
ปปง.สอบทางเงิน'แก๊งค้ายาพันป่วนใต้'
มติ ปปง.สอบเส้นทางเงิน "เครือข่ายไมเคิล" แก๊งค้ายาข้ามชาติโยงป่วนใต้ พร้อมคุ้ยน้ำมันเถื่อน เปิดร้านทอง-ร้านแลกเงินบังหน้า เล็งยึดทรัพย์กว่า 15 ล้าน
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้เข้าสอบสวนเครือข่ายค้ายาเสพติด ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน ร้านทอง ร้านรับแลกเงินตราบังหน้า ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มก่อความไม่สงบในภาคใต้ และยึดอายัดทรัพย์สิน เมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ในฐานะกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการธุรกรรม เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ปปง. ว่า มีมติมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบธุรกรรมหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดสืบสวนต่อจำนวน 26 คดี โดยมีคดีที่เกี่ยวกับเครือข่ายยาเสพติดไมเคิล ซึ่งเครือข่ายดังกล่าวถูกตำรวจจับกุมได้ที่ อ.เมือง จ.สงขลา เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2554 ที่ผ่านมา
จากการสอบสวนความเชื่อมโยงของเครือข่ายดังกล่าวพบว่า มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และยังมีความเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มผู้มีอิทธิพลในการค้าน้ำมันเถื่อนและขนของหนีภาษี รวมทั้งมีการร่วมลงทุนในธุรกิจร้านทองและร้านรับแลกเปลี่ยนเงินตราโดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อใช้เป็นกิจการบังหน้า ซึ่งถือว่ามีพฤติการณ์ในการฟอกเงินให้แก่เครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ มีการทำธุรกรรมทางการเงินและทรัพย์สินที่สลับซับซ้อนผิดไป มีกระแสเงินหมุนเวียนรวมเป็นเงินประมาณ 40 กว่าล้านบาท ในช่วงเวลาเพียง 6 เดือน และยังกระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้ต้องหาเครือข่ายไมเคิลที่ถูกจับกุมได้ ได้แก่ 1.นายโย กวน ฮง อายุ 43 ปี สัญชาติมาเลเซีย หนังสือเดินทางเลขที่ A20025936 2.น.ส.พัชรินทร์ สวัสดี อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 5/1 ถ.ริมทะเล ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา 3.นายชูฮ็อก เบ็ง อายุ 50 ปี สัญชาติสิงคโปร์ หนังสือเดินทางเลขที่ E 2002081B 4.นายฟู กี เกียง อายุ 49 ปี สัญชาติสิงคโปร์ หนังสือเดินทางเลขที่ E2477833 K 5.นายฮอง กุก เบ็ง อายุ 49 ปี สัญชาติมาเลเซีย หนังสือเดินทางเลขที่ A22192826 พร้อมของกลางยาไอซ์ น้ำหนัก 8.45 กรัม โทรศัพท์มือถือ 21 เครื่อง รถเก๋งยี่ห้อนิสสัน เซฟิโร่ สีน้ำตาล ทะเบียน WCX 1557 จำนวน 1 คัน เงินไทย จำนวน 2,963,400 บาท เงินสกุลฟิลิปปินส์ จำนวน 1.6 หมื่นเปโซ เงินสกุลมาเลเซีย จำนวน 83,300 ริงกิต เงินหยวน จำนวน 9,100 หยวน เงินสกุลออสเตรเลีย จำนวน 1,700 ดอลลาร์ เงินบรูไน จำนวน 206 ริงกิต เงินสหรัฐ จำนวน 8,344 ดอลลาร์สหรัฐ เงินสกุลสิงคโปร์ จำนวน 2,152 ดอลลาร์ เงินสกุลอินโดนีเซีย จำนวน 9,950,000 รูเปียห์
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ 4 รายการ เครื่องนับธนบัตร 3 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 78 บัญชี โดยรวมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้บริเวณโรงแรมลี การ์เดนส์ ถ.นิพันทธิ์อุทิศ 2 ต่อเนื่องบริษัท เอฟวายซีบี โดยเปิดเป็นธุรกิจบังหน้าไว้เพื่อฟอกเงิน เลขที่ 84/413 ถ.ป.ณัฐพล 3 ศรีภูมิวนารถคอนโด ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
พ.ต.อ.สีหนาทกล่าวอีกว่า คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากตำรวจ บช.ปส.ได้สืบสวนเครือข่ายยาเสพติดในเรือนจำกลางบางขวาง ลักลอบใช้โทรศัพท์มือถือสั่งการค้ายาเสพติด มีการทำธุรกรรมการเงินทางธนาคารจากมาเลเซีย ภาคใต้ ส่งไปยังภาคอีสาน ภาคเหนือ พบว่าเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ ระหว่างมาเลเซีย ไทย ลาว พม่า โดยนำเข้ายาเสพติดจาก ลาว พม่า เข้าไทยลงสู่ภาคใต้ และมาเลเซีย และมีการโอนเงินยาเสพติดจากเครือข่ายปีนัง มาเลเซีย กลุ่ม “BOB” เข้าไทยให้กลุ่มโย กวน ฮอง หรือไมเคิล ที่หาดใหญ่ โอนเงินค่ายาเสพติดผ่านธนาคารไปยังปลายทางที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ได้แก่ จ.หนองคาย จ.เชียงราย และ จ.ตาก รวมทั้งภาคอื่นของประเทศ
นอกจากนี้ ผลการสอบสวนยังพบความเชื่อมโยงกับคดีเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2543 ศูนย์ชายแดนใต้ได้จับกุม นายอิสมะแอ บินเงาะ พร้อมด้วยยาบ้า 74,500 เม็ด ยาไอซ์ 1 กิโลกรัม พร้อมเงินสด 1.3 ล้านบาท ในพื้นที่ ศชต. โดยมีนายระวีโรจน์ หรือเล็ก สิริวรพันธ์ เครือข่ายยาเสพติดใน จ.ราชบุรีจัดส่งยาเสพติดให้ ต่อมาเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2554 จับกุม นายอันคา แวโน๊ะ กับพวก พร้อมยาไอซ์ 10 กิโลกรัม ได้ที่ อ.บางบัวทอง โดยการบูรณาการสืบสวนของ บช.ปส., ศชต., ภ.4, ภ.7, ป.ป.ส. ปปง. และเอ็นซีไอดี (NCID) ของมาเลเซีย นำไปสู่การขยายผลจับกุมเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2554 จับกุม Mr.Ahmad Fadzil Bin Hamzah (BOB) กับพวก พร้อมยาเสพติดจำนวนมากในมาเลเซีย และตำรวจจับกุม นายมุส ตอปา อาโรง กับพวก ยาบ้า 432,000 เม็ด ที่ อ.หาดใหญ่ จับกุมผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ได้เมื่อวันที่ 10-11 พฤศจิกายน 2554 ที่ผ่านมา
พ.ต.อ.สีหนาทระบุด้วยว่า นอกจากนี้คณะกรรมการยังมีมติให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดยาเสพติด และส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 8 คดี ซึ่งประกอบด้วยเงินสด เงินในบัญชีธนาคาร รถยนต์ ทองรูปพรรณ รถจักรยานยนต์ รวมมูลค่ากว่า 15 ล้านบาทด้วย
วันเดียวกัน พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี สืบทราบมีการลอบขนยาบ้าโดยผ่านเข้าตัวเมืองปัตตานีเพื่อไปยัง อ.สุไหงโก-ลก จ.ปัตตานี จึงได้ให้สนธิกำลังเข้าตั้งด่านตรวจค้น บริเวณเกาะหม้อแกง หมู่ 7 บ้านปาแด ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก พบรถยนต์ต้องสงสัยยี่ห้อฮอนด้า สีขาว ทะเบียน ฎอ 9144 กรุงเทพมหานคร จึงตรวจค้นโดยคนขับแสดงบัตรเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่มีพิรุธเมื่อตรวจค้นพบสิ่งผิดกฎหมาย จึงได้ควบคุมตัวคนขับทราบชื่อ ส.ต.อ.ธนวัฒน์ ยอดตระกูลชัย อายุ 33 ปี ผบ.หมู่ป. สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ภายในรถซุกซ่อนยาบ้า 1 แสนเม็ด มูลค่า 15 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ได้ยึดอาวุธปืนพก ธนบัตร 2.5 แสนบาท เงินมาเลเซีย 782 ริงกิต สมุดบัญชีธนาคารมียอดเงิน 1.8 ล้านกว่าบาท และขยายผลยึดรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีดำ ทะเบียน ฎฉ 4750 กรุงเทพมหานคร อีก 1 คัน รวมที่ยึดทรัพย์สินได้เกือบ 3 ล้านบาท พร้อมนำตัวไปดำเนินคดี ทั้งนี้ เชื่อว่าเป็นกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ลักลอบจากภาคกลางไปยัง จ.นราธิวาส ในช่วงวันสงกรานต์



