ข่าว

เปิดโลกวันอาทิตย์:นางหงส์ปีกหัก

เปิดโลกวันอาทิตย์:นางหงส์ปีกหัก

15 เม.ย. 2555

เปิดโลกวันอาทิตย์ : นางหงส์ปีกหัก 'คู ไคไหล' : 'สวรรค์มีตา'หรือ'น้ำลดตอผุด' โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

               ราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน หรือเป็นเรื่องของ "เคราะห์ซ้ำกรรมซัดวิบัติเป็น " เมื่อผู้นำจงหนานไห่ในแดนมังกรได้สั่งแขวนตำแหน่งในคณะกรมการเมืองหรือโปลิตบุโรของนายป๋อ ซีไหล อดีตดาวรุ่งเจิดจรัสฟ้าที่ได้รับยกย่องว่าเป็น"บุคคลแห่งปี" จากการสำรวจทางออนไลน์ของหนังสือพิมพ์พีเพิล เดลี่  และติดหนึ่งในร้อยผู้ทรงอิทธิพลของโลกจากการสำรวจของนิตยสารไทม์ หลังจากได้สั่งปลดฟ้าผ่าจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน สาขาฉงชิ่ง มาก่อนหน้านี้

                 พร้อมกันนี้ ก็ยังควบคุมตัวนางคู ไคไหล ภรรยาวัย 51 ปี ไปสอบปากคำฐานต้องสงสัยว่ามีส่วนพัวพันคดีฆาตกรรมนายนีล เฮย์วู้ด นักธุรกิจชาวอังกฤษ ที่สนิทสนมกับครอบครัวนายป๋อมานานนับสิบปี ซึ่งเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำในเมืองฉงชิ่ง เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว

                ผู้สันทัดกรณีย์หลายรายมองว่าเหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนถึงการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นและศึกชิงอำนาจในจงหนานไห่ที่มีมาทุกยุคทุกสมัย ผิดกันแต่ว่าครั้งนี้แทนที่จะเป็นสงครามลับที่รู้กันภายในไม่กี่คน กลับประกาศศึกกันโจ่งแจ้งต่อหน้าประชาชนที่เฝ้ามองตาแทบไม่กระพริบ

                ยิ่งไปกว่านั้น คำสั่งปลดฟ้าผ่าครั้งนี้ยังช่วยคลี่คลายปมปริศนาที่ค้างคาใจมานานว่าเหตุใดนายหวัง ลี่จุน อดีตรองนายกเทศมนตรีนครฉงชิ่งและมือขวาคนสนิทฝ่ายบู๊ของนายป๋อในการ "ปราบคนพาล อภิบาลคนดี " จึงหลบหนีไปพึ่งใบบุญที่สถานกงสุลสหรัฐในเมืองเฉิงตู เมืองเอกของมณฑลเสฉวน เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนจะเปลี่ยนใจยอมมอบตัวต่อทางการและถูกนำตัวกลับกรุงปักกิ่งไปสอบสวนในสถานที่ลับแห่งหนึ่ง

                ปริศนาที่คลี่คลายก็คือต้นตอความวิบัติทางการเมืองของนายป๋อ ซีไหล การทรยศของนายหวัง ลี่จุน และการตายของนายนีล เฮย์วู้ด  ล้วนแล้วมาจากสตรีนางหนึ่งซึ่งก็คือนางคู ไคไหล ที่กำลังเป็นนางหงส์ปีกหักอยู่ในขณะนี้ อันเนื่องจาก"สวรรค์มีตา" หรืออาจเป็นผลมาจาก"น้ำลดตอผุด" ก็ได้

สองหงสาแห่งแดนมังกร

                สมัยที่นายป๋อ ซีไหล กำลังเป็นดาวรุ่งที่เจิดจรัสแสงแข่งกับนายสี จิ้นผิง ว่าที่ประธานาธิบดีและเลขาธิการพรรคคนใหม่อยู่นั้น นางคู ไคไหล ได้ชื่อว่าเป็นนางพญาหงส์ผงาดฟ้าแข่งกับนางหงส์เผิง ลี่หยวน คู่ชีวิตของนายสี จิ้นผิง เพราะต่างเด่นดังจากความสามารถของตัวเองแท้ๆก่อนจะแต่งงานกับนายป๋อและนายสีในภายหลัง

                โดยพลตรีเผิง ลี่ หยวน แห่งกองทัพปลดแอกประชาชนจีน มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วประเทศในฐานะนักร้องโอเปร่าประจำกองทัพ จนได้รับรางวัลศิลปินดีเด่น  เป็นทูตสันถวไมตรี เพื่อการรณรงค์ต่อต้านวัณโรค เชื้อไวรัสเอชไอวีและโรคเอดส์ขององค์การอนามัยโลก ฯลฯ ส่วนนางคูเป็นทนายชื่อดัง

                ก่อนจะแต่งงานกับนายป๋อเมื่อปี 2529 เธอได้ก่อตั้งสำนักทนายความของตัวเองชื่อสำนักงานกฎหมายไคไหลที่กรุงปักกิ่ง ทำให้เธอได้เกี่ยวข้องกับคดีดังหลายคดีด้วยกัน และได้ชื่อว่าเป็นนักกฎหมายจีนคนแรกที่สามารถว่าความจนสามารถชนะคดีแพ่งในสหรัฐ นอกจากนี้ยังได้เขียนหนังสือหลายเล่ม

                แต่เมื่อเส้นทางชีวิตของสามีกำลังรุ่งโรจน์ พลตรีเผิง ลี่ หยวนกลับยอมเสียสละตัวเองหลบฉากมาใช้ชีวิตในฐานะแม่บ้านอย่างเงียบๆ เพื่อไม่ให้โดดเด่นจนล้ำหน้าสามี หรือจนเป็นที่อิจฉาของพี่น้องร่วมชาติ ที่ถูกสอนสั่งจนฝังหัวว่าเมื่อใดที่สตรีขึ้นมาเป็นใหญ่ในแผ่นดิน เมื่อนั้นบ้านเมืองจะปั่นป่วนจนแทบจะสิ้นชาติ เส้นทางสู่จงหนานไห่ของนายสี จิ้น ผิงจึงก้าวรุดไปข้างหน้าอย่างไม่มีอะไรหยุดยั้งได้

นางพญาตัวจริง

                ผิดกับนางคู ซึ่งยึดติดแนวคิดทุนนิยมเต็มตัวโดยไม่ยอมปล่อยวาง ช่วงที่กำลังโด่งดังจึงกอบโกยเต็มที่จนสามารถขยายสาขาสำนักทนายความไคไหลของเธอไปที่สหรัฐและอังกฤษ ในชื่อของสำนักทนายความฮอรัส แอล ไค ตามชื่อเทพของอิยิปต์ที่เป็นเทพแห่งท้องฟ้า สงครามและการไล่ล่า

                ยิ่งอิทธิพลของเธอมีมากขึ้นเท่าใด เส้นทางชีวิตของนายป๋อก็ยิ่งมีอุปสรรคมากขึ้นเท่านั้น เนื่องจากมีเสียงซุบซิบที่รู้ไปทั่วโดยเฉพาะในสื่อออนไลน์ว่าเธอใช้ชื่อเสียงของนายป๋อมาหนุนเสริมความก้าวหน้าในอาชีพทนายความของตัวเอง 

               จะมีแต่นายป๋อคนเดียวเท่านั้นที่เชื่อสนิทใจว่านางคูได้ยอมเสียสละตัวเองเพื่อเขาตลอดมา ยอมแม้กระทั่งวางมือจากอาชีพทนายความช่วงที่ทั้งสองคนพำนักอยู่ที่ต้าเหลียนในช่วงทศวรรษ 2533

                "ตอนนี้เธอวางมือจากงานการทุกอย่าง อยู่แต่ที่บ้าน คอยปรนนิบัติดูแลผม ผมเองก็ซาบซึ้งในความเสียสละของเธอมาก"

                แต่หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัลที่ขุดคุ้ยเบื้องหลังการตายของนายเฮย์วู้แฉว่าแท้ที่จริงเธอยังคงเปิดสำนักทนายความอยู่ที่อังกฤษและสหรัฐอยู่

                เพราะความเชื่อใจในตัวนางคูอย่างไม่ยอมลืมหูลืมตา นายป๋อจึงผิดใจอย่างแรงถึงขั้นแตกหักกับนายหวัง ลี่จุน ที่มากระซิบข้างหูว่านายเฮย์วู้ดอาจถูกวางยาพิษโดยนางคู ไคไหล อาจจะมีส่วนพัวพันด้วย สร้างความผิดหวังให้กับนายหวังจนหนีไปหลบภัยชั่วคราวที่สถานกงสุลสหรัฐในเฉิงตู

                ความลับในมือของนายหวัง อาจจะรั่วไปถึงหูรัฐบาลอังกฤษ ซึ่งแต่แรกเชื่อโดยสนิทใจว่านายเฮย์

               วู้ดเสียชีวิตเนื่องจากดื่มหนักจริงตามถ้อยแถลงของตำรวจ จึงไม่ตั้งคำถามใดๆว่าเหตุใดตำรวจเมืองฉ่งชิ่งจึงรีบเผาศพนายเฮย์วู้ดโดยไม่มีการชัณสูตรศพ แถมยังหลอกลวงพ่อแม่ของนายเฮย์วู้ดที่อังกฤษว่าลูกชายเสียชีวิตเนื่องจากหัวใจวาย

                นับแต่นั้น รัฐบาลอังกฤษก็เริ่มกดดันทางการจีนให้รื้อคดีการตายของนายเฮย์วู้ด หลังจากได้ข้อมูลจากชาวอังกฤษในจีนที่ตั้งข้อสงสัยว่าทำไมตำรวจต้องรีบเผาศพ พิรุธอีกอย่างหนึ่งก็คือนายเฮย์วู้ดไม่ใช่คนดื่มเหล้าแม้จะสูบบุหรี่จัด อย่างมากก็แค่จิบเล็กน้อยเท่านั้น จึงยากจะทำใจให้เชื่อว่าเสียชีวิตเพราะดื่มหนัก แถมภรรยานายเฮย์วู้ดเองก็ถูกตำรวจท้องที่กดดันไม่ให้พูดมาก

                ขณะที่สื่อแดนผู้ดีอังกฤษก็เริ่มขุดคุ้ยเบื้องหน้าเบื้องหลังการตายของนายเฮย์วู้ดจนได้กลิ่นข่าวว่านายเฮย์วู้ด ได้เคยบอกกับเพื่อนๆว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตรายหลังจากทะเลาะกับนางคู ซึ่งช่วงหลังมีอาการเครียดจัด และอารมณ์ไม่อยู่กับร่องกับรอยตั้งแต่ช่วงที่นายป๋อย้ายไปเป็นเลขาธิการพรรคสาขาฉ่งชิงเมื่อปี 2550 โดยเที่ยวหวาดระแวงไปทั่วว่าตัวเองกำลังถูกคนสนิทบางคนแอบแทงข้างหลังจนทำให้ชีวิตมีแต่ตกต่ำลง

                 ก่อนหน้านั้นไม่นาน นางคูได้บังคับให้นายเฮย์วู้ดเลิกกับภรรยาชาวจีนชื่อหวัง หลูลู่ ซึ่งมีลูกด้วยกัน 2 คนโดยไม่มีเหตุผลอะไรทั้งสิ้น บางครั้งก็บังคับให้นายเฮย์วู้ดสาบานว่าจงรักภักดีต่อตระกูลป๋อ แต่เมื่อถูกปฏิเสธ เธอก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
 
                อันที่จริงความหวาดระแวงของนางคูก็มีเค้าเป็นจริง แต่คนที่แทงข้างหลังเธอก็คือ นายหวัง ลี่จุน ต่างหาก อย่างไรก็ดี วอลสตรีทอ้างคำเปิดเผยของนายหวังที่ว่าในระยะหลังนายเฮย์วู้ดเกิดขัดแย้งด้านผลประโยชน์ทางธุรกิจกับนางคู

ขว้างงูไม่พ้นคอ

                นางคู วัย 51 ปี ภรรยาคนที่ 2 ของนายป๋อ เป็นบุตรสาวของกู่ จิงเซิง อดีตนายพลนักปฏิวัติรุ่นแรกเหมือนกับพ่อของนายป๋อและนายสี  ส่วนแม่ของเธอ ฟาง เจิ้งซิ่ว ก็มีศักดิ์เป็นญาติกับนายฟาง จงเอี๋ยน กวีและนายกรัฐมนตรี ผู้มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตกับตระกูลซ่งอันโด่งดัง ด้วยความเป็นคนฉลาด เธอจึงสำเร็จการศึกษาด้านนิติศาสตร์ จากนั้นก็กลายเป็นทนายชื่อดัง จนสามารถตั้งสำนักงานกฎหมายของตัวเองขึ้นในกรุงปักกิ่งก่อนจะขยายไปที่สหรัฐและอังกฤษ

                ทั้งสองคนมีบุตรชายด้วยกันคนหนึ่งชื่อ " ป๋อ กัวกัว" ซึ่งได้บินไปเรียนที่โรงเรียนแฮร์โรว์ โรงเรียนเอกชนชื่อดังของอังกฤษที่เข้ายากมากขนาดต้องจองที่นั่งเรียนตั้งแต่ลูกยังอยู่ในท้อง  ก่อนจะไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดเมื่อปี 2549 โดยศึกษาด้านปรัชญา การเมืองและเศรษฐกิจ แต่ก็ย้ายไปศึกษาต่อด้านรัฐประศาสนศาสตร์ที่ฮาร์วาร์ด จากการวิ่งเต้นช่วยเหลือของนายเฮย์วู้ด ซึ่งช่วยดูแลทุกอย่างให้แถมยังดึงเซอร์ชาร์ลส์ โพเวลล์ อดีตที่ปรึกษาฝ่ายต่างประเทศของอดีตนายกรัฐมนตรีมาร์กาเร็ต แทตเชอร์ มาคอยดูแลด้วย

                 วอลสตรีทอ้างแหล่งข่าวหลายกระแสที่เผยว่าเมื่อต้นปีที่แล้วป๋อ กัวกัว ได้ขับรถเฟอร์รารีสีแดงไปที่บ้านพักนายจอห์น ฮันส์แมน เอกอัครราชทูตสหรัฐ แต่นายป๋อผู้พ่อปฏิเสธข่าวนี้ทันที

                เมื่อมีคนตั้งคำถามว่านายป๋อหาเงินมาเป็นค่าเทอมอันแสนแพงให้ลูกได้อย่างไร โดยค่าเทอมที่แฮร์โรว์ ตกปีละ 30,930 ปอนด์ (ราว 1,546,500 บาท ) อ็อกซ์ฟอร์ดคิดค่าเทอมปีละ 26,000 ปอนด์  (ราว 1,300,000 บาท)  ฮาร์วาร์ดคิดค่าเทอมแบบเหมาปีละ 70,000 ดอลลาร์ (ราว 2,100,000 บาท) ขณะที่เงินเดือนของนายป๋อคาดว่าอาจจะสูงราว 22,000 ดอลลาร์ (ราว 660,000 บาท) เท่านั้น  นายป๋อผู้พ่อตอบว่าลูกชายได้ทุนจากสถาบันศึกษาต่างๆ

                การที่นายเฮย์วู้ดมีส่วนสำคัญในการช่วยนายกัวกัวได้ไปเรียนที่โรงเรียนแฮร์โรว์ ทำให้ความสัมพันธ์กับครอบครัวนายป๋อยิ่งแนบแน่นมากขึ้น จากเดิมที่นายเฮย์วู้ดมีหน้าที่เป็นคนสร้างภาพบนเวทีโลกให้นายป๋อตั้งแต่ช่วงที่นายป๋อเป็นนายกเทศมนตรีเมืองต้าเหลียนระหว่างปี 2536-2544 โดยเป็นคนจัดแจงให้นายป๋อได้พบปะกับเจ้าหน้าที่และนักธุรกิจต่างชาติ จนชื่อเสียงของนายป๋อเป็นที่รู้จักมากขึ้นในต่างประเทศ

                ซินหัวเองได้ออกแถลงการณ์ว่า "ผลการสอบสวนพบว่าป๋อ คู ไคไหล ภรรยาของสหายป๋อ ซีไหล และบุตรชายล้วนแต่มีความสัมพันธ์อันดีกับเฮย์วู้ด อย่างไรก็ดี พวกเขาเริ่มมีความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ ซึ่งมีแต่ตึงเครียดมากขึ้น จากหลักฐานที่มีอยู่ชี้ว่าเฮย์วู้ดเสียชีวิตจากการฆาตกรรม ซึ่งป๋อ คู ไคไหลและจาง เสี่ยวจวิน คนรับใช้ประจำบ้านนายป๋อ ต่างตกเป็นผู้ต้องสงสัย"

                หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าทำไมซินหัวต้องระบุชื่อแซ่ของนางคูว่าป๋อ คู ไคไหล ซึ่งตามประเพณีจีนแล้วไม่ค่อยใช้กัน เพราะปรกติหญิงที่แต่งงานแล้วจะยังคงใช้แซ่ของตัวเองต่อไป โดยเฉพาะกรณีของนางคู ซึ่งสร้างชื่อเสียงของตัวเองจากการเป็นทนายความผู้ประสบความสำเร็จ เป็นเพราะมีนัยอะไรบางอย่างหรือไม่

........................
(เปิดโลกวันอาทิตย์ : นางหงส์ปีกหัก 'คู ไคไหล' : 'สวรรค์มีตา'หรือ'น้ำลดตอผุด' โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)