
ครม.ไฟเขียวราคากลางนมโรงเรียนกำหนดอปท.จัดซื้อ
ครม.ไฟเขียว ราคากลางนมโรงเรียน พร้อมกำหนดให้ อปท.จัดซื้อ จากผู้ผลิต 5 ราย พร้อมกำหนดราคาน้ำนมดิบหน้าโรงงาน ก.ละ 16.50 บาท อนุมัติงบอาหารกลางวันร้อยเปอร์เซ็นต์
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมครม.มีมติอนุมัติการกำหนดราคารับซื้อน้ำนมดิบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ โดยมีมติเห็นชอบให้กำหนดราคาน้ำนมดิบหน้าโรงงานกิโลกรัมละ 16.50 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย.2552 และกำหนดราคากลางนมโรงเรียน ดังนี้ 1.นมพาสเจอร์ไรส์ถุงละ 6.26 บาท นมยูเอชทีชนิดกล่องกล่องละ 7.75 บาท และนมยูเอชทีชนิดซอง ซองละ 7.45 บาท โดยให้มีผลในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 เป็นต้นไป
นายวัชระ กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้รับทราบหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติในการจัดซื้อนมโรงเรียนและรายชื่อผู้ประกอบการจำหน่ายนมโรงเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-6 ตามแผนการดื่มนมตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.-30 ก.ย.2552 โดยให้ อปท.หรือหน่วยงานจัดซื้อที่เกี่ยวข้อง จัดซื้อนมยูเอชทีจากผู้ประกอบการ 5 รายที่รับผิดชอบการแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด คือ 1.อ.ส.ค. 2.สหกรณ์โคนมหนองโพ จำกัด ในพระบรมราชูปถัมภ์ 3.สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด 4.บริษัท คันทรี เฟรช แดรี่ส์ จำกัด และ 5.บริษัท เชียงใหม่ เฟรชมิลค์ จำกัด ตามมติคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม ครั้งที่ 3/2552 เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2552
ครม.อนุมัติงบอาหารกลางวันร้อยเปอร์เซ็นต์
นายวัชระ แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอให้เด็กนักเรียนทุกคนตั้งแต่เด็กเล็ก เด็กนักเรียนชั้นอนุบาล-ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนที่สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) โรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) โรงเรียนสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน โรงเรียนสังกัดกรมการศึกษานอกโรงเรียน ศูนย์เลี้ยงเด็ก สังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณอาหารกลางวันเต็ม 100 %
ทั้งนี้หมายถึงนักเรียนที่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จากเดิม 60 % และปรับอัตราค่าอาหารกลางวันจากอัตราคนละ 10 บาท ต่อวัน เป็นคนละ 13 บาทต่อวัน โดยให้เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2553 เป็นต้นไป ซึ่งเห็นควรใช้อัตราดังกล่าวในการพิจารณาจัดสรรงบประมาณสนับสนุนอาหารกลางวันในปีงบประมาณ 2553 จะเป็นวงเงินเพิ่มจากที่จัดเตรียมงบประมาณไว้ในปีงบประมาณ 2552 เป็นเงินประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยเพิ่มจากที่กำหนดไว้เดิม 10,526 ล้านบาท เป็น 14,526 ล้านบาท
นอกจากนี้ได้ประสานขอความร่วมมือจากคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่อปท.ในการนำรายได้ของอปท.มาสมทบค่าอาหารกลางวัน เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถช่วยเหลือนักเรียนที่มีภาวะทุพโภชนา



