ข่าว

จีน-ฮ่องกงพบผู้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัด2009เป็นรายที่2

จีน-ฮ่องกงพบผู้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัด2009เป็นรายที่2

13 พ.ค. 2552

จีนยืนยันผู้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เป็นรายที่ 2 แล้ว ขณะที่ฮ่องกงก็ยืนยันมีติดเป็นรายที่ 2 เช่นกัน สธ. สั่งปรับเกณฑ์ใช้ “ยาโอเซลล์ทามีเวียร์” ให้เฉพาะผู้ป่วยที่ผลแลปยันพบเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ หลัง “ฮู” ออกโรงเตือนหวั่นภาวะดื้อยา ข

กระทรวงสาธารณสุขจีนแถลงในวันนี้ว่า ผลการตรวจนักเรียนชายวัย 19 ปี ในมณฑลชานตง ที่เพิ่งเดินทางกลับจากแคนาดาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสเอ เอช 1 เอ็น 1 หลังจากที่เขาถูกขึ้นบัญชีอยู่ในข่ายสงสัยว่าจะติดเชื้อก่อนหน้านี้ ทำให้เป็นผู้ติดเชื้อรายที่สองของจีนแผ่นดินใหญ่ หลังชายวัย 30 ปีนามสกุล"เปา"ป่วยด้วยไวรัสชนิดนี้หลังเดินทางไปสหรัฐแต่หายเป็นปกติแล้ว

นายลู่ เดินทางมากับเที่ยวบิน AC 029 ของสายการบินแอร์ แคนาดา ถึงกรุงปักกิ่งเมื่อวันศุกร์ และนั่งรถไฟจากกรุงปักกิ่งไปยังเมืองจี้หนาน มณฑลซานตงเมื่อวันจันทร์  เขาเริ่มมีอาการป่วยขณะอยู่บนรถไฟและถูกกักโรคทันทีที่ถึงเมืองจี้หนาน ขณะที่แพทย์ได้นำตัวคนที่สัมผัสใกล้ชิดนายลู่เข้ารับการเฝ้าสังเกตอาการแล้ว และเจ้าหน้าที่กำลังติดตามหาผู้โดยสารที่เดินทางมาเครื่องบินและรถไฟเที่ยวเดียวกับเขา 

ฮ่องกงยืนยันผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เป็นรายที่ 2

หัวหน้าศูนย์ป้องกันสาธารณสุขฮ่องกง นาย โทมัส ชาง ยืนยันในวันนี้ว่า ผู้ติดเชื้อรายล่าสุดเป็นชายชาวฮ่องกงวัย 24 ปีที่เดินทางมากับสายการบินคาเธย์ แปซิฟิก จากนครซานฟรานซิสโกของสหรัฐถึงที่สนามบินฮ่องกงเมื่อเย็นวันจันทร์ และได้เข้าพบกับเจ้าหน้าที่แพทย์ที่
ประจำอยู่ที่สนามบิน ก่อนถูกส่งตัวไปกักโรคไว้ที่โรงพยาบาลปริ๊นเซส มาร์กาเร็ต โดยที่ยังไม่ได้เดินทางเข้าเมือง และขณะนี้อาการยังทรงตัว

ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้นำผู้โดยสารอีก 6 คนที่นั่งติดกับเขาในเที่ยวบินเดียวกัน พร้อมด้วยครอบครัวของชายผู้นี้ที่ไปรับเขาที่สนามบินมากักโรคไว้ด้วย แต่ผู้โดยสาร 45 คนที่นั่งใกล้เขาในเที่ยวบินเดียวกันเดินทางออกจากฮ่องกงไปแล้ว

นับเป็นผู้ป่วยรายที่สองที่พบบนเกาะฮ่องกง หลังชายชาวเม็กซิโกคนหนึ่งล้มป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ขณะพักอยู่ที่โรงแรมเมโทรปาร์ค ในเขตวันไช่ ทำให้ต้องมีการกักตัวแขกของโรงแรมและพนักงานกว่า 350 คนไว้นาน 1 สัปดาห์
ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งทำให้รัฐบาลฮ่องกงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แต่ทางการฮ่องกงยืนยันว่าเป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

สธ.สั่งปรับเกณฑ์ใช้“ยาโอเซลล์ทามีเวียร์”

เมื่อเวลา 14.00 น. นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานประธานศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ กล่าวถึงกรณีที่องค์การอนามัยโลกออกหนังสือเตือนการใช้ยาโอเซลทามีเวียร์โดยไม่จำเป็น อาจก่อให้เกิดภาวการณ์ดื้อยาว่า เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ ทุกคนต่างกลัวและกังวลต่อโรค เนื่องจากไม่ทราบข้อมูลโรค อาการ ทำให้มีการยืดหยุ่นข้อปฏิบัติในการใช้ยา ซึ่งในกรณีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ก็เช่นกัน ซึ่งหากมีผู้ป่วยที่เดินทางจากต่างประเทศที่มีการแพร่กระจายของเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ และมีไข้สูง จะให้ยาเพื่อป้องกันไว้ก่อน ซึ่งในกรณีที่มีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกในช่วงแรกก็มีการให้ยาโอเซลทามีเวียร์เพื่อป้องกันไว้ก่อน แต่ในระยะหลังได้มีการเข้มงวดการใช้ยามากขึ้น โดยกำหนดให้เฉพาะผู้ที่มีไข้และมีประวัติในการสัมผัสสัตว์ปีกมาก่อน

 นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า โรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่แม้ว่าจะมีอัตราการเสียชีวิตไม่มาก โดยในสหรัฐฯ พบผู้ป่วย 3,000 ราย แต่มีผู้เสียชีวิตเพียง 3 ราย ยกเว้นในประเทศเม็กซิโกที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในช่วงแรก เนื่องจากยังไม่รู้จักโรคในขณะนั้น แต่ทั้งนี้เมื่อดูอัตราการแพร่ระบาดถือว่ารวดเร็วมาก ทำให้เกิดการใช้ยามากขึ้น เป็นเหตุให้องค์การอนามัยโลกกังวลและต้องออกมาเตือน

 อย่างไรก็ตามในส่วนของประเทศไทยได้มีการทบทวนแนวทางการสั่งจ่ายยาโอเซลทามีเวียร์นี้ด้วย และด้วยภาวะโรคไม่ร้ายแรง มีอัตราการเสียชีวิตไม่มาก หลังจากนี้จะมีการให้ยาแก่ผู้ป่วย เมื่อผลตรวจจากห้องปฏิบัติการยืนยัน เรียกว่าเป็นมาตรการเข้มงวดในการจ่ายยาเพื่อป้องกันการดื้อยา โดยให้เป็นไปตามความเหมาะสม

 “หลังจากเกิดการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ในส่วนของประเทศไทยมีการให้ยาโอเซลทามีเวียร์แก่ผู้ป่วยเพียงแค่ 2 รายเท่านั้น และจากการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ขณะนี้มีผู้ป่วยที่อยู่ในข่ายการเฝ้าระวังและอยู่ในระหว่างการรอผลจากห้องปฏิบัติการ 11 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยต่างชาติ 3 ราย โดยเป็นชาวออสเตรเลีย 2 ราย และฮ่องกง 1 ราย และที่เหลือเป็นคนไทย”

 ด้าน นพ.มล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้ทางกรมควบคุมโรคได้หารือเพื่อวางแผนเตรียมความพร้อมกรณีหากเกิดภาวะการดื้อยาโอเซลทามีเวียร์ ตามที่องค์การอนามัยโลกออกมาแสดงความกังวล โดยจะมีการสั่งซื้อยาซานามีเวียร์ซึ่งเป็นยาที่ใช้ในกรณีที่เกิดการดื้อยาโอเซลทามีเวียร์สำรองไว้ในประเทศ ซึ่งขณะนี้ในส่วนของประเทศไทยไม่มียาดังกล่าวสำรองไว้ใช้ นอกจากในโรงพยาบาลเอกชนเท่านั้น เนื่องจากมีราคาที่แพง ตกราคาชุดละ 900 บาท โดยเป็นยาพ่นทางปาก อย่างไรก็ตามจะต้องสำรองไว้ในปริมาณเท่าใดนั้น อยู่ระหว่างการหารือ รวมถึงงบประมาณในการจัดซื้อ

 “เป็นเพียงแค่การเตรียมความพร้อมไว้เท่านั้น เพราะการดื้อยาถือเป็นเรื่องปกติในกรณีที่ยาดังกล่าวมีการใช้มาเป็นเวลานาน การใช้ยาไม่ต่อเนื่อง ไม่ครบโด๊ส ประกอบกับหลังจากที่มีการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ทำให้มีการใช้ยาอย่างพร่ำเพรื่อมากขึ้น” อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว  

 นพ.มล.สมชาย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังได้หารือเรื่องการเตรียมสั่งซื้อวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จากบริษัทยาในต่างประเทศ ภายหลังจากที่องค์การอนามัยโลกทำการวิจัยวัคซีนต้นแบบสำเร็จ ทั้งนี้เพื่อเป็นการสำรองวัคซีนไว้ใช้ในประเทศ ซึ่งวัคซีนเหล่านี้จำเป็นต้องทำการสั่งจองล่วงหน้า เพราะอาจเป็นที่ต้องการของประเทศต่างๆ จำนวนมาก

เชียงใหม่แจงมาตรการคุมเข้มนักยกนน.ยุวชนโลกเข้าไทย

 เมื่อเวลา 09.00 น.  ที่สำนักงานสาธารณสุขจ.เชียงใหม่ หน่วยงานสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง นำโดยทต.ดร.สุรสิงห์ วิศรุตรัตน์ รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.เชียงใหม่ นพ.ทรงวุฒิ หุตามัย ผอ.สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่10  ได้เรียกประชุมแพทย์ผู้ดูแลนักกีฬายกน้ำหนักยุวชนชิงแชมป์โลกจากโรงพยาบาลรัฐ-เอกชนหลายแห่งรวมถึงตัวแทนผู้ประกอบการโรงแรมซึ่งใช้เป็นที่พักสำหรับนักกีฬายกน้ำหนักที่เดินทางจาก 60 ประเทศ  เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่2009  ซึ่งอาจมีการแพร่ระบาดเข้ามาระหว่างการจัดแข่งขันกีฬายกน้ำหนักยุวชนชิงแชมป์โลกครั้งที่1 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่าง วันที่16-24 พ.ค.52 ที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี

 ทพ.ดร.สุรสิงห์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้แจ้งถึงมาตรการในการคุมป้องกันการระบาดของโรคให้กับผู้เกี่ยวข้อง ได้รับทราบ เบื้องต้นได้จัดระบบคัดกรองด้วยการติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกนเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของนักยกน้ำหนักและคณะผู้ติดตามทุกประเทศที่เข้าร่วมแข่งขันใน 2 จุด  คือ ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่และโรงแรมที่พัก โดยจะเข้มงวดพิเศษกับ 5 ประเทศกลุ่มเสี่ยงที่พบการระบาดคือเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา แคนาดา สเปนและอังกฤษ

 ในการเฝ้าระวังได้มอบหมายให้แพทย์ประจำทีมทำการคัดกรองนักกีฬาของตนเองทุกวัน หากพบอาการเข้าข่ายต้องสงสัยให้ส่งรายงานไปยังเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเชียงใหม่-ราม จากนั้นจะมีการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลนครพิงค์ตามลำดับอย่างเข้มงวดขึ้นอยู่กับสถานการณ์แบบรายวันเพื่อป้องกันการระบาดเข้ามาในประเทศไทย

ทพ.ดร.สุรสิงห์ กล่าวว่านอกจากการเฝ้าระวังของนักกีฬาและผู้เกี่ยวข้องแล้ว ในส่วนของที่พักนั้นได้ขอความร่วมมือให้ทุกโรงแรมที่เข้าร่วมเพิ่มการทำความสะอาดห้องพัก  ลิฟท์  ราวบันไดให้ถี่ขึ้นจากวันละ 4 ครั้ง เป็นทุก ๆ 1 ชั่วโมง

ด้านนพ.ทรงวุฒิ กล่าวว่า  ตั้งแต่มีการระบาดของโรคเกิดขึ้นใน 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาและ จ.เชียงใหม่ได้มีการติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกนที่ช่องทางขาเข้าต่างประเทศ ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่เพื่อคัดกรองผู้ป่วยเป็นไข้นั้น  จนถึงปัจจุบันมีชาวต่างประเทศจาก 5 กลุ่มเสี่ยงเดินทางเข้ามาที่ จ.เชียงใหม่แล้ว 3,295 ราย จากการคัดกรองพบมีไข้ 10 ราย แต่ไม่เข้าข่ายป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 นอกจากนี้ตามด่านศุลกากรและท่าเรือชายแดนเจ้าหน้าที่ก็ได้เฝ้าระวังและตรวจตราอย่างเข้มงวดในลักษณะเดียวกัน

พิษณุโลกบรรจุไข้หวัดในหลักสูตรการเรียนการสอน

นายสุพจน์ เมฆสวัสดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนจ่าการบุญ จ.พิษณุโลก กล่าวว่า หลังจากที่มีข่าวเรื่องการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 ในหลายประเทศ และขณะนี้พบแล้วที่ประเทศไทย ถึงแม้ทางการแพทย์จะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ แต่ทางโรงเรียนก็ยังหวั่นและยังไม่ไว้ใจในเรื่องนี้ ด้วยเหตุดังกล่าวจึงส่งผลให้ทางโรงเรียนต้องจำเป็นนำเรื่องของเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 เข้าไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอนด้วย เพื่อเป็นการเฝ้าระวังโรคดังกล่าว รวมทั้งจะจัดให้มีการอบรมให้กับนักเรียนเพื่อให้รู้ถึงวิธีการป้องกันโรคดังกล่าว

 ส่วนเรื่องของนักเรียนที่มีอาการป่วยนั้น ทางโรงเรียนได้จัดเจ้าหน้าที่ของทางโรงเรียนไว้แล้ว เพื่อเป็นการบรรเทาอากาเบื้องต้น แต่หากพบว่านักเรียนมีอาหารเป็นไข้สูง ซึ่งไม่อาจรับมือได้ก็จะมีการส่งตัวไปตรวจหาเชื้ออีกครั้งที่โรงพยาบาล และจะแจ้งให้ผู้ปกครองทราบ สำหรับด้านการแจกหน้ากากอนามัยนั้น ทางโรงเรียนจะติดต่อขอความร่วมมือกับทางสำนักงานสาธารณสุขต่อไป