ข่าว

'แผ่นดินไหว'ผบช.8เก้าอี้สะท้าน

'แผ่นดินไหว'ผบช.8เก้าอี้สะท้าน

15 เม.ย. 2555

ผบช.8...เก้าอี้สะท้าน ตั้งศูนย์รับมือ "แผ่นดินไหว" : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ท.สันติ เพ็ญสูตร ผบช.ภ.8 โดย พัฐอร พิจารณ์โสภณ

            เหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 8.6 ริกเตอร์ บริเวณนอกชายฝั่งทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 11 เมษายน ซึ่งแรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ในหลายจังหวัดของประเทศไทยและมีการแจ้งเตือนคลื่นยักษ์สึนามิใน 6 จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน คือ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ทั้งนี้ จ.ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.สันติ เพ็ญสูตร ผบช.ภ.8 สั่งจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันที
   
            สถานการณ์วันนั้นเป็นไปด้วยความโกลาหลและลุ้นระทึก แต่หลังจากสถานการณ์คลี่คลายและเป็นที่แน่ชัดว่าแผ่นดินไหวใหญ่ครั้งนี้ไม่ทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิพัดถล่มประเทศไทยอย่างแน่นอน แผนการการช่วยเหลือประชาชนในวันนั้นจึงเปรียบเสมือนการซ้อมใหญ่ ส่วนแผนการการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์วิกฤติของตำรวจภูธรภาค 8 ในวันนั้นมีประสิทธิภาพเป็นที่น่าพอใจหรือไม่ พล.ต.ท.สันติตอบคำถามได้ดีที่สุด
 

หลังเกิดแผ่นดินไหวและมีคำเตือนสึนามิ ตำรวจภูธรภาค 8 เตรียมรับมืออย่างไรบ้าง
   
            ทุกครั้งที่มีแผ่นดินไหวในทะเลอันดามัน ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เป็นพื้นที่ลำดับแรกๆ ที่จะมีการประกาศอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่ง ทุกครั้งจะเป็นไปด้วยความโกลาหล ตำรวจเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือประชาชน ซึ่งในครั้งนี้ทันทีที่มีประกาศเตือนภัยผมได้สั่งจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (ศปก.บช.ภ.8) ขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์บัญชาการในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงพิบัติภัย พร้อมทั้งให้ บก.ภ.จว.ระนอง พังงา และกระบี่ จัดตั้งศูนย์อำนวยการขึ้นมาเพื่อเป็นหน่วยงานหน้าด่านในการช่วยเหลือประชาชนในแต่ละจังหวัด และรับคำสั่งโดยตรงจาก ศปก.บช.ภ.8


ศปก.บช.ภ.8 และศูนย์อำนวยการตำรวจภูธรจังหวัดที่ตั้งขึ้นมีหลักการทำงานอย่างไร
   
            ศปก.ภ.8 ตั้งอยู่บนชั้น 2 อาคารสำนักงานกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 มีหน้าที่ติดตามและประเมินสถานการณ์ และบริหารสั่งการการช่วยเหลือประชาชน หลักการทำงานคล้ายๆ กับเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา โดย ศปก.ภ.8 จะเป็นศูนย์กลางในการติดต่อประสานงานกับศูนย์อำนวยการภูธรจังหวัดต่างๆ เพื่อสั่งการให้ตำรวจในพื้นที่ประสบภัยออกช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยการช่วยเหลือนั้นมีตั้งแต่การอำนวยความสะดวกด้านจราจรไม่ให้เกิดการสับสนอลหม่าน และทำทุกทางที่จะช่วยอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย รวมถึงหากเกิดเหตุร้ายจริงๆ ตำรวจต้องช่วยชีวิตประชาชนให้ได้มากที่สุด


หากให้ประเมินการทำงานของตำรวจในวันที่ 11 เมษายน ถือว่าสอบผ่านหรือไม่
   
            โดยรวมถือว่าสอบผ่านนะ ในหน้าที่ที่รับผิดชอบของตำรวจถือว่าทำได้ดีระดับหนึ่ง แต่มีอุปสรรคอยู่บ้างเรื่องการสื่อสาร เพราะโทรศัพท์ในหลายพื้นที่ไม่สามารถใช้การได้ โดยเฉพาะที่ภูเก็ตไม่สามารถติดต่อโทรศัพท์ได้ ซึ่งต้องปรับแผนมาใช้การติดต่อสั่งการทางวิทยุสื่อสารแทน ซึ่งก็ทำได้ดีทั้งการช่วยเหลืออพยพประชาชน การอำนวยความสะดวกด้านจราจร รวมถึงการดูแลทรัพย์สินของประชาชนที่อพยพออกจากบ้านเรือน ปรากฏว่าไม่มีปัญหา


เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้เปรียบเสมือนการซ้อมใหญ่หลังจากนี้จะมีการเตรียมแผนอะไรเป็นพิเศษในการรับมือกับภัยพิบัติ
    
            ในแต่ละจังหวัดที่เคยเกิดเหตุสึนามินั้นเรามีแผนปฏิบัติการช่วยเหลืออยู่แล้ว เราเป็นกองบัญชาการที่มีหน้าที่คอยสนับสนุน อุปกรณ์ กำลังคนที่จะนำไปเสริม เหมือนเหตุการณ์ในหลายๆ เหตุการณ์ที่ต้องมีการตั้งศูนย์เพื่อคอยสนับสนุนตามแผนหลักที่มีอยู่แล้ว ถ้าไปสั่งเพิ่มเติมที่มากกว่าแผนที่มีแล้วอาจทำให้เกิดความซ้ำซ้อนและเกิดความวุ่นวายได้  หากเกิดเหตุจริงๆ ในวันนั้นเราก็ได้ให้มีการเตรียมกำลังจาก จ.นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และจังหวัดใกล้เคียงให้พร้อม เพื่อเตรียมส่งกำลังไปช่วย แล้วอุปกรณ์ที่มีอยู่ก็มีเสื้อชูชีพ เรือ อุปกรณ์กู้ภัยต่างๆ ที่เราเตรียมไว้อยู่แล้ว เพราะในพื้นที่ภูธรภาค 8 ประสบภัยน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ อุปกรณ์เหล่านี้จึงมีพร้อมอยู่แล้ว ส่วนที่เตรียมไว้เป็นพิเศษคือการช่วยกู้ภัยทางอากาศ ซึ่งได้เตรียมเฮลิคอปเตอร์ไว้พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อออกช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที


ในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 8 นอกจากปัญหาโจรผู้ร้ายแล้วยังมีภัยพิบัติทางธรรมชาติรวมอยู่ด้วย ตำรวจมีการปรับเปลี่ยนการทำงานอย่างไรบ้าง
    
            ต้องยอมรับว่าภัยพิบัติที่เกิดจากธรรมชาติระยะนี้เกิดถี่ขึ้น ตำรวจเองต้องทันสถานการณ์ ต้องพร้อมที่จะช่วยเหลือประชาชนเพราะเราคือผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แต่ที่ผ่านมาเรามักจะขาดอุปกรณ์ในการรับมือกับภัยพิบัติ หลังจากนี้คงต้องจัดเตรียมไว้ให้มากขึ้น รวมทั้งคงต้องฝึกอบรมให้ความรู้กับตำรวจเกี่ยวกับการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติให้มากขึ้น ที่น่าเป็นห่วงคือปัญหาโจรผู้ร้ายที่จะฉวยโอกาสขโมยทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่อพยพ ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของตำรวจที่จะต้องหาทางป้องกัน แต่ที่ผ่านมากำลังเรามีน้อยซึ่งคงต้องเตรียมการไว้
   
            ผมคิดเสมอว่าเมื่อมารับตำแหน่ง ผบช.ภ.8 อาจต้องเจอกับภัยพิบัติธรรมชาติ แต่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และเมื่อมารับตำแหน่งยังไม่ทันไรก็เกิดแผ่นดินไหวใหญ่มีประกาศเตือนสึนามิ ขณะเกิดเหตุผมอยู่ใน จ.สุราษฎร์ธานี ยังรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน รู้สึกเหมือนนั่งบนเก้าอี้โยก สักประมาณ 10 นาที โชคดีที่ไม่มีสึนามิพัดเข้าหาชายฝั่ง ตอนเกิดเหตุผมห่วงชาวบ้านในพื้นที่เพราะไม่รู้ว่าแต่ละคนอยู่ที่ไหนกันบ้าง เพราะแผ่นดินไหวไม่มีการเตือนก่อนล่วงหน้า บางคนไปอยู่ตามเกาะต่างๆ อาจจะไม่ได้รับฟังข่าวสาร หากเกิดเหตุสึนามิจริงๆก็กลัวว่าจะมีการสูญเสียเกิดขึ้นมาก หลังจากนี้คงต้องฝึกซ้อมแผนการรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติให้มากขึ้น โดยอาจต้องฝึกซ้อมและให้ความรู้เกี่ยวกับการเผชิญเหตุการณ์ขณะเกิดภัยพิบัติให้กับตำรวจในพื้นที่เสี่ยงภัยมากขึ้น เพื่อให้พวกเขาพร้อมที่จะช่วยเหลือประชาชนทุกเวลา

...........

(หมายเหตุ : ผบช.8...เก้าอี้สะท้าน ตั้งศูนย์รับมือ "แผ่นดินไหว" : สัมภาษณ์พิเศษ  พล.ต.ท.สันติ เพ็ญสูตร  ผบช.ภ.8 โดย พัฐอร พิจารณ์โสภณ)