงานและเศรษฐกิจ 58 เปอร์เซ็นต์ และสุขภาพ 10 เปอร์เซ็นต์ และพวกเขายังให้คะแนนนายรอมนีย์ในประเด็นนี้ 47 เปอร์เซ็นต์ ให้ประธานาธิบดีโอบาม่าแค่43 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ พวกเขายังสนับสนุนนโยบายภาษีของนายรอมนีย์มากกว่าของประธานาธิบดีโอบาม่า 46 ต่อ 41 เปอร์เซ็นต์ แต่ให้นโยบายด้านสุขภาพของประธานาธิบดี โอบาม่า มากกว่านายรอมนีย์ 49 ต่อ 39 เปอร์เซ็นต์ ในประเด็นคุณค่าของครอบครัว ผู้ชายก็พึงพอใจประธานาธิบดีโอบาม่ามากกว่านายรอมนีย์45 ต่อ 40 เปอร์เซ็นต์