ข่าว

ร้องรัฐแก้ควันไฟเผาบ่อขยะเดือดร้อนชาวบ้าน-หายใจติดขัด

ร้องรัฐแก้ควันไฟเผาบ่อขยะเดือดร้อนชาวบ้าน-หายใจติดขัด

17 เม.ย. 2555

ปทุมธานี-ชาวบ้าน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับความเดือดร้อนจากควันไฟเผาบ่อขยะขนาดใหญ่ บางรายได้รับผลกระทบระบบทางเดินหายใจแล้ว วอนหน่วยงานรัฐแก้ไขด่วน

          ชาวบ้านตำบลคลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และชาวบ้านตำบลพะยอม อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ที่รับผลกระทบจากควันไฟเผาบ่อขยะ ระบบทางเดินหายใจเริ่มติดขัดแล้ว โดยควันไฟเผาบ่อขยะขนาดใหญ่พื้นที่กว่า 100 ไร่ อยู่ในหมู่ 3 ตำบลพะยอม โดยนางโชติกาญจน์ แก้วบุตรดี เจ้าหน้าที่ อสม.อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ 3 ตำบลพะยอม กล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ ว่าบ่อขยะแห่งนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว โดยครั้งแรกเจ้าของที่ดินได้ขุดหน้าดินไปขาย หลังจากนั้นก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นเห็นแต่รถขยะจากที่ต่างๆนำขยะมาทิ้งในที่แห่งนี้อยู่ตลอด
 
          ถึงขณะนี้ทราบว่าที่ดินผืนนี้ตกเป็นของธนาคารแห่งหนึ่งไปแล้ว แต่ที่ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างมากคือควันไฟ ที่เกิดจากการเผาไหม้ของขยะแห่งนี้ ที่ส่งกระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่เป็นวงกว้าง หลายพันครอบครัว โดยควันไฟเหล่านี้ ก็ไม่ทราบว่าเกิดขึ้นเพราะการลุกไหม้ขึ้นมาเองเพราะอากาศร้อน หรือมีคนมาจุดไฟเผา ซึ่งควันไฟนั้นลอยไปตามลมเป็นวงกว้างรัศมีนับ 10 กิโลเมตร ทั้งในพื้นที่ของอยุธยาและปทุมธานี
 
          นางโชติกาญจน์ กล่าวอีกว่า เคยร้องเรียนไปยัง อบต.พยอม แต่ก็ทำได้เพียงส่งเจ้าหน้าที่มาทำการดับเพลิงที่ลุกไหม้ แต่เป็นเพียงปลายเหตุ เพราะจะมีเพลิงลุกไหม้บ่อขยะแห่งนี้อยู่บ่อยครั้งมาก ซึ้งชาวบ้านจำนวนมากที่รับผลกระทบทางเดินหายใจเริ่มติดขัด จนต้องเข้าโรงพยาบาลแล้วจำนวนหลายคน
 
          ด้านนายนิพนธ์ แก้วธรรม รองนายก อบต.คลองสาม อ.คลองหลวง กล่าวว่า บ่อขยะที่เกิดเหตุแม้จะอยู่ในเขตตำบลพยอม อ.วังน้อย แต่ผลกระทบนั้นได้สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนเป็นวงกว้าง เพราะมีเป็นเขตรอยต่อของ 2 จังหวัด คือ พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี มีเพียงคลองระพีพัฒน์กั้นเท่านั้น เท่าที่ทราบคือความเดือดร้อนจากควันไฟและกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปในอากาศหลายพื้นที่ ทั้ง อ.วังน้อย ก็มีตำบลพะยอม ตำบลลำไทร รวมไปถึงเขต อ.วังน้อย ส่วน จ.ปทุมธานี ที่ได้รับผลกระทบคือ ตำบลคลองสาม ตำบลคลองสี่ และตำบลคลองหนึ่ง อ.คลองหลวง เรียกได้ว่าพื้นที่โดยรอบบ่อขยะแห่งนี้ในรัศมี 10 กิโลเมตรเดือดร้อนหมด มีชาวบ้านนับหมื่นครอบครัวเดือดร้อนกับเรื่องนี้
 
          ทั้งนี้ เคยประสานงานไปยังนายลือชัย แสงเงินอ่อน นายก อบต.พยอม แต่ทราบว่าไม่มีเงินงบประมาณ เพราะงบประมาณส่วนใหญ่นำไปใช้ในเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเมื่อคราวที่แล้ว และเท่าที่ทราบนั้นคงเกินกำลังของ อบต.พยอม เพราะเรื่องนี้ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการแก้ไข จึงอยากให้อำเภอ หรือจังหวัดเร่งเข้ามาแก้ไขดูแลช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเร่งด่วน เพราะเรื่องนี้กระทบต่อชาวบ้านเป็นวงกว้าง