ข่าว

ศาลปกครองยกฟ้องกบข.430คดี

ศาลปกครองยกฟ้องกบข.430คดี

18 เม.ย. 2555

กบข.เผยศาลปกครองทั่วประเทศพิพากษายกฟ้องและจำหน่ายคดีที่สมาชิกฟ้องร้อง กบข. อันเนื่องมาจากผลประกอบการขาดทุนในปี 2551 แล้ว 430 คดี จากทั้งสิ้น 633 คดี ชี้ กบข. ลงทุนตามกฎหมาย การคำนวณผลประโยชน์ให้สมาชิกเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการ กบข.

          น.ส.โสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กล่าวว่า ในช่วงปี 2552-2553 กบข. ถูกสมาชิกฟ้องร้องต่อศาลปกครองกลาง อันเนื่องจากผลประกอบการของ กบข. ขาดทุนในปี 2551 รวมทั้งสิ้น 633 คดี ปัจจุบันศาลปกครองได้มีคำสั่งยกฟ้องและจำหน่ายคดีของสมาชิกรวม 430 คดี เนื่องจากศาลวินิจฉัยแล้วเห็นว่า การลงทุนของ กบข. เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และการคำนวณผลประโยชน์จากหน่วยลงทุนของสมาชิกที่เกษียณอายุราชการในปี 2551 เป็นการตีมูลค่าตามราคาตลาด ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการ กบข. โดยคาดว่าภายในปีนี้ศาลปกครองน่าจะมีคำพิพากษาคดีที่สมาชิกฟ้องร้อง กบข. ครบทุกคดี
 
          ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2555 ศาลปกครองกลางพิษณุโลก ได้มีคำสั่งยกฟ้องกรณีสมาชิก กบข. กลุ่มหนึ่งยื่นฟ้อง กบข. และคณะกรรมการ กบข. กรณีผลประกอบการขาดทุนปี 2551 ทำให้สมาชิกที่เกษียณราชการในปีดังกล่าวได้รับผลประโยชน์ตอบแทนการลงทุนลดลง ศาลปกครองพิษณุโลกได้วินิจฉัย ว่า กบข. คำนวณยอดเงินและผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นในปี 2551 ตามที่กฎหมายกำหนด โดยเป็นการคำนวณผลประโยชน์จากหน่วยลงทุนของสมาชิก ซึ่งมูลค่าหน่วยลงทุนจะมีการเปลี่ยนแปลงทุกวันตามมูลค่าสินทรัพย์ในราคาตลาด ผลประโยชน์แต่ละช่วงอาจมีเพิ่มขึ้นหรือลดลงขึ้นอยู่กับผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุน และภาวะเศรษฐกิจในช่วงเวลานั้น ดังนั้น สมาชิก กบข. ที่เกษียณในช่วงเวลาที่ต่างกัน มูลค่าหน่วยลงทุนย่อมไม่เท่ากัน ผลประโยชน์ที่สมาชิกจะได้รับย่อมแตกต่างกันได้
 
          ส่วนผลประกอบการที่ขาดทุนนั้น เห็นว่าการลงทุนมีความเสี่ยง สมาชิก กบข. ต้องยอมรับผลของความเสี่ยง ซึ่งเป็นไปได้ทั้งสองทาง คือ ได้ผลกำไรหรือขาดทุน ซึ่งผลการดำเนินการของ กบข. ตั้งแต่ปี 2540-2550 เป็นกำไรมาโดยตลอด ส่วนการขาดทุนในปี 2551 นั้น เป็นผลจากวิกฤติการเงินของประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งส่งผลกระทบทั่วโลก จึงถือเป็นเหตุที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ ดังนั้น การจัดสรรผลประโยชน์จากการลงทุนเข้าบัญชีสมาชิกของ กบข. จึงเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย