ข่าว

ใครดีกว่าใคร?

ใครดีกว่าใคร?

15 เม.ย. 2555

ใครดีกว่าใคร? : คอลัมน์ ไลฟ์สตางค์ : โดย ... ชัยพล กฤตยาวาณิชย์ [email protected]

          ในฐานะนักเขียนสมัครเล่นอย่างผม ความสุขใจคงหนีไม่พ้นการที่เพื่อนนักอ่านได้ข้อคิดและมีความสุขกับสิ่งที่เราถ่ายทอดและตั้งใจสื่อความออกไป

 

          แต่จะยิ่งดีใจเป็นพิเศษ หากมีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ เขียนเมลมาพูดคุย แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกัน

 

          หากจะคิดต่าง ผมก็ไม่โกรธ หรือแม้จะติ ผมก็ไม่ว่า กลับชอบด้วยซ้ำครับ เพราะเท่ากับได้กระจกมาส่องอีกมุม ให้เราเอาไปคิดต่อ ไปปรับปรุงข้อเขียนให้ดียิ่งขึ้น

 

          ไม่กี่วันมานี้ มีเมลฉบับหนึ่งเขียนมาคุยด้วย อ่านๆ ดู ผมว่าน่าสนใจและน่าเอาไปคิดต่อครับ ผมขอคัดลอกมาดุ้นๆ แบบไม่ตัดเลย เพื่อให้ได้ใจความครบ ไม่ขาดตกบกพร่อง

 

          น้องผู้หญิงคนนี้ถามผมว่า

 

          “อาจารย์คะ หนูได้ติดตามอ่านคอลัมน์มาตลอด ก่อนอื่น ต้องขอบคุณมากๆ ที่ได้ให้มุมมองด้านการเงิน ด้วยภาษาที่ไม่ต้องปีนบันได ก็เข้าใจได้…  

 

          …พอดีมีเรื่องหนึ่ง คิดไม่ตก คือว่าหนูเป็นคนที่ชอบเครื่องใช้ประเภทกระเป๋ามาก อย่างว่าค่ะ ผู้หญิงกับกระเป๋าเป็นของคู่กัน ก็ซื้อประจำ ใบใหม่ดีไซน์ไหน ใครว่าสวยก็ต้องขอไปดูก่อน ถ้าชอบก็ซื้อ ราคาก็ตกประมาณหลักพันบ้าง หมื่นบ้าง  

 

          เพื่อนสนิทที่เป็นผู้ชายก็แซวว่าใช้เงินเปลือง ทั้งที่หนูคำนวณแล้ว ปีๆ หนึ่งที่ซื้อไป ก็ไม่ต่างกับเงินที่เพื่อนคนนี้เอาไปเที่ยวผับกินเหล้า ฟังเพลง เพราะเขาไปทุกอาทิตย์ แต่ละครั้งหารกับเพื่อนมาต่อหัวก็ใช้หลักร้อย หรือเกือบพันก็มี

 

          ส่วนอีกคนออกแนวสันโดษ ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่ช็อป แต่ชอบเที่ยวมาก เงินมีเท่าไหร่ ก็แพ็กกระเป๋าไปเที่ยวเมืองนอกตลอด ใช้เงินสนุกกับการได้ไปเมืองโน้น ออกเมืองนี้

 

          หนูสงสัยว่า เราทั้งสามต่างก็เอาเงินไปใช้กันคนละแบบ แต่จะมาพูดว่าหนูไร้สาระคนเดียวได้หรือคะ ในเมื่อที่สุดแล้ว ก็ไม่ใครมีเงินเก็บกันสักคน อาจารย์มีมุมมองว่าอย่างไรคะ?

 

          อืม…ต้องบอกว่าผมเคารพวิธีคิด และการใช้เงินของแต่ละคน และไม่อยากก้าวล่วง วิจารณ์ว่าใครใช้เงินผิด ใครมีสาระ ไม่มีสาระกว่าใคร 

 

          หนูเองหรือเพื่อนหนูก็ดี ต่างก็เอาเงินที่มีไปหาความสุขทางใจกัน เพียงแต่รูปแบบ และสิ่งที่ต้องการจะต่างกัน ตามรสนิยมก็เท่านั้น 

 

          ผมพูดไม่ได้ว่าคนที่ชอบสะสมเป็นของ จะดีกว่าคนที่ออกแนวบันเทิง หรือคนที่ชอบเดินทางหาประสบการณ์จากโลกภายนอก จะมีภาษีเหนือกว่าคนอื่น 

 

          เนื่องจากผมเองไม่ใช่ซ้ายจัด ประเภทหลับหูหลับตาทำงานอย่างเดียว เมื่อเหนื่อยก็ต้องพัก และหาความสุขให้แก่ตัวเองบ้าง แม้จะเป็นสุขชั่วคราว ไม่ใช่สุขที่แท้ตามหลักศาสนาพุทธก็ตาม 

 

          จะสำคัญตรงที่เราต้องแยกแยะให้ได้ และแบ่งวิเคราะห์ออกเป็นเรื่องๆ ความสุขซื้อหาได้ ขณะที่อนาคตก็ต้องเตรียมด้วย การที่แต่ละคนไม่มีเงินเก็บเลยตามที่บอกมา จึงแลดูน่าเป็นห่วง

 

          ผมฝากให้ลองคิดมุมนี้ครับ รายได้ที่มีน่าจะต้องแยกออกเป็นสามส่วน ทั้งส่วนที่ใช้ประจำ แบบขาดไม่ได้ ส่วนที่มีเพื่อซื้อความสุข และส่วนที่เป็นเงินเก็บหอมรอมริบ 

 

          ส่วนแรกกับส่วนหลัง ผมว่าสำคัญที่สุด ให้กันไว้ก่อน เหลือเท่าไหร่ ค่อยเอาไปใช้ส่วนที่สอง แถมส่วนนี้ยิ่งมีมาก ก็ยิ่งเซฟมาก อุ่นใจและปลอดภัยกว่าเป็นไหนๆ

 

          หากทำได้แล้ว ทีนี้จะเอาเงินไปซื้อความสุขแบบไหน ยังไงก็แล้วแต่ครับ ขอให้เราและสังคมไม่เดือดร้อน ไม่ผิดกฎหมาย และจารีตประเพณีก็พอ 

 

          เพราะผมถือเป็นสิทธิ์ส่วนตัวโดยชอบธรรมครับ

 

 

----------

(หมายเหตุ : ใครดีกว่าใคร? : คอลัมน์ ไลฟ์สตางค์ : โดย ... ชัยพล กฤตยาวาณิชย์ [email protected])

----------