
พลังประชาชนกับความยุติธรรม
พลังประชาชนกับความยุติธรรม : วิถียุติธรรม โดย... ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ
2-3 วันก่อนมีผู้หยิบยกประเด็นการสนับสนุนให้ประชาชนมีศักยภาพหรือความสามารถในการแสวงหาความยุติธรรมด้วยกันเองในระดับชุมชนให้ได้ โดยตั้งเป้าหมายให้มีการสื่อสารและการวางแผนงานให้ชัดเจนเลยว่าด้วยวิธีนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบงานยุติธรรมของเรา และมีเหตุผลที่เรียกว่าเป็นการปฏิรูปก็เพราะว่าต้องการปรับเปลี่ยนวิธีคิดและวิถีการดำรงชีวิตโดยเฉพาะในเรื่องการไขว่คว้าหาความยุติธรรมในชีวิตประจำวันเสียใหม่
การถกเถียงกันในวงสนทนาเป็นไปอย่างเคร่งเครียดเริ่มตั้งแต่ว่าเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ถึงขนาดจะฮึกเหิมเรียกว่าเป็นการปฏิรูปเพราะเป็นที่รับรู้กันอยู่ว่า การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทกันในหมู่ชาวบ้านนั้นมีมานานแล้วและบางส่วนก็ยังคงมีให้เห็นได้สัมผัสกันอยู่กระจายทั่วไป นอกจากนั้นชาวบ้านยังมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนมีชื่อเรียกขานกันเองหรือเป็นที่รู้จักทั่วไปในการเรียกร้องหรือทวงสิทธิ รวมทั้งการคัดค้านวิธีคิดหรือการทำงานของภาครัฐอยู่อย่างสม่ำเสมอ หรือแม้ตัวบทกฎหมายเองที่ไล่ไปตั้งแต่รัฐธรรมนูญก็มีการกำหนดสิทธิเสรีภาพและหน้าที่ของรัฐในการที่จะต้องส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและมีศักยภาพในการแสวงหาความยุติธรรมไม่ว่าจะเป็นการเข้าชื่อกันเสนอกฎหมาย หรือการมีอำนาจในการจัดการความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นหรือชุมชนของตนเองได้
อย่างไรก็ตามที่ย้ำเน้นว่าเป็นการปฏิรูปเพราะต้องการทุ่มเทในการกระตุ้นให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยเกิดความตระหนักในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ว่าเราคือศูนย์กลางของการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่จะลุกขึ้นมาทำเองโดยลำพังและประกาศว่าได้ปฏิรูประบบงานยุติธรรมแล้ว
วิถีชีวิตแบบชาวบ้านที่มีรากเหง้าของการอำนวยความยุติธรรมด้วยกันเองในหมู่บ้านควรได้รับการต่อยอดด้วยการสนับสนุนจากรัฐให้เกิดความเป็นระบบที่ชัดเจนมากพอที่จะทำให้ทุกคนมั่นใจและเชื่อมั่นได้ว่าความยุติธรรมไม่ต้องไปหาไกลจากชุมชนหรือในหมู่บ้าน หรือสามารถดำเนินการกันเองได้ในเครือข่ายของชาวบ้านที่มีความเชี่ยวชาญและทักษะ รวมทั้งมีความสนใจและทำกิจกรรมในด้านนั้นๆ กันอยู่แล้ว
การพัฒนาด้วยการต่อยอดและการสนับสนุนจากรัฐควรมีมาหลายทิศหลายทางไม่ว่าจะเป็นการออกตัวบทกฎหมายรับรองบทบาทหน้าที่ของประชาชนในเรื่องนี้ให้สอดคล้องกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่พูดเรื่องนี้อยู่บ้างแล้ว หรือแม้กระทั่งการดำเนินการพัฒนาศักยภาพให้ชาวบ้านได้รู้กฎหมายเบื้องต้นที่จำเป็นแก่การดำรงชีวิตของแต่ละภาคหรือแต่ละเมืองก็ตาม โดยต้องไม่ลืมให้มีการแทรกบทบาทของผู้หญิงให้อยู่ในทุกที่และทุกเรื่องด้วย และที่สำคัญวิธีการงบประมาณของแผ่นดินจะต้องมีการพัฒนาเพื่อให้เงินถึงมือชาวบ้านโดยตรงได้มากขึ้น โดยต้องมีการตรวจสอบการใช้เงินกันอย่างโปร่งใสด้วย
ที่สำคัญอีกประเด็นหนึ่งก็คือการหาสัดส่วนที่เหมาะสมของการกระจายอำนาจด้านงานยุติธรรมให้แก่องค์กรเครือข่ายประชาชน และการหารูปแบบที่สอดคล้องกับวิถียุติธรรมของไทยที่มีการพัฒนาระบบศาลยุติธรรมและศาลต่างๆ มาก่อนแล้วเป็นเวลานานจนเป็นที่ยอมรับและเคารพกันว่าเป็นสถาบันทางสังคมที่มีมาช้านาน การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงจึงควรอยู่ในกรอบทิศทางที่เป็นการต่อยอดที่มีการจัดให้เป็นระบบที่เคียงคู่ไปกับอำนาจตุลาการของศาลไม่ใช่เป็นการแทนที่บทบาทของศาลยุติธรรม
ประเด็นสำคัญที่สุดคงอยู่ที่ตัวประชาชนเองที่จะต้องมองเห็นความสำคัญและความสามารถของตัวเองในการร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาชุมชนของตนให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งอย่างน้อยที่สุดคือการป้องกันอาชญากรรมและการช่วยเหลือให้โอกาสผู้ที่เคยกระทำผิดแล้วกลับตัวกลับใจคืนสู่ชุมชนอีกครั้งไม่ว่าจะเป็นการให้มีงานทำหรือมีอาชีพติดตัวไม่หันกลับไปกระทำผิดซ้ำอีกครั้ง
คงไม่เป็นการเพ้อเจ้อคิดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่เมื่อคิดจะเสริมพลังประชาชนต้องถามประชาชนว่าเห็นอย่างไร
.............................
(หมายเหตุ พลังประชาชนกับความยุติธรรม : วิถียุติธรรม โดย... ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ)



