ข่าว

รวบแท็กซี่หื่นข่มขื่นผู้โดยสารคารถ

รวบแท็กซี่หื่นข่มขื่นผู้โดยสารคารถ

15 เม.ย. 2555

ตร.คันนายาว รวบแท็กซี่หื่นข่มขื่นผู้โดยสารสาวคารถ สารภาพดื่มเหล้าจนเมาได้ที่ ก่อนมาเจอเหยื่อจึงเกิดมีอารมณ์ทางเพศ

                    15 เม.ย.55 พ.ต.อ.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผกก.สน.คันนายาว พ.ต.ท.ศักดิ์ชาย สุวรรณนุกูล สว.สส.สน.คันนายาว และชุดสืบสวนสน.คันนายาว แถลงข่าวจับกุมนายพิพัฒน์ หอมจันทร์ หรือกุ๊ก อายุ 40 ปี อาชีพคนขับแท็กซี่ ผู้ต้องหาคดีข่มขืน โดยถูกจับได้พร้อมของกลาง รถแท็กซี่โตโยต้าสีชมพู หมายเลขทะเบียน ทม 4664 กทม. 1 คัน มีดปังตอ 1 เล่ม เชือก 1 เส้น เสื้อกั๊กหนังสีดำ 1ตัว กระเป๋าใส่เครื่องสำอาง ยกทรงสีดำ 1 ชิ้นโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง

                    พ.ต.อ.ไพศาล กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 23.45 น. วันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.คันนายาวรับแจ้งเหตุจากนางสาวเอ(นามสมมุติ) อายุ 32 ปี ว่าถูกคนขับรถแท็กซี่ข่มขืน ที่ริมถนนเลียบกาญจนาภิเษก ใกล้ปากซอยกาญจนาภิเษก 6/1 แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กทม. ก่อนที่จะขับรถหลบหนีไปแต่นางสาวเอจำหมายเลขทะเบียนรถไม่ได้ เพียงแต่จำรูปร่างคนร้ายได้เท่านั้น ว่าคนร้ายใส่หมวกแก๊บ รูปร่างผอม ซึ่งเจ้าหน้าที่สงสัยว่าจะเป็นนายพิพัฒน์ หอมจันทร์ ซึ่งมีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และถูกเจ้าหน้าที่จับตาดูความเคลื่อนไหวอยู่ จึงนำนางสาวเอและกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบที่หมู่บ้านเอื้ออาทรปัญญาอินทรา ถนนปัญญา - อินทรา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. ก็พบนายพิพัฒน์กำลังขับรถแท๊กซี่ สีชมพู ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน ทม 4664 กทม. ออกจากหมู่บ้านลักษณะคล้ายเตรียมจะหลบหนี แต่นางสาวเอ จำรถและหน้าตานายพิพัฒน์ได้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมและตรวจค้น ซึ่งนายพิพัฒน์ก็ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือข่มขืนนางสาวเอ จึงจับกุมตัวมาดำเนินคดี

                    ด้านนางสาวเอกล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ตนได้นั่งรถแท็กซี่ที่มีนายพิพัฒน์เป็นคนขับ จากร้านสปา กระเช้าสีดา แยกคลองสอง จ.ปทุมธานี เพื่อไปหาญาติที่ย่านงามวงศ์วาน จากนั้นนายพิพัฒน์ก็ขับรถพาตนมาตามเส้นทางถนนเลียบถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นเส้นทางที่มืดและเปลี่ยว พอมาถึงแถวริมถนนกาญจนาภิเษก ใกล้ปากซอยกาญจนาภิเษก 6/1 จากนั้นก็จอดรถแล้วทำทีเป็นอ้างว่าได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังพร้อมกับหันมาถามตนที่นั่งเบาะหลังว่า ใช่เสียงโทรศัพท์ของตนหรือไม่ จากนั้นก็ทำทีเป็นค้นพบว่าเป็นโทรศัพท์ของตนเองที่ดัง พร้อมกับขอถอยรถเข้าไปในที่มืดเพื่อรับโทรศัพท์ ซึ่งตอนนั้น ตนก็เริ่มเอะใจเนื่องจากเห็นว่าผิดปกติ แต่ก็ยังไม่กล้าพูดอะไรเนื่องจากรู้สึกกลัว แต่หลังจากที่นายพิพัฒน์ถอยรถเข้าที่มืดแล้ว กลับคว้ามีดปังตอที่เก็บอยู่ในคอนโทรลเกียร์ขึ้นมาจ่อที่คอของตน แล้วเอนเบาะคนขับและข้ามมาหาตน จากนั้นบังคับให้ตนถอดเสื้อผ้า พร้อมกับใช้เชือกมัดมือของตน แต่เนื่องจากตนมีท่าทางขัดขืนนายพิพัฒน์จึงใช้มีดตัดยกทรงของตนจนขาดแล้วนำมัดปากของตนอีกทีเพื่อไม่ให้ส่งเสียง จากนั้นก็จับให้ตนนอนลงกับเบาะหลังแล้วลงมือข่มขืนใช้อวัยวะเพศสอดใส่ปู้ยี้ปู้ยำ จนสำเร็จความใคร่ไป 1 ครั้ง

                    ซึ่งระหว่างที่กระทำนั้นตนก็ขัดขืนแต่กลับถูกนายพิพัฒน์ใช้สันมีดทุบเข้าที่กกหูอย่างแรง 1ครั้ง พร้อมกับใช้ด้านข้างของมีดตบเข้าที่ขาเพื่อไม่ให้ตนดิ้นอีก 1 ครั้ง แต่เท่านั้นยังไม่พอเมื่อสำเร็จความใคร่ นายพิพัฒน์ยังจับตนให้นอนคว่ำแล้วบังคับให้ตนใช้ปากอมอวัยวะเพศจนตนเองสำเร็จไปอีก 1 ครั้งด้วย หลังจากนั้น นายพิพัฒน์ก็ชิงกระเป๋าสะพายที่ใส่เครื่องสำอางและกระเป๋าของตนไป ข้างในมีเงินสดอยู่ 2,700 บาท โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง แล้วบังคับให้ตนลงจากรถ พร้อมกับข่มขู่ว่าถ้าไม่ลงจะจับกดน้ำ แล้วเอามีดปักอกตน ตนจึงต้องลงจากรถในสภาพที่ไม่ใส่เสื้อผ้าแล้วนายพิพัฒน์ก็ขับรถหลบหนีไป ตนจึงปีนข้ามรั้วกำแพงเพื่อข้ามมายังริมถนนกาญจนาภิเษกเพื่อเรียกให้คนช่วย จนมีพลเมืองดีเห็นและโทรศัพท์เรียกตำรวจมาช่วยเอาไว้

                    นางสาวเอ กล่าวอีกว่า ขอฝากเตือนไปยังผู้หญิงคนอื่นๆ ว่าให้ระมัดระวังเวลาขึ้นรถแท็กซี่ ให้จำหมายเลขทะเบียนเอาไว้ เนื่องจากภัยสามารถเกิดขึ้นได้รอบตัว

                    ด้านนายพิพัฒน์ รับสารภาพว่า ในวันก่อเหตุตนได้ดื่มเหล้าที่ด้านหน้าโลตัสใกล้กับซาฟารีเวิลด์ แล้วขับรถไปเติมแก๊ส แต่พบนางสาวเอก่อนจึงเกิดมีอารมณ์ทางเพศขึ้นมา เลยพานางสาวเอขับรถวนไปตามถนนเลียบถนนกาญจนาเนื่องจากเป็นที่มืดและเปลี่ยว พอสบโอกาสจึงบังคับให้เหยื่อถอดเสื้อผ้าและสำเร็จความใคร่จนสาสม จึงปล่อยตัวไป ครั้งนี้ตนเพิ่งก่อเหตุเป็นครั้งแรก ส่วนมีดปังตอที่อยู่ในรถนั้น ตนเอาไว้ใช้เป็นอุปกรณ์ซ่อมรถเวลารถเสีย เช่นยางแตก

                    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าว นายพิพัฒน์ยังคงอยู่ในอาการมึนเมา พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง และมีอาการโมโหเมื่อถูกสอบปากคำ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาพกพาอาวุธเพื่อชิงทรัพย์ และข่มขืนกระทำชำเรา พร้อมนำตัวดำเนินคดีต่อไป