ข่าว

สงกรานต์แบบนี้สิไม่มีวันลืม

สงกรานต์แบบนี้สิไม่มีวันลืม

16 เม.ย. 2555

สงกรานต์แบบนี้สิ! ไม่มีวันลืม

                     ผ่านพ้นปีใหม่สากลมาไม่ทันไร ก็ก้าวสู่ปีใหม่ไทย หรือที่ใครๆ ก็รู้จักดีว่า "วันสงกรานต์" เพราะช่วงเวลานี้นอกจากจะได้หยุดยาวมาราธอน แต่ละคนยังถือโอกาสเริ่มต้นทำเรื่องดีๆ อย่างการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และหวังพรที่ได้รับกลับมานำพาให้ชีวิตเจริญก้าวหน้าทั้งปี และจำนวนไม่น้อยตั้งใจปลดปล่อยเล่นน้ำคลายร้อนเสียให้ฉ่ำ แต่สงกรานต์แบบไหนล่ะที่ประทับใจไม่รู้ลืม

                     ทุกคนปรารถนาความสุขสันต์ในวันพิเศษ "กิ๊ฟ" สรัญทร เตชะไพบูลย์ เล่าว่าทุกปีครอบครัวจะต้องไปเที่ยวเขาใหญ่ เพราะมีบ้านอยู่ที่นั่น ไปกันเป็นครอบครัวใหญ่ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ พี่น้อง และญาติๆ ถือโอกาสพักผ่อนสบายๆ แต่ที่ประทับใจที่สุดคือบางปีคุณพ่อคุณแม่จะชวนเด็กๆ ในบ้านแต่งตัวสีสันสดใส แล้วขับรถไปตามย่านที่มีการเล่นน้ำอย่างถนนข้าวโพด ขับไม่เร็วมาก เพื่อให้คนข้างทางสาดน้ำได้ แต่สำหรับตัวเองจะไม่ชอบให้เปียก จึงไม่ยอมเปิดกระจก (หัวเราะ) ถือเป็นการเล่นสงกรานต์ตามฉบับที่คุณพ่อคุณแม่ชอบ บรรยากาศในรถจึงตลก และขำๆ พร้อมกับยิ้มทักทายคนรอบข้างอย่างมีความสุข

                     ด้านแฟชั่นนิสต้าสาว "แพร" พรรษวสุมา ธรรมวัฒนะ เล่าช่วงเวลาดีๆ ของเทศกาลสงกรานต์แต่ละปีโดยเฉพาะปีที่แล้วสนุกสุดๆ ว่า เมื่อรู้ว่าจะได้หยุดยาวก็นัดแนะญาติๆ และแก๊งเพื่อนซี้ ที่วันทำงานไม่ค่อยได้เจอกัน เช่ารถบรรทุก 4 คันตระเวนเล่นน้ำตามถนนสายสำคัญในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะถนนสีลมที่มีความคึกคักครื้นเครงมาก

                     "ตอนเช้าเรารดน้ำขอพรญาติผู้ใหญ่ พอช่วงสายก็ได้เวลาสนุกสนานตามประสาหนุ่มสาว รถของแพรจะอยู่คันหน้าสุด ติดเครื่องเสียงด้วย ใครอยากเต้นก็เต็มที่ มากัน 50-60 คนได้ เล่นน้ำตลอดทาง พอมาถึงสีลม เรามีเครื่องเสียงก็เปิดเพลงเลย อยู่ดีๆ ทุกคนก็เข้ามาร่วมมาร้องเพลงตามสนุกมาก ช่วงนั้นทุกคนลืมว่าใครสีอะไร เป็นเพื่อนกันหมด แล้วก็มีแก๊งของพี่ๆ พนักงานดับเพลิง เอารถน้ำแล้วฉีดให้ด้วย แต่คนเยอะๆ เราเป็นผู้หญิงก็ต้องเซฟตัวเองเหมือนกัน เพราะถ้าโดนลวนลามก็ต้องโทษตัวเองด้วยที่ไม่ใส่ใจ แพรจะแต่งตัวเล่นสงกรานต์มิดชิด เอาเนื้อผ้าที่แห้งง่าย เวลาเล่นแป้งก็ต้องระวังรู้ทางหนีทีไล่พวกฉวยโอกาส" แพร กล่าว

                     สำหรับหนุ่มนักบริหารรุ่นใหม่ "เอ็กซ์" วิศรุต ส่งเสริมสวัสดิ์ ออกตัวว่าตั้งแต่ทำงานเต็มตัวก็ห่างหายจากการเล่นสงกรานต์ ทว่ายังจดจำความสุขในช่วงเวลานั้นกับเพื่อนๆ ได้ โดยเลือกถนนสีลมเป็นจุดนัดพบเพื่อนๆ แล้วก็เจอกลุ่มเพื่อนที่ไม่ค่อยได้ติดต่อกันอีกด้วย แต่ตอนนี้ความคิดเปลี่ยนไป ช่วงเวลาดีๆ แบบนี้จะเลือกอยู่กับครอบครัวแล้วทำกิจกรรมร่วมกัน

                     "สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ตอนนั้นไปกับเพื่อน 2 คน ก็เล่นไปเรื่อยๆ รู้สึกดีที่เห็นคนยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ตัวเองไม่ค่อยได้สาดน้ำเท่าไหร่เพราะคนเยอะ ทำให้เดินเบียดเสียดกัน แล้วก็มีสาวๆ มาขอประแป้ง ขณะเดียวกันก็พบเห็นการเล่นสงกรานต์แบบเลยเถิด มีการฉวยโอกาสลวนลาม อย่างผู้ชายทำทีเข้าไปขอประแป้งผู้หญิงแต่แอบกอดก็มี จริงๆ ต้องมีมารยาท ถามก่อนว่าประแป้งได้ไหม ให้เขาอนุญาตแล้วค่อยว่ากัน เที่ยวสงกรานต์เสร็จราวเที่ยงคืนก็แวะกินข้าวก่อนกลับบ้าน และไม่ได้เที่ยวต่อเพราะช่วงนี้คิดว่าแต่ละคนคงจะกินดื่มกันเต็มที่จนลืมความปลอดภัย อาจจะมีเรื่องกันได้ หรือโดนลูกหลงได้" หนุ่มไฟแรง เผย

                     เช่นเดียวกับทายาทธุรกิจผลิตวุ้นเส้นรายใหญ่ "แชมป์" ชญาณัตถภัทร์ ตริชอบ บอกว่าตอนที่อายุ 14-15 ปี มีโอกาสตามครอบครัวไป จ.สิงห์บุรี ที่ตั้งโรงงานวุ้นเส้น เลยถือโอกาสเล่นน้ำสงกรานต์แบบชาวบ้าน ได้รดน้ำดำหัวคุณปู่คุณย่า คุณพ่อคุณแม่ และญาติผู้ใหญ่ จากนั้นจึงตระเวนเล่นน้ำในหมู่บ้านอย่างสนุกสนาน

                     "ตอนเด็กๆ ผมชอบเล่นน้ำตอนกลางวัน เพราะไม่ค่อยหนาว เย็นๆ ก็กลับบ้าน แต่พอโตขึ้นมาก็เปลี่ยนไปเล่นกลางคืน มันเย็นๆ สะใจดี (ชอบซาดิสต์ ฮ่าๆ) ที่ประทับใจก็ตอนไปเล่นน้ำสิงห์บุรีครับ วิ่งไล่สาดน้ำ หรือซ้อนจักรยาน มอเตอร์ไซค์เล่นกัน แต่ต้องมั่นใจว่าตัวเองปลอดภัยครับ เป็นช่วงที่มีความสุขมาก แต่ทุกวันนี้หาแบบนั้นยาก หลายอย่างเปลี่ยนไป มีแต่ความเอามัน สะใจ ไม่สุภาพ และลืมสาระสำคัญของเทศกาลนี้ ปีนี้รู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยแชมป์กะจะรอดูสถานการณ์ก่อน มั่นใจว่าปลอดภัยแล้วค่อยออกไปเล่นสงกรานต์ ยังไงก็อยากอวยพรให้ทุกคนสุขสันต์วันปีใหม่ไทย เล่นน้ำด้วยความระมัดระวังนะครับ" แชมป์ บอกอย่างอารมณ์ดี

                     สงกรานต์แต่ละปีมีความประทับใจแตกต่างกัน "นวล" นวลพรรณ โอสถานนท์ เล่าด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มว่าตั้งแต่เด็กๆ เมื่อถึงช่วงเวลานี้ครอบครัวมักอยู่กันพร้อมหน้าปู่ย่าตายาย พ่อแม่ลูก ได้ดำเนินตามวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ และเล่นน้ำกันอย่างสุภาพ บรรยากาศก็เรียบง่าย ไม่คึกคะนองเช่นทุกวันนี้ ระยะหลังๆ มาจึงไม่ได้ออกไปเฮฮาเหมือนคนอื่นๆ แต่จะอยู่กับตัวเอง และเมื่อมีโอกาสก็จะทำสิ่งดีๆ เพื่อความเป็นสิริมงคลเริ่มต้นปีใหม่ไทย

                     "สงกรานต์ปีก่อนไปหาป้าแหม่มที่เลี้ยงหมาเยอะๆ  ย่านฝั่งธนฯ ได้ข่าวว่าบ้านแกไฟไหม้ ต้องการความช่วยเหลือก็นัดเพื่อนๆ เอาเงินเอาของ เอาหนังสือพิมพ์เก่าไปให้ เห็นแกบอกอยากได้ จำได้ว่าระหว่างทางต้องคอยระวังรถกระบะเล่นน้ำสงกรานต์ ก็มีบ้างที่เรียกให้หยุดนะ ถ้อยทีถ้อยอาศัย ก็เป็นความประทับใจ พูดถึงสงกรานต์แม้วันเวลาจะเปลี่ยนไปก็อยากให้นึกถึงบรรยากาศเก่าๆ บ้าง อย่าเอาแต่สนุก อยากให้ผู้ใหญ่ที่มีอำนาจดูแลบริหารจัดการให้ดี อย่างน้อยแต่ละปีเราก็รณรงค์ให้ปลอดแอลกอฮอล์อยู่แล้ว ก็อยากให้ทำให้ดีขึ้น คนรุ่นหลังหรือคนต่างชาติมาเห็นจะได้รู้ว่าสงกรานต์จริงๆ เป็นอย่างไร" สาวสังคม ฝากความหวัง เริ่มต้นให้ดี และมีสติ เชื่อว่าสงกรานต์ครั้งไหนก็จะมีแต่ความประทับใจจนยากจะลืม