ข่าว

ปมหักมรดกที่ดินพันฆ่าสาวใหญ่ระยอง

ปมหักมรดกที่ดินพันฆ่าสาวใหญ่ระยอง

16 เม.ย. 2555

ปมหักมรดกที่ดินพันฆ่าสาวใหญ่ระยอง : ตะลุยข่าว โดย... อัจฉรา วิเศษศรี

          หยดเลือดที่พบบริเวณหน้าห้องนอน และรอยบวมปูดบริเวณศีรษะของนางปาริชาด ถาวรวงษ์ อายุ 58 ปี ซึ่งพบกลายเป็นศพสภาพหัวทิ่มในถังน้ำภายในห้องน้ำบ้านพักเลขที่ 96 หมู่ 5 ต.นาตาขวัญ อ.เมือง จ.ระยอง ทำให้บรรดาญาติๆ เชื่อโดยสนิทใจว่าหญิงสูงวัยรายนี้น่าจะเสียชีวิตเพราะถูกฆาตกรรมมากกว่าอุบัติเหตุอย่างที่ตำรวจสันนิษฐานภายหลังจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ
 
          คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 เมษายน  พ.ต.ท.ดำรงรักษ์ มะลิทอง สว.สส.สภ.เมืองระยอง พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุกิตติ ไสวเกียรติ ผกก.สภ.เมืองระยอง รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตภายในบ้านพักกลางสวนผลไม้ เลขที่ 96 หมู่ 5 ต.นาตาขวัญ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบนางปาริชาด เจ้าของบ้านเสียชีวิตอยู่ภายในห้องน้ำ สภาพศพหัวทิ่มลงไปในถังน้ำขนาดสูงจากพื้นประมาณ 50 เซนติเมตร และบรรจุน้ำเกือบเต็มถัง
 
          จากการตรวจสอบพบผ้าเช็ดเท้าคลุมอยู่ที่ศีรษะของผู้ตาย โดยศีรษะด้านซ้ายมีรอยบวมปูด มีคราบเลือดออกทางจมูก สภาพศพคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 8-9 ชั่วโมง ที่หน้าห้องนอนพบคราบเลือดแห้งกรัง ขณะที่ภายในห้องนอนมีมุ้งกางอยู่ เช่นเดียวกับโทรทัศน์ที่ยังเปิดอยู่ และไม่พบร่องรอยรื้อค้น หรือร่องรอยการต่อสู้
 
          ตำรวจสอบสวน น.ส.ฐิติวราดา ถาวรวงษ์ อายุ 34 ปี บุตรสาวผู้ตาย ซึ่งพบศพเป็นคนแรก ทราบว่า ผู้ตายพักอาศัยอยู่ภายในบ้านหลังเกิดเหตุตามลำพังมานานหลายปี ป่วยเป็นอัมพฤกษ์อวัยวะต่างๆ ด้านซ้ายของร่างกายไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และป่วยด้วยโรคประจำตัวอีกหลายโรค ก่อนพบศพได้แวะมาเยี่ยมผู้ตายที่บ้าน พบบ้านปิดประตูหน้าต่างสนิท แต่ได้ยินเสียงโทรทัศน์ยังเปิดใช้งานอยู่ จึงเคาะประตูเรียกแต่ไม่มีใครเปิดประตู จึงตัดสินใจงัดหน้าต่างเข้ามาในบ้านพบผู้ตายเสียชีวิตแล้ว
 
          "ในเบื้องต้นเชื่อว่าผู้ตายอาจเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ โดยขณะดูโทรทัศน์อาการป่วยอาจกำเริบทำให้เลือดกำเดาไหล หรืออาจล้มหัวฟาดจนเลือดไหล แล้วพยายามเดินเข้าห้องน้ำเพื่อล้างเลือดขณะก้มตักน้ำในถังอาจลื่นจนหัวทิ่มลงไปในถังน้ำ ซึ่งผู้ตายป่วยเป็นอัมพฤกษ์อวัยวะต่างๆ ใช้งานไม่สะดวก จึงอาจทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้จึงเสียชีวิต" พ.ต.ท.ดำรงรักษ์สันนิษฐาน
 
          ขณะที่นายยงยุทธ ถาวรวงษ์ บุตรชายคนโตของผู้ตาย ไม่ปักใจเชื่ออย่างที่ตำรวจสันนิษฐาน และเชื่อว่ามารดาน่าจะถูกฆาตกรรมมากกว่า เพราะพบหยดเลือดบนที่ห้องนอน อีกทั้งสภาพศพมีรอยบวมปูดที่ศีรษะด้านซ้ายคล้ายถูกทำร้าย ที่สำคัญคือหลังเกิดเหตุโทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกียของผู้ตายหายไป
 
          "บ้านผมห่างจากบ้านแม่ประมาณ 200 เมตร เคยขอให้แม่ย้ายมาอยู่ด้วยแต่แม่ไม่ยอมเพราะห่วงบ้านหลังเกิดเหตุมาก ผมและภรรยาจึงแวะเวียนไปหาเสมอพร้อมทั้งทำอาหารไปส่งให้วันเว้นวัน เพราะแม่สามารถหุงข้าวกินเองได้ อีกทั้งแม่ยังมีเพื่อนรายหนึ่งแวะเวียนมาดื่มสุราด้วยเป็นประจำ และเคยทะเลาะกับแม่ พร้อมทั้งลงมือทำร้ายร่างกายโดยการจับหัวโขกกับพื้น ซึ่งหลังแม่เสียชีวิตคนคนนี้ได้หายไป ซึ่งอยากให้ตำรวจตามตัวมาสอบสวน" นายยงยุทธกล่าว
 
          อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุตำรวจได้สอบสวนขยายผล และทราบข้อมูลในเบื้องต้นว่าก่อนผู้ตายเสียชีวิตไม่นาน ได้โอนทรัพย์สินคือที่ดินให้แก่บุตรชายคนโตจำนวน 10 ไร่ ขณะที่โอนที่ดินให้แก่ลูกสาวคนเล็กเพียง 1 ไร่เศษ จนทำให้เกิดการโต้แย้งกันระหว่างสองพี่น้อง ซึ่งในประเด็นนี้ตำรวจให้น้ำหนักพอสมควร
 
          "ทราบจากญาติว่าลูกชายและลูกสาวผู้ตายกำลังมีปัญหากระทบกระทั่งกัน หลังจากไม่พอใจที่ผู้ตายโอนที่ดินให้ไม่เท่ากัน ซึ่งต้องขยายผลให้กระจ่างว่าการโอนที่ดินนั้นเป็นไปด้วยความสมัครใจของผู้ตายเองหรือถูกบังคับหรือไม่ ส่วนเพื่อนผู้ตายที่ลูกชายอ้างว่าเคยแวะเวียนมาดื่มเหล้าด้วยแล้วใช้กำลังทำร้ายร่างกายก่อนจะหายตัวไปนั้น จะเรียกตัวมาสอบถามเพื่อความกระจ่างต่อไป" แหล่งข่าวในชุดสืบสวน สภ.เมืองระยองเปิดเผย
 
          แม้ในเบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าการเสียชีวิตของนางปาริชาดจะเกิดจากอุบัติเหตุ แต่ไม่ได้ตัดประเด็นฆาตกรรมอำพรางทิ้ง หลังเกิดเหตุได้เก็บหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ ทั้งรอยคราบเลือด และลายนิ้วมือแฝงภายในบ้านไปตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งหากพบพยานหลักฐานใดที่น่าสงสัยก็จะขยายผลอย่างละเอียดเพื่อให้เกิดความกระจ่างต่อไป
.............................
(หมายเหตุ ปมหักมรดกที่ดินพันฆ่าสาวใหญ่ระยอง : ตะลุยข่าว โดย... อัจฉรา วิเศษศรี)