
โภชนาการดีมีสิทธิ์ไม่เป็นภูมิแพ้
โภชนาการดีมีสิทธิ์ไม่เป็นภูมิแพ้
ผลจากการวิจัยล่าสุดของประเทศไทยระบุว่า อาการแพ้นมวัวในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ก่อให้เกิดค่ารักษาต่อคนต่อปีถึงกว่า 60,000 บาท คิดเป็นราว 24 เปอร์เซ็นต์ของรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน จึงเป็นที่มาของการจัดสัมมนาเชิงวิชาการเรื่อง “กันไว้ดีกว่าแก้ ภาระโรคภูมิแพ้ขจัดได้” เพื่อนำเสนอผลการศึกษาเกี่ยวกับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรักษาโรคภูมิแพ้ในเด็กแรกเกิด ถึงอายุ 5 ปี ซึ่งทำขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมแนะแนวทางวิธีในการป้องกันโรคภูมิแพ้ ด้วยโภชนาการที่เหมาะสม โดยมี รศ.พญ.จรุงจิตร์ งามไพบูลย์ หัวหน้าหน่วยโรคภูมิแพ้และวิทยาภูมิคุ้มกัน ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นวิทยากรรับเชิญ และ เมลิสซ่า ไอซัน ผอ.ฝ่ายการตลาดนมผงทารกและเด็กเล็ก บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ให้การต้อนรับ
รศ.พญ.จรุงจิตร์ กล่าวว่า จากข้อมูลของจำนวนเด็กอายุ 0-5 ปี ในปี 2553 พบว่ามีโรคภูมิแพ้ประมาณ 1.8 ล้านคนในประเทศไทย ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาสูงถึง 27,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5 เปอร์เซ็นต์ของรายจ่ายด้านสุขภาพโดยรวมของประเทศ ซึ่งการรักษาภาวะโรคภูมิแพ้ส่วนใหญ่มีเป้าหมายเพื่อควบคุมอาการและป้องกันการเป็นซ้ำ จึงมีความจำเป็นต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ถ้ายังไม่สามารถจัดการต้นเหตุที่ทำให้เกิดอาการได้ ดังนั้น การป้องกันโรคภูมิแพ้ตั้งแต่เริ่มแรกจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
"เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคภูมิแพ้ องค์การอนามัยโลก (พ.ศ. 2546) แนะนำให้เลี้ยงทารกด้วยน้ำนมมารดาอย่างน้อย 6 เดือนแรกของชีวิต เนื่องจากนมแม่เป็นสารอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก พร้อมทั้งยังประกอบไปด้วยจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี รวมไปถึงสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนที่ทารกพึงจะได้รับ และมีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้ได้ นอกจากนี้ข้อมูลจากการวิจัยยังระบุว่า เด็กที่ได้รับนมผงสูตรพิเศษเอช.เอ. (H.A.) ที่มีส่วนผสมของโปรตีนเวย์ 100 เปอร์เซ็นต์ ผ่านการย่อยบางส่วน อย่างน้อย 4 เดือนนั้นมีโอกาสเกิดโรคภูมิแพ้ (ผื่นแพ้ผิวหนัง) ต่ำกว่าเด็กที่ได้รับนมวัวสูตรปกติประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นในกรณีที่แม่ไม่สามารถให้นมลูกได้ ควรเลือกนมผงสูตรพิเศษเอช.เอ. ที่ได้รับการรับรองทางการแพทย์ว่ามีผลลัพธ์ในเชิงป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้อย่างมีประสิทธิภาพ” รศ.พญ.จรุงจิตร์ กล่าวเสริม



